สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือเรื่องการศึกษา โดยเรียกร้องให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมผลักดันให้มหาวิทยาลัยตอบโจทย์ตลาดแรงงาน และหารือเรื่องการจัดการด้านรายได้ โดยการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ในภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 โดยมองว่าวิกฤติโควิดเป็นโอกาสในการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับยุคสมัย

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้นำรายงานการพิจารณา การศึกษาของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ที่ได้ดำเนินการพิจารณาในญัตติการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้เข้ากับยุค ๔.๐ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ตามญัตติที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายไป ผมได้อ่านบทสรุปผู้บริหาร เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัดและเอกสารที่ทำมา ก็ค่อนข้างสมบูรณ์ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการที่ ทำการศึกษา ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ได้พูดถึง เรื่องของสภามหาวิทยาลัยในการกำหนดเรื่องของการเงิน ในการที่จะทำให้หลักสูตร การเรียนการสอนสามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้ ผมเองเมื่อสภาชุดนี้ได้ตั้งกรรมาธิการ งบประมาณปีแรก ผมได้ไปอยู่ในอนุกรรมาธิการงบประมาณทางด้านการศึกษาและ อุดมศึกษา ท่านประธานครับ ชัดเจนเลยครับว่างบประมาณที่เราให้ไปในการสนับสนุน สถาบันหรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ในการจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่มุ่งเน้นผลิตบัณฑิต ทางด้านสังคมศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้สังคมและตลาดแรงงานตอบรับ งานการผลิตบัณฑิตที่ผิดจบมาทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่เราไม่สามารถผลิตบัณฑิตได้เพียงพอ ต่อความต้องการของตลาด แต่เราไปมุ่งเน้นทางด้านสังคมศาสตร์ ปีหนึ่งเราผลิตบัณฑิตมา ทางด้านวิทยาศาสตร์เพียงแค่ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สังคมศาสตร์ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกปี ผมก็ได้ให้แนวทางแล้วก็ได้สอบถามกับทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปตอบโจทย์ว่าเด็กต้องการเรียน พอเวลาเด็กจบออกมาก็ไม่มีตลาดแรงงาน ในการรองรับ เด็กบางคนจบมาปุ๊บปริญญาตรี แต่เวลาเข้าสู่ตลาดแรงงานโดนตีค่าเท่ากับ แรงงานขั้นต่ำรายวัน ได้ค่าแรงวันละ ๓๐๐ กว่าบาท อันนี้คือปัญหา สิ่งที่สำคัญก็คือการที่เรา จะต้องตีกรอบเรื่องของนโยบายในการจัดสรรงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐ จะต้อง ตอบโจทย์ตลาดแรงงานด้วยการดำเนินงานในเรื่องของงบประมาณที่จะจัดสรรให้อันนี้ก็ต้อง เป็นหน้าที่ของทางกระทรวงอุดมศึกษาหรือ อว. ในการที่จะไปผลักดัน ซึ่งได้มีการพูดไว้ใน การศึกษาข้อที่ ๑.๓ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ที่จะต้องใช้กลไกเรื่องของงบประมาณในการ ผลักดันให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้ ส่วนที่ ๒ ก็คือการสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับศิษย์เก่า แต่ในรายงานฉบับนี้ผมเองก็ขอตั้งข้อสังเกต ไปถึงกรรมาธิการว่า ท่านเองยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนเลย ผมอ่านมาหน้าที่ท่านสรุป เพราะว่าเวลาเรากระจายมหาวิทยาลัยไปยังต่างจังหวัด อย่างผม เป็น ส.ส. อยู่ที่ราชบุรีก็มีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้า วิทยาเขตราชบุรี อยู่ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี แต่ว่าพอไปคุยกับผู้นำใน ชุมชนก็กลับบอกว่ามหาวิทยาลัยขาดการเชื่อมโยงกับทางชุมชนรอบ ๆ ตอนที่ผมได้มีการ ประชุมอนุกรรมาธิการงบประมาณทางด้านการศึกษา ก็ได้มีข้อสังเกตนี้ไปให้กับทาง อธิการบดีมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ท่านก็บอกว่าบางทีรับเด็กเข้ามาแล้วเด็กก็มี พื้นฐานการเรียนการสอน พอเวลาเข้ามาในมหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถเรียนพร้อมเพื่อนได้ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการชี้วัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ถ้าเราสามารถที่จะเชื่อมโยง ระหว่างชุมชนได้ ให้มหาวิทยาลัยเข้าไปศึกษา ไปดูว่าชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ทำไมเด็กที่ รับเข้ามาในโควตาพิเศษเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ แต่ทำไมเด็กรอบ ๆ มหาวิทยาลัยในชุมชนนั้น ทำไมเด็กที่เรารับมาโควตาพิเศษทำไมเด็กถึง ไม่สามารถมาเรียนพร้อมกับเพื่อนที่รับมาจากวิธีปกติได้ อันนี้มันก็เป็นการเข้าไปศึกษาวิจัย ในการที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นะครับ แต่ว่าตรงนี้ทางรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้พูดไว้ก็เลยขอตั้งข้อสังเกตให้กับทาง กรรมาธิการได้นำไปพิจารณาเพิ่มเติมนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการผลักดันเรื่องของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในข้อที่ ๑.๑๐ อันนี้ผมเห็นด้วยที่ กยศ. เป็นกองทุนที่ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เราควรจะต้องใช้กลไกนี้ ในการเข้าไปชี้แนะหรือเข้าไปตีกรอบในการผลิตบัณฑิตให้ตอบโจทย์ความต้องการทางตลาด ได้นะครับ ถ้าสมมุติว่ามีโควตาในการให้ทุน ถ้ามันเกินแล้วทางด้านสังคมศาสตร์ก็ต้องบีบให้ บัณฑิตหรือนักเรียนเข้ามาเรียนในสาขาวิชาที่ตลาดแรงงานต้องการ ก็อาจจะใช้กลไก ข้อที่ ๑.๑๐ เข้ามาช่วยได้ อันนี้ก็เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ อันนี้ก็เป็น ข้อสังเกตในหมวดของทางด้านการบริหารนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดการด้านรายได้ในข้อ ๒.๓ ทางกรรมาธิการได้ ชี้แจงไว้ว่าส่งเสริมเรื่องของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ในภาคธุรกิจมากขึ้น นอกจาก ส่งเสริมเรื่องของเศรษฐกิจแล้วยังได้ส่งเสริมเรื่องของรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย อันนี้เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานคงจำได้ว่าเราได้เคยนำกระทรวงวิทยาศาสตร์มาควบรวมกับ สถาบันอุดมศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เพื่อที่จะได้มาบริหารงานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาว่า เวลาเราเอางานวิจัยมาแล้วก็ไปขึ้นหิ้ง แต่ตัวนี้พอเวลาเรามีการปฏิรูป ระบบราชการ เรามีการควบรวมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์กับสำนักงานคณะกรรมการ อุดมศึกษา ตั้งเป็น อว. ขึ้นมา เพื่อที่จะแก้ปัญหาในข้อนี้เหมือนกัน แทนที่เราจะเอาวิจัย ขึ้นหิ้ง ก็เอาผลงานวิจัยนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็ได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง รายได้ให้กับ มหาวิทยาลัย แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือ สามารถนำผลวิจัยมาขยายเป็นนวัตกรรม แล้วก็สร้าง ความเติบโตทางด้านธุรกิจ แล้วก็เศรษฐกิจของประเทศได้ อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีการควบรวม แต่ว่าเรายังไม่สามารถที่จะผลักดันตรงนี้ได้ถึงเป้าหมาย แล้วก็ชัดเจน อันนี้ก็เห็นด้วยกับผลการศึกษาของกรรมาธิการ

ส่วนข้อสุดท้ายที่เป็นข้อสังเกตก็คือ เรื่องของแนวทางในการปรับปรุงการ เรียนการสอนให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ ๔.๐ ก็ต้องเรียนกับทางท่านกรรมาธิการครับว่า ตอนนี้เราก็ต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะเด็กทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุดมศึกษา หรือประถม มัธยม ตอนนี้ถูกบังคับให้ต้องเรียนออนไลน์ (Online) อยู่แล้ว เพราะว่า การเรียนออนไซต์ (Onsite) ถูกระงับไป ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือถ้าเราสามารถที่ปรับวิกฤติ เป็นโอกาสได้ ด้วยการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ (Online) ให้เหมาะกับ ยุคโควิด (COVID) ก็จะสามารถที่จะทำให้การศึกษาเข้ากับยุคสมัยได้ ก็ถูกสภาพบังคับ เรื่องของวิกฤติโควิด (COVID) อยู่แล้วเลยตั้งข้อสังเกตตามนี้ ก็ต้องขอบคุณทาง คณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ จึงตั้งข้อสังเกตให้กับทางกรรมาธิการ ขอบคุณ ท่านประธานครับ