บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายสนับสนุนรายงานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔

บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายสนับสนุนรายงานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เรื่องการวางแผนผลิตบัณฑิตและปรับปรุงหลักสูตรอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยเสนอแก้ไขข้อสังเกตในรายงาน และเน้นย้ำว่าควรให้ความสำคัญกับทักษะด้านผู้เรียนมากกว่าสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งยกตัวอย่างความสำคัญของ Soft Skills ทั้ง 9 ด้าน เช่น ทักษะอารมณ์ การสื่อสาร และการปรับตัว เพื่อเสริมสร้างความสำเร็จในการประกอบอาชีพ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องของการวางแผนผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตรการเรียน การสอนในระดับอุดมศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และนโยบาย ไทยแลนด์ ๔.๐ ก่อนอื่นกระผมขอให้คณะกรรมาธิการช่วยแก้รายงานในข้อสังเกตหน้าที่ ๖๐ บรรทัดสุดท้ายที่วงเล็บภาษาอังกฤษ อาจจะผิดพลาดในขณะที่พิมพ์นะครับว่า ปรับปรุง หลักสูตรให้มีการสอนโดยรวมศาสตร์หลายแขนง ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า มัลติดิสซิพลินนารี (Multi-disciplinary) ในนี้พิมพ์เป็นแอนตีดิสซิพลินนารี (Anti-disciplinary) ก็ทำเป็น ใบแทรกก่อนที่จะส่งข้อสังเกตให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปดำเนินการนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องของการศึกษา การผลิตบัณฑิตให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานปัจจุบันนั้น ในรายงานนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนนะครับ แต่ความเห็นส่วนตัวผมนั้น ผมเห็นว่ายังให้ ความสำคัญแก่ผู้เรียนหรือบัณฑิตน้อยไปนิดหนึ่ง อันนี้ให้ความสำคัญกับกระทรวง ให้ความสำคัญกับสภามหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับคณะนะครับ ตลอดจนอาจารย์ มากกว่านักเรียน แม้นว่าท่านกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านจะได้พูดถึงเรื่องของฮาร์ดสกิล (Hard Skills) และซอฟต์สกิล (Soft Skills) แล้ว ผมอยากให้นำในส่วนนั้นมาบันทึกไว้ในหมวดของบัณฑิต หรือตัวนักเรียนนักศึกษา หรือผู้เรียน ผมไม่ค่อยเป็นห่วงหรอกครับว่าสถาบันอุดมศึกษาจะผลิตบัณฑิตที่มีฮาร์ดสกิล (Hard Skills) ไม่เพียงพอ คำว่า ฮาร์ดสกิล (Hard Skills) ก็หมายถึงว่าความรู้ทักษะต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับอาชีพหรือคณะที่นักศึกษาเข้าไปเรียน ถ้าไม่มีความรู้หรือทักษะเหล่านั้น ก็ไม่สามารถจะจบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษานั้นได้นะครับ ฮาร์ดสกิล (Hard Skills) เหล่านั้นแปลเป็นไทยก็คือว่าทักษะความรู้ที่เล่าเรียนมาในห้องเรียน ที่จำเป็นในการ ประกอบอาชีพในตำแหน่งงานนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันฮาร์ดสกิล (Hard Skills) ก็มี คอมพิวเตอร์สกิล (Computer Skill) ทักษะเรื่องคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี แมเนจเมนต์ สกิล (Management Skill) ก็คือทักษะในการบริหารจัดการ โพรเจกต์ แมเนจเมนต์ สกิล (Project Management Skill) หมายถึงว่าทักษะในการบริหารโครงการนะครับ ไรติงสกิล (Writing Skill) คือทักษะในการเขียน และแอกเคาน์ติงสกิล (Accounting Skill) ก็คือทักษะในเรื่อง ของการบัญชี ดีไซน์สกิล (Design Skill) ก็คือทักษะในการออกแบบ แล้วก็สุดท้าย แลงเกวจสกิล (Language Skill) ก็คือทักษะในเรื่องของภาษาที่ ๒ และภาษาที่ ๓ แต่เรื่อง ซอฟต์สกิล (Soft Skills) นี้เป็นสิ่งที่มีสำคัญและทำให้เอาตัวรอดในการประกอบอาชีพ และประสบความสำเร็จด้วยนะครับ คนแพ้ชนะกันอยู่ที่ซอฟต์สกิล (Soft Skills) แล้วการ รับสมัครงานเดี๋ยวนี้บริษัทห้างร้านต่าง ๆ จะดูซอฟต์สกิล (Soft Skills) มากกว่าฮาร์ดสกิล (Hard Skills) เสียด้วย แล้วก็บริษัทห้างร้านชอบที่จะรับนักเรียนนักศึกษาที่วุฒิต่ำ ๆ มากกว่า วุฒิสูง ๆ เพราะเขารู้สึกว่าฝึกง่าย นำไปฝึกเอาความร่วมแรงร่วมใจ ความไม่เป็นชาล้นถ้วย มากกว่านะครับ คำว่า ซอฟต์สกิล (Soft Skills) ถ้าจะแปลเป็นไทยก็คือว่าลักษณะอุปนิสัย หรือทักษะความสามารถในเชิงสมรรถนะนะครับ ซึ่งจะสามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ ผมขอยกตัวอย่างซอฟต์สกิล (Soft Skills) สัก ๙ เรื่องนะครับ ๑. ทักษะความฉลาดทางด้าน อารมณ์ คนไหนสามารถบริหารอารมณ์ได้ ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ บริษัท ห้างร้าน องค์กรชอบ ๒. ทักษะการสื่อสาร คอมมูนิเคชันสกิล (Communication Skill) บางคนฉลาด เก่ง แต่ว่า สื่อสารไม่ได้ ไม่สามารถที่จะพูดคุยกับลูกค้า เป็นหมอก็คุยกับคนไข้ไม่รู้เรื่อง เป็นต้นนะครับ ๓. ทักษะความสามารถในการปรับตัวหรืออะแดปทะบิลิตีสกิล (Adaptability Skill) ปรับตัวได้ เปลี่ยนพื้นที่ เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ปรับตัวได้ง่ายนะครับ ทักษะซอฟต์สกิล (Soft Skills) อันต่อไปก็คือทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น คอลลาบอเรชันสกิล (Collaboration Skill) บางคนทำงานคนเดียวได้ ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ตรงนี้นะครับ อันดับที่ ๕ ทักษะ ความคิดเชิงวิเคราะห์ ตัดสินใจ อะนาลิติก ทิงกิง (Analytic Thinking) แล้วก็ดีซิชัน เมกกิง (Decision Making) วิเคราะห์ไม่เป็น ตัดสินใจไม่เป็น ผิดพลาดตลอด อันดับที่ ๖ ทักษะ ซอฟต์สกิล (Soft Skills) ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ครีเอทีฟสกิล (Creative Skill) อันนี้ ก็สำคัญมากเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะเรื่องของงานออกแบบ เรื่องของการวางแผนต่าง ๆ ต้องมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นะครับ อันดับที่ ๗ ซอฟต์สกิล (Soft Skills) ทักษะการบริหารเวลา บริหารเวลาว่างเป็นไหม บริหารเวลาทำงานเป็นไหม อันดับที่ ๘ ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน คอมเพลกซ์ พรอบเบลม โซลวิง (Complex problem solving) มีความสามารถในการแก้ไขหรือไม่นะครับ อันดับสุดท้ายการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไลฟ์ลอง เลิร์นนิง (Lifelong Learning) เดี๋ยวนี้เขาใช้คำว่า เลิร์นนิง (Learning) มากกว่า สตัดดี (Study) การเลิร์นนิง (Learning) ผัสสะ ไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถ ที่จะเรียนรู้กับสิ่งแวดล้อม เพราะว่าร่างกายมนุษย์เรา พระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ ก็กล่าวถึงแล้ว อายตนะภายใน ภายนอก สิ่งที่มากระตุ้น สิ่งที่มารับรู้ เราสามารถสัมผัสและ เรียนรู้ เลิร์นนิง (Learning) กันได้แค่ไหน ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ จะพูดถึงการเรียนรู้มากกว่าการศึกษานะครับ เมื่อเดือนที่แล้วจึงมี พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญ ผมอยากจะให้นำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้ามาเป็นคุณสมบัติของบัณฑิต ซึ่งในหมวดที่ว่าด้วยนักเรียน นักศึกษา บัณฑิตหรือผู้เรียนนั้น ในรายงานฉบับนี้บรรจุไว้ นิดเดียวเท่านั้นเอง นอกจากนั้นบรรจุอยู่ในสายการบังคับบัญชาของกระทรวงในสภา มหาวิทยาลัย ในคณะ และในอาจารย์มากนะครับ อยากจะย้ายให้ว่าสุดท้ายแล้วอัลทิเมตเอาต์คัม (Ultimate Outcome) หรือว่าผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนนั้น นั่นละครับ เป็นบัณฑิตที่เหมาะสมกับตลาดแรงงาน ความรู้ ฮาร์ดสกิล (Hard Skill) ความรู้ดี และอุปนิสัยดี จึงเหมาะสมกับตลาดแรงงาน กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ