สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือการปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อสร้างระบบการศึกษาแบบกระจายศูนย์ (D-Education) ที่เข้าถึงองค์ความรู้ได้ฟรีและเท่าเทียม โดยเสนอให้รัฐสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีและผลักดันกฎหมายรองรับการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับนักศึกษากว่า 80,000 คนต่อปีในยุคดิจิทัล
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในรายงานฉบับนี้ผมเริ่มอย่างนี้นะครับท่านครับ ผมจะไปที่ตัวประเด็นที่ ๖ ที่ท่านประธาน ได้รายงานเรื่องของการออนไลน์ (Online) และใช้เทคโนโลยี ประเด็นสำคัญคือในเรื่อง ดังกล่าวนี้จะต้องเป็นเรื่องของการศึกษาต้องฟรีครับ และรัฐบาลต้องทำฟรีให้ได้ ฟรีอย่างไร ผมไปที่ข้อสังเกตของกรรมาธิการ ในเรื่องของประเด็นที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อว. ที่จะต้องนำเสนอใน ๑๐ ทักษะของศูนย์ ผมไม่พูดในรายละเอียด แต่ประเด็นของผมก็คือเรื่องของ การทำทักษะทั้งหมด ซึ่งจะอยู่ที่ไหน สถานที่อะไร เวลาไหน เงื่อนไขอะไรก็ได้ นี่คือเป็นโจทย์ที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำได้นะครับท่านประธาน ทำได้อย่างไร ถ้าเข้าสู่ระบบของภาคธุรกิจท่านรู้จักดีไฟน์ (Define) ผมกำลังพาท่านไปเป็น ดีเอด ดีเซนทรัลไลซ์ เอดดูเคชัน (D-Ed : Decentralized Education) การนำเอาบล็อกเชน (Block chain) มาเป็นเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวรัน (Run) โปรแกรมของ การศึกษาทั้งระบบในอุดมศึกษาฟรี บล็อกเชน (Block chain) คือการทำให้อินเตอร์มีเดีย (Intermedia) คือผู้ที่จะกินผลประโยชน์ของการศึกษา เช่น สถานการศึกษาเรียนพิเศษ ครูสอนไม่เต็มเวลา ไปสอนนอกเวลาพิเศษ หรือแม้กระทั่งบางบริษัทก็เปิดบริษัทเพื่อเทรนนิง (Training) พวกนี้ต้องหายไปเลยครับ ต้องไม่มีเกิดขึ้นในอนาคต ดีเอดดูเคชัน (D- Education) รัฐต้องทำให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ ขณะนี้มีอยู่แล้วครับ อยู่ในเฟซบุ๊ก (Facebook) อยู่ในทุกอย่าง แต่มันยังไม่เป็นดีเซนทรัลไลซ์ เอดดูเคชัน (Decentralized Education) มันเป็นสิ่งที่บริโภคมาจากการเก็บสะสมขององค์ความรู้แต่ละคนที่สามารถ เปิดเข้าไปฟรี แต่ไม่ได้ฟรีนะครับ ฟรีจริง ๆ คือรัฐบาลต้องจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้เด็กในระดับอุดมศึกษาเป็นเงินในการเข้าในระบบออนไลน์ (Online) ทั้งหมดฟรี นั่นคือ สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคตครับ การทำดีเอดดูเคชัน (D-Education) นั้น เป็นการทำให้ ผู้มีองค์ ความรู้สะสมความรู้แล้วสร้างองค์ความรู้นั้นเข้าไปในแพล็ตฟอร์ม (Platform) ของเอดดูเคชัน (Education) แล้วมีคนมาประเมิน ประเมินแล้วก็ลงความเห็น เหมือนการขุด บิตคอยน์ (Bitcoin) มันก็จะมีมูลค่าหรือแวลู (Value) เพิ่มขึ้นมากขึ้น ๆ จนองค์ความรู้นั้น ถูกพัฒนา เด็กหรือคนที่จะเข้าไปเป็นผู้ร่วมสามารถเข้าไปดูได้ฟรี ฟรีครับ ท่านอยากจะพัฒนา องค์ความรู้ในระดับทักษะที่เรียกว่ายานยนต์ ก็จะมีผู้ที่ต้องการ คือบริษัทห้างร้านต้องการ ความรู้แบบนี้ ยานยนต์แบบนี้ อุปกรณ์นี้ ก็จะมีผู้ที่มีความรู้ หรือแม้กระทั่งคนที่มีความรู้แล้ว หรือแม้กระทั่งครูบาอาจารย์ที่จะอุทิศเวลาให้ความรู้นั้น ก็ทำแพล็ตฟอร์ม (Platform) นั้น แล้วก็ทำเซกเตอร์ (Sector) ขององค์ความรู้นั้นให้เป็นทั้งรีสกิล (Reskill) และอัปสกิล (Upskill) ของบุคคลหรือบุคลากรที่ต้องการความรู้แบบนั้นฟรี นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ และเป็นข้อสังเกตผมครับว่า การศึกษาประเทศไทยต้องฟรีครับท่าน ผมก้าวไปถึงอันนี้ครับ ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ ท่านไปดูบล็อกเชน (Block chain) เมื่อวานนี้ผมไปสภาพัฒน์มา แผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ใช้งบเกือบ ๖,๐๐๐ ล้าน ๕,๙๐๐ ล้าน ๑ ใน บีอาร์ (BR) ก็คือ บีอาร์ ๐๒๐๑ เอกซ์ ๑๐๘ (BR0201X108) ไปเปิดดูครับ ใช้เงิน ๔๖๘.๖ ล้าน เป็นโครงการที่เรียกว่า การสร้างแพล็ตฟอร์ม (Platform) ยุคปัญญาประดิษฐ์ในเทคโนโลยีให้ภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่เรียกว่า กัฟเวิร์นเมนต์เซอร์วิซ (Government Service) เขากำลังเริ่มแล้ว นี่คือสิ่งที่ กำลังสร้าง และในนั้นมันก็จะมีอีก นี่ของ สสช. โดยเป็นผู้ที่รับผิดชอบคือสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พว. มี อว. อยู่ด้วย ทำสิครับ ทำฟรีขึ้นมา เพื่ออะไร เพื่อ วิเคราะห์ออกแบบองค์ความรู้แบบนี้ให้กับนักศึกษาในอุดมศึกษา ขณะนี้นักศึกษาอุดมศึกษา อยู่บนมือถือครับ อยู่บนไอแพด (iPad) หรือบนอินเทอร์เน็ต (Internet) เข้าศึกษาภาษาที่ ๓ ไม่ต้องเรียนแล้วครับ เปิดอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วเรียนเอาแล้วครับขณะนี้ โรงเรียน สอนพิเศษตก ขาดเงินไปเยอะแล้วครับ และอีกหน่อยอินเตอร์มีเดีย (Inter Media) แบบนี้ ต้องถูกทำลาย เพื่อให้สถาบันการศึกษาของเราเติบโตไปด้วยดี สิ่งสุดท้ายครับท่านประธาน ที่ผมอยากเห็น คือการผลักดันทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะสำคัญคือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่ออะไร เพื่อให้เด็กในอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นปีละ ๘๐,๐๐๐ กว่าคน ได้รับการศึกษาบนโลก สมัยใหม่ที่ทรงคุณค่า ทำไมผมถึงต้องย้ำว่าเป็นดีเอด (D-Ed) เพราะในดีเอด (D-Ed) มันจะต้องมีคนไปพรูฟ (Prove) ความรู้นั้น ว่าถูก ถูก ถูก ในบล็อกเชน (Block chain) ถ้ามี คนไปพรูฟ (Prove) สัก ๑๐,๐๐๐ คนในองค์ความรู้นั้น มันก็จะกลายเป็นอิมแพกต์ (Impact) ที่ถูกพรูฟ (Prove) โดยชอบด้วยกฎหมายบนโลกเทคโนโลยี แล้วองค์ความรู้นั้นก็สามารถ กระจายและต่อยอดออกไปยังผู้เล่นคนอื่น คือเด็กหรือนักศึกษานั้นสามารถเก็บองค์ความรู้ นั้น ได้ทุกเซกเตอร์ (Sector) ตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จนจบไปเป็นผู้สูงวัย อย่างเรา ทุกวันนี้ผมใช้เทคโนโลยีแบบนี้เพื่อเรียนรู้ทุกอย่าง บล็อกเชน (Block chain) ไม่ใช่ ผมจะรู้ ผมอ่านทุกหน้าในกระดาษที่ออนไลน์ (Online) ของ สสช. และผมรู้ทุกตัวหนังสือว่า ใช้เงินอย่างไร ๕๕,๙๐๐ กว่าล้าน เป็นเงินในงบประมาณ และมีเงินไม่มีงบประมาณอีก แต่ผมจะตามดูว่าบล็อกเชน (Block chain) อันนั้นที่จะสร้างองค์ความรู้ใน สสช. ที่ใน อว. จะไปถึงไหน จะทำให้ประเทศไทยได้มีความรู้สมัยใหม่ ขอบคุณครับ ฝากความคิดเห็น และข้อสังเกตผมไปด้วยครับ ขอบคุณครับ