ผ่องศรี ชี้บัณฑิตไม่ตรงตลาดแรงงาน หนุนช่างหมิง-ปรับหลักสูตรอาชีวะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

ผ่องศรี แซ่จึง อภิปรายประเด็นปัญหาการผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน พร้อมเสนอให้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และความต้องการของภาคเศรษฐกิจจริง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของช่างหมิงที่มีทักษะตรงกับความต้องการ ต่างจากบัณฑิตที่จบมาแต่ตกงาน รวมถึงเรียกร้องให้แก้ไขความไม่ยืดหยุ่นของกฎหมายการจัดหลักสูตรอาชีวศึกษา เพื่อให้สามารถเปิดเรียนได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท พร้อมสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรอย่างจริงจังเพื่อให้อาชีวศึกษาผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายงานของ คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมของสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางในการวางแผนการผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตร การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องยอมรับเลยว่ารายงานฉบับนี้ของ กรรมาธิการชุดนี้เป็นรายงานที่มีประโยชน์และครอบคลุมชัดเจนในหลายประเด็นที่มันเป็น ปัญหาเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ ความที่ผลิตบัณฑิตไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน นอกจาก จะกระทบกับสถาบันการศึกษาแล้วมันยังกระทบถึงตลาดแรงงานเศรษฐกิจของประเทศชาติ และผู้ปกครองด้วยนะคะ โดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ตามชนบทเขามุ่งหวังมากเลย ที่อยากให้ลูกหลานได้เรียนจบ แล้วมีงานทำ มีรายได้ เพราะว่าพวกเขาทำงานหนักมาตลอดชีวิต ไม่อยากให้ลูกหลานเป็นเหมือนตัวเอง อยากให้ลูกได้ทำงาน แต่ว่าพอจบมาแล้วท่านรู้ไหมว่า เขาตกงาน ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างอันหนึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าตกใจมากเลย ในหน้า ๔๔ การผลิตบัณฑิตเพื่อให้เขาทำงานได้จริง ดิฉันขอยกตัวอย่างอันหนึ่งชัดเจนมากเลยค่ะ ที่บ้าน มีช่างอยู่คนหนึ่งชื่อว่าช่างหมิง ลูกจบปริญญา พ่อไม่ได้จบอะไรเลยค่ะท่านประธาน แต่ช่างหมิง คนนี้เขาทำงานได้ทุกอย่าง ซ่อมไฟฟ้า ซ่อมพัดลม โทรทัศน์ ตู้เย็น แอร์คอนดิชัน (Air Condition) คิวเขาไม่เคยว่างเว้นเลยค่ะ ทุกคนต้องรอคิว ขณะที่ลูกเขาจบปริญญาไม่ได้ไป ทำงาน เดินตามพ่อค่ะ ไปช่วยงานพ่อ อันนั้นเป็นข้อคิดเห็นว่าหลักสูตรที่เราสอนเด็กไปนั้น เขาทำได้จริงหรือเปล่านะคะ แล้วช่างหมิงคนนี้เขาไม่ได้เรียนหนังสือหรอกค่ะ เขาไม่ได้จบ ปริญญาเทคโนโลยีอะไรเลย แต่เขาสามารถที่จะประกอบอาชีพมีรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดนะคะท่านประธาน

อีกอันหนึ่งที่อยากยกตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ เลย วันนี้ผู้ประกอบการตามชนบท ในอำเภอต่าง ๆ เขาขาดแคลนแรงงานพวกที่ขับรถขุด รถไถ รถเกรด (Grade) อะไรประมาณนั้น ท่านประธานเชื่อไหมว่าประกาศแล้วประกาศอีก คนที่สมัครมาทำงานก็หมุนเวียนกันอยู่นั่นละ ออกจากเจ้านี้ก็ไปเจ้าโน้น เพราะว่ามันไม่มีแรงงานที่จะทำให้เราเลือก ทั้ง ๆ ที่คนเก่งก็มี คนไม่เก่งก็มี แต่ผู้ประกอบการก็จำเป็นที่จะต้องจ้างพวกนี้ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่อยากให้ เห็นว่ามันมีงานอื่นเยอะแยะอยู่ เรามีคนแต่คนไม่สามารถที่จะประกอบงานได้ เพราะฉะนั้น ในเวลาที่จำกัดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเคยเป็นกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา ฉ. ๔ เราเรียกสั้น ๆ ซึ่งจะมีจังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ท่านคงจะรู้แล้วว่า อาชีวศึกษาวันนี้เขามีเรียนสอนถึงระดับปริญญาตรีแล้ว เป็นหลักสูตรต่อเนื่องจาก ปวส. ๒ ปี ท่านประธานเชื่อไหมว่าในการจัดหลักสูตรที่เขาทุลักทุเลมาก และเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก สำหรับเด็กชนบทที่อยากจะเรียนช่างโน่นนี่นั่น แต่ว่าเขาก็เรียนไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือ บางเอกก็เปิดไม่ได้เลย เพราะข้อกำหนดของ พ.ร.บ. อาชีวศึกษา ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ประกาศใช้เมื่อ ปี ๒๕๕๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้บอกว่า อันนี้เป็นเรื่องความไม่ยืดหยุ่นของการจัดตั้งหลักสูตรนะคะ เขาบอกว่าอย่างนี้ ถ้าจะเปิดหลักสูตรใดจะต้องมีผู้รับผิดชอบหลักสูตร ๕ คน ใน ๕ คนนี้ จะต้องเป็นครูผู้สอนที่ตรงเอก สมมุติว่าเอกไฟฟ้าก็ปริญญาตรี ปริญญาโทที่ตรงเอก อย่างน้อยที่สุดถ้าไม่ได้จริง ก็ ๓ คน ในสถาบัน อีก ๒ คนให้ไปหาเอาจากสถานประกอบการ จากสถานประกอบการนั้นจะต้อง รับรองว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์จริง เพราะว่าเด็กพวกนี้ต้องเรียนเป็นทวิภาคี อันนี้ท่านประธานลองนึกว่าครูกับเด็กจะต้องอยู่ด้วยกัน ทีนี้ครูก็มีการย้ายบ้าง เกษียณบ้าง เสียชีวิตไปบ้าง ท่านเชื่อไหมว่าทุลักทุเลมากเลย เราประสบปัญหาอย่างมากเลย บางหลักสูตรก็เปิดไม่ได้ บางหลักสูตรเปิดไปก็ปิด ปิดแล้วก็หาเปิดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของเด็กที่เรียน ท่านประธานคะ อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คือ ท่านสรุปได้อย่างครอบคลุม เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน แผนระยะสั้นนี่ชื่นชมมากเลย ดิฉันอยากจะถามก่อนก็ได้ในเวลา ที่จำกัดนี้ ถามท่านไว้ก่อนกลัวจะลืม สิ่งที่เราควรจะต้องทำนั้นท่านได้เขียนไปแล้ว เสนอไปแล้ว แต่สิ่งที่จะตามมานั้นก็คือ จะทำได้เมื่อไร อย่างไร โดยกระบวนการใดที่จะแก้ปัญหานี้ได้ อันที่ ๒ เมื่อเราแก้หลักสูตรแล้ว คือมันจะต้องแก้กฎ แก้ระเบียบ แก้กติกาต่าง ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็รู้ว่ามันยุ่งยากมากสำหรับประเทศไทย เวลาออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบ อะไรมาแล้ว เกิดปัญหาขึ้นมาเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แล้วก็ค้างเติ่ง อันที่ ๓ เมื่อแก้แล้ว แก้หลักสูตรปรับปรุงอะไรแล้วเรียบร้อย เราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าหลักสูตรนั้นจะนำไปใช้จริง รัฐบาลจะจริงใจแค่ไหนในการแก้ปัญหานี้ จำเป็นไหมที่จะต้องสนับสนุนงบประมาณให้ เพียงพอในการสร้างคนเหล่านี้ จำเป็นไหมที่จะต้องสนับสนุนอุปกรณ์สื่อการสอนต่าง ๆ เพราะการเรียนเรื่องพวกนี้มันจำเป็นต้องใช้สื่อ ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ สื่อการเรียนการสอน เครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ใช่เด็ก ๒๐ คน ต่อ ๑ วิชา แล้วก็ไปยืนดูกัน แล้วก็เขียนรายงาน อันที่ ๔ ถ้าจำเป็นจะต้องใช้จ่ายงบประมาณที่จำเป็นต่าง ๆ หรือแม้แต่กองทุนที่ท่านเขียนไว้ จำเป็นอย่างยิ่งไหมคะที่จะต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง แล้วก็จะต้องเห็นความสำคัญ อย่างแท้จริง ดิฉันให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษา เพราะคำว่าอาชีวะสร้างชาตินั้นเป็นจริงได้ และจะต้องสร้างคนเหล่านี้ด้วย แล้วขยายการสร้างนี้ไปในชนบทให้ลูกหลานคนยากจน ยากไร้ ในชนบทได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ