คารม พลพรกลาง อภิปรายการใช้เงินกองทุนประชารัฐสวัสดิการ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างผลลดจำนวนผู้จนจากมาตรการที่มีวงเงินจำกัดนั้นอาจเกินจริง พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและฐานข้อมูลของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ในการช่วยเหลือผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้ใช้เงินภาษีเพื่อสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้จ่ายได้หลากหลาย เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อรายงานฉบับของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนในการอภิปราย เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษา งบประมาณแผ่นดิน และในขณะนี้ที่กำลังอภิปรายก็เป็นจุดที่คิดว่าประชาชนทางบ้านอาจจะติดตามอยู่ แล้วก็ อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังประชาชนว่าเงินที่ท่านใช้อยู่ทุกวันนี้ในเรื่องกองทุนนี้ เป็นเงินของท่านเอง เป็นเงินภาษีของประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่เงินของนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ไม่ใช่เงินของคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะโดยการกู้ยืม หรืองบประมาณประจำปี ที่ผมลุกขึ้นสอบถามผมเข้าใจดีครับว่า ความจนเป็นเรื่องที่ หยุดเหนี่ยวรั้งให้คนเดินไปข้างหน้าไม่ได้ แล้วความจนทำให้คนดำรงชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นผมก็มีคำถามและมีข้อสังเกตซึ่งผมจะฝากไว้ในตอนท้าย ๆ ว่า ไม่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือกรรมการกองทุนซึ่งมาชี้แจง หรือท่านประธานซึ่งนั่ง อยู่ข้างบนนี้ เราต่างใช้เงินของประเทศ เราต่างใช้เงินของประชาชนเอามารวมกองกลาง ที่เขาเรียกว่างบประมาณ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากสอบถามก็คือว่า ผมไม่สนใจหรอกครับว่า เงินนี้จะตั้งชื่อว่ากองทุนประชารัฐ ผมเชื่อว่าคนเข้าใจว่าไม่ใช่เงินของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เงิน ของพรรคการเมืองบางพรรคที่ชื่อสอดคล้องกับกองทุนนี้ ผมอยากจะเรียนไปยังประชาชน ที่ใช้เงินนี้แล้วก็ได้เงินนี้ไปว่า อันนี้คือเงินของประชาชนที่เขามีความสามารถที่จะเสียภาษี และเอามารวมไปให้ท่านไปช่วยคนจน เพียงแต่ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอก ผมเป็นคนจังหวัด ร้อยเอ็ดครับ บางทีอยู่บ้าน ส.ส. นั่งเปิดประตูบ้านตามปกติทั่วไปก็จะมีประชาชนเดินมาหา ที่บ้าน วันนี้ไม่มีค่าไฟสัก ๒๐๐ บาท อันนี้เรื่องจริงครับ เพราะฉะนั้นบางส่วนในเงินกองทุนนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีครับ ต่างจังหวัดบางทีเงินค่าไฟเขาไม่เยอะครับ ๒๐๐-๓๐๐ บาท อันนี้คือข้อดี ของบัตรนี้ อันนี้เรื่องจริง แต่อย่างบางจุดเขาก็ไม่ได้ใช้รถเมล์ รถไฟ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ที่ผม จะตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ในรายงานฉบับนี้ มันแปลกใจนะครับว่าการที่ท่านให้ค่าช่วยเหลือ คนจนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ เงินช่วยแก๊ส ค่าแก๊สหุงต้มสัก ๔๕ บาทต่อคน ต่อ ๓ เดือน ค่าโดยสารรถเมล์ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ค่าโดยสารบริษัทขนส่ง ถามกรรมการกองทุนสิครับว่า พอทำรายงานออกมา อย่างในหน้า ๓๓ เงินช่วยแค่นี้หรือครับ ทำให้คนจนลดลงจากในปี ๒๕๖๑ จาก ๖.๗ ล้านคน เหลือ ๔.๓ ล้านคน เงินแค่นี้ช่วยได้ หรือครับ ผมว่าการเขียนอย่างนี้ทำให้คนเข้าใจผิด แล้วท่านยังบอกว่าเป็นการสะท้อนว่า การแก้ปัญหาตรงจุด ตรงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเรียนตรง ๆ นะครับท่านประธาน ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะกล่าวหาใครและมองโลก เป็นธรรม ผมว่ามันเขียนเกินไป เงินนี้ไม่ได้ช่วยให้เส้นความจนมันลดลงหรอกครับ เพียงแต่ ให้เขาเดินไปได้และทำงานได้ ที่ผมสนใจคือสนใจอยู่สัก ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรกคือ ท่านบอกว่าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐต่าง ๆ ที่ภาครัฐช่วยเหลือ ข้อมูลเชิงลึกมันดีตรงไหนครับ ดีตรงที่ว่าโครงการนี้มันเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำเป็นพื้นฐานทั่วไป จปฐ. ด้านสุขภาพ ด้านบุคคล ด้านการศึกษา ด้านพฤติการณ์ ด้านผู้มีรายได้น้อย แต่ผมอยากจะเรียนครับว่าในเมื่อเรามี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนของผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผมค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมเราไม่จัดระบบให้ไปอยู่ในส่วนนั้นเลย ซึ่งเขามีฐานข้อมูล ที่ตรงกว่า และเงินนี้ผมไม่ได้แม่นในเรื่องการโอนงบประมาณหรือการเอาเงินอุดหนุนไปให้กับ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่ในท้องถิ่น อบต. องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล อบจ. เขาจะมีข้อมูลพวกนี้ดีกว่า ถ้าตรงนั้นเขาจะมีข้อมูลว่าบ้านไหนอยู่กัน ๒ คน พิการคนหนึ่ง บ้านไหนไม่มีรายได้เลย ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมอยู่ บ้านนอก ท่านก็อยู่บ้านนอก บางบ้านเขาได้เงินแค่ถ้าคนแก่ก็ได้เงินคนชรา คนพิการ ก็ได้เงินเดือนไม่กี่บาท แต่เขาอยู่ได้นะครับ ถ้าเขาไม่มีภาระอื่น เขาไม่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถเหมือนคนในกรุงเทพฯ ที่ผมเรียนก็คือเรียนว่าผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าการที่เอาเงินตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของคนพิการโดยที่ ใส่ให้มันถูกจุดก็จะแก้ปัญหาได้ตรง ผมอยากเห็นว่ากองทุนนี้น่าจะมีข้อสังเกตหรือเอาเงิน ส่วนนี้ไปใส่ให้อยู่ในส่วนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นผมว่าจะตรงประเด็นกว่า
ส่วนเรื่องอื่นผมจะฝากเป็นประเด็นสุดท้ายว่าอย่างไรก็แล้วแต่เงินนี้ คือเงิน ภาษี คือเงินที่รัฐต้องมาใช้ การใช้เงินโดยที่ทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเงินของคนบางคนแล้วมา ฟรีโดยที่ไม่สร้างจิตสำนึก ผมพูดนี้ผมไม่ได้ไปรังเกียจประชาชนที่จะได้เงินและสนับสนุน เพราะว่าคนจนมีเงินไม่ต้องมากเขาก็อยู่ได้ เพียงแต่ฝากว่าอยากจะให้ทำให้มันถูกวัตถุประสงค์ ไม่สร้างเงื่อนไขให้เขาใช้เงินได้หลายช่องทาง ไม่ใช่ซื้อในร้านที่เป็นร้านของเถ้าแก่รายใหญ่ บริษัทใหญ่ ให้เขาได้ใช้ได้หลากหลาย ให้เขาอยู่ได้ เมื่อเขาอยู่ได้เขาก็ทำงานได้ ทำงานได้เขาก็ มีเงินเขาอยู่ได้ เมื่ออยู่ได้แล้วบ้านเมืองเราก็อยู่ได้ ก็จึงฝากข้อสังเกตและฝากคำถามด้วยในเรื่อง ที่ว่าท่านทำอย่างไรถึงบอกว่าความยากจนมันลดลงอย่างนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษา งบประมาณแผ่นดิน ขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ