ละออง สนับสนุนหลักสูตรเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นใช้ได้จริงกับตลาดงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

ละออง ติยะไพรัช หารือประเด็นการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานและยุคเทคโนโลยี โดยเน้นความจำเป็นในการพัฒนาทักษะตลอดชีวิต ความร่วมมือกับภาคเอกชน และการลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและคุณภาพการสอนในสถาบันการศึกษา

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีความเห็นด้วยกับอาจารย์ ญัตติ ศึกษาแนวทางในการวางการผลิตบัณฑิต ปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงานและไทยแลนด์ ๔.๐ ดิฉันได้สรุป แล้วก็ได้อ่านด้วยความเข้าใจว่า งานวิจัย เป็นเรื่องที่สำคัญ และสำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศด้วยค่ะ ที่จะวางแนวคิด แรงบันดาลใจให้กับบัณฑิตที่จบว่าการคิดแบบวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญ งานวิจัยตรงนี้ ดิฉันได้ฟังอาจารย์กนกได้อธิบายด้วยความตั้งใจ และสิ่งที่ดิฉันสนใจก็คือหลักสูตรการเรียนรู้ ตลอดชีวิต หลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดิฉันมองว่าถ้าเด็กที่เรียนไม่ได้ก็คือไม่ผ่าน ในแต่ละวิชา และมีการปรับหลักสูตรตลอด ๕ ปีเด็กพวกนี้จะอยู่ในระบบการศึกษาได้ ตลอดชีวิต ดิฉันเห็นด้วยอย่างนี้ เพราะว่าโลกมันมีการเปลี่ยนแปลง อีกอย่างหนึ่งก็คือ เทคโนโลยี ความสนใจแต่ละอย่างของคนมันไม่ได้อยู่ที่การเรียนที่ซ้ำ ๆ ดิฉันเห็นด้วย กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เนื้อหาสามารถนำมาใช้จริงได้อันนี้ ดิฉันสัมผัสในพื้นที่ดิฉันเองเลยค่ะว่า เด็กบนดอยแม่สลอง โดยเฉพาะอำเภอแม่ฟ้าหลวง เขาจบ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เขาจะไปต่อที่ไต้หวัน แต่ดิฉันเห็นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เด็กทำไมมีความคิด ความคิดในเรื่องของทั้งการตลาด การบริหาร และสามารถนำความรู้ ที่เขาเรียนวิชาทางการเกษตรมานำมาปฏิบัติได้ ดิฉันฝันว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเอย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองอยากจะให้พัฒนาบัณฑิตแบบนี้ ดิฉันเห็นนักศึกษาที่จบ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย บางทีดิฉันก็ถามว่าจบคณะอะไร ในสิ่งที่ตอบดิฉันก็รู้สึกว่า จบไปแล้วจะทำอะไรต่อ ซึ่งสิ่งมุ่งหวังอย่างเดียวก็คือว่าบางครั้งเรามองถึงปริญญา แต่เรา ไม่มองถึงว่าวิถีชีวิตการทำงานเราจะนำวิชาความรู้นี้ไปใช้ในการทำงานได้อย่างไร อันนี้ดิฉันเห็นและรู้สึกเห็นใจ และความแตกต่างดิฉันเห็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ความแตกต่างของนักศึกษาก็มี และยิ่งกว่านั้นความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องงบประมาณยิ่งเห็นได้สูงมาก ท่านไปดูเถอะค่ะ เปิดดูเลยว่ามหาวิทยาลัยต่อหัวต่อคน ในมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยมันแตกต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้นต้นทุนในการผลิต บัณฑิตไม่เท่ากัน ดิฉันว่ามาตรฐานของการผลิตบัณฑิตมันไม่เท่ากันแน่ ๆ อันที่ ๓ สำคัญ ยิ่งกว่าก็คือเรื่องของอาจารย์ อาจารย์ก็มีอาจารย์ที่ยอมเปลี่ยนแปลงกับอาจารย์ที่ไม่ยอม เปลี่ยนแปลง ก็คือมีความคิดซ้ำ ๆ อาจารย์ที่มีการพัฒนาปรับปรุงตามโลก ตามยุค ตามสมัย ให้กับเด็ก ก็คือเป็นทางออกหนึ่งที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของกระทรวงเองต้องพัฒนา ขอโทษ นะคะ ต้องพัฒนาของอาจารย์เองด้วยเหมือนกัน ว่าทิศทางในการพัฒนาเราไปทางด้านไหน และเรื่องสำคัญก็คือเรื่องของบัณฑิตที่เราจะผลิตออกมาสู่ตลาด ก็เป็นเรื่องสำคัญว่าเราจะ ผลิตอย่างไรให้มีความต้องการกับตลาด ความต้องการกับตลาดคือใคร ก็คือผู้ประกอบการ ก็คือเอกชน เพราะฉะนั้นการทำหลักสูตรเราจะหนี ขอความคิดเห็นจากใครไม่ได้นอกจาก เอกชน ก็คือผู้เป็นนายจ้างเขาต้องการบัณฑิตแบบไหน อันนี้ดิฉันเห็นว่าสำคัญมากยิ่งว่าเรา ต้องการบัณฑิตที่จะไปสู่ตลาดแรงงาน เราก็ต้องให้เอกชนมาช่วยในการพัฒนาหลักสูตรด้วย อันนี้ดิฉันเห็นด้วยนะคะว่า บางครั้งเราต้องไปฝึกงาน คือฝึก คือเราไม่มีทักษะเลย ต้องไป ทำงานสักพักหนึ่งแล้วก็ตามที่บริษัทนั้นต้องการ อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันว่ามันไม่สอดคล้องกับ ตลาดแรงงานในปัจจุบัน และการใช้เทคโนโลยีก็สำคัญมาก ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเอง หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบเอง การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนานักศึกษา ดิฉันเห็นว่ามันน้อยไป กับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หรือมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบราชการ อันนี้การใช้อาจารย์ ที่มีมาก อาจารย์ที่มีสัดส่วนที่มีความรู้ไม่เท่ากัน มาตรฐานของบัณฑิตก็จะไม่เท่ากันด้วย อันนี้ดิฉันเห็นว่าในสถาบันอุดมศึกษาเอง จากการฟังรายงานและการที่ดิฉันเข้าพื้นที่เอง สิ่งสำคัญก็คือจะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรด้วย และมหาวิทยาลัยเปิดเป็นมหาวิทยาลัย ที่คนต้องการที่จะสร้างเครดิตหรือว่าสร้างให้ตัวเองอยู่ในระบบการศึกษา อันนี้ดิฉันเห็นใจ นะคะ แต่สิ่งสำคัญมหาวิทยาลัยเปิดเองดิฉันว่าควรที่จะต้องปรับหลักสูตร ไม่ใช่หลักสูตร ซ้ำ ๆ เหมือนที่เราเห็นปัจจุบัน ควรจะเปิดโอกาสให้กับการเรียนรู้ของคนทั่วไป โดยเฉพาะคน ที่มีอายุมากขึ้นก็อยากจะเรียนรู้ เราควรที่จะใส่หลักสูตรที่มันสอดคล้องกับสังคมโลก และสามารถนำไปใช้ได้ อันนี้คือดิฉันเห็นว่ามันมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหุ้นเอง การเรียนรู้เอง เทคโนโลยีต่าง ๆ มันเป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ทำ รายงานฉบับนี้ ที่ทำให้เราได้เข้าใจและสามารถที่จะเอาไปใช้ได้ ต้องขอบคุณอาจารย์ค่ะ