พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือประเด็นสวัสดิการรูปแบบใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือประเด็นสวัสดิการรูปแบบใหม่ เสนอให้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่บริการกลุ่มเป้าหมาย และชี้ให้เห็นปัญหาสิทธิบัตรสวัสดิการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ รวมถึงเรียกร้องให้กระทรวงการคลังสานต่อโครงการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ จากรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พ.ศ. ๒๕๖๓ ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประเด็นค่ะ โดยเบื้องต้นนั้นกองทุนนี้ถูกตราขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดการ ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จากเป้าหมายที่สำคัญมุ่งเน้น การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยการที่จะสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่มให้เข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน เพื่อพัฒนาในเรื่องของ การดำรงชีพการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น จากเป้าหมายดังกล่าว ดิฉันมองว่ามันเริ่มจะมีปัญหาและข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประเด็น

เรื่องแรก เรื่องของการเข้าถึงสิทธิ ในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๑ ก็ประกาศให้มีการ ลงทะเบียน สามารถเข้าถึงสิทธิได้ประมาณ ๑๑.๔ ล้านคน แล้วก็เปิดรอบใหม่ภายใต้ โครงการไทยนิยมยั่งยืนสำหรับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง แล้วก็ผู้ที่อยู่ห่างไกล ก็เพิ่มมาอีกประมาณ ๓.๑๔ ล้านคน รวมแล้ว ๑๔ ล้านคนเศษค่ะ ก็ขอเรียนว่าการเข้าถึงสิทธิ ค่อนข้างจะมีปัญหาดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเปราะบาง จากกรณีที่มีฐานข้อมูลทีพีแมป (TPMAP) ซึ่งก็คือระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า ข้อมูลชุดนี้น่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมาก อาทิเช่น กรณี จังหวัดสุโขทัยค่ะ จากข้อมูลชุดนี้พบว่ามีกลุ่มเปราะบางอยู่ที่จำนวน ๓๗,๘๘๕ ครัวเรือน จำนวน ๙๐,๘๗๕ คน สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐได้แค่เพียง ๖,๓๓๙ คน หรือร้อยละ ๘.๖๔ ก็ถือว่าการเข้าถึงนั้นน้อยมากอาจจะด้วยปัญหาสุขภาพ อาจจะด้วยเรื่องของการดูแล ตลอดจนฐานข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงการคลังได้พิจารณา กลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะจัดสวัสดิการให้ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการข้อมูล หน่วยงานพื้นที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สถิติจังหวัด สำนักงานจังหวัด ควรจะได้ทำฐานข้อมูลรองรับไว้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน เพื่อการเข้าถึง แล้วก็เป็นธรรมมากขึ้น อีกทั้งมีผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากก็ไม่เข้าถึงสิทธิ ผู้ที่รายได้มากกว่าผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสิทธิไปตั้งเยอะแยะมากมายในรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก็มีข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรี ก็ได้อนุมัติในหลักการที่จะขับเคลื่อนเรื่องของสวัสดิการของรัฐให้กับประชาชนต่อไป ทั้งนี้ ก็กำลังกำหนดเกณฑ์ในรอบใหม่ โดยเกณฑ์นั้นก็จะถือยึดไว้ที่ผู้มีรายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อปี และยังมีเกณฑ์ของครอบครัว ก็คือครอบครัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะก็สามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้อีก อันนี้ถือว่า เป็นข้อดีที่ควรจะได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบกันอย่างทั่วถึง แล้วก็ ต้องขอขอบคุณรัฐบาล มา ณ ที่นี้ด้วย

ประเด็นต่อไป ในเรื่องของการจัดสวัสดิการ ซึ่งมี ๒ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าเป็นการบรรเทาในเรื่องของค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ก็จะ มีปัญหาในเรื่องของสินค้าก็อยากจะเสนอให้สามารถที่จะจับจ่ายใช้สอย ในเรื่องของร้านค้า ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยในพื้นที่ได้มีโอกาสที่จะบริการหรือว่าจับจ่ายใช้สอยกับกลุ่มนี้ ให้มากขึ้น และในขณะเดียวกันยังมีปัญหาในพื้นที่เรื่องการถือครองสิทธิอาจจะเป็นโดยญาติ พี่น้องไปดูแลคนในครอบครัว ผู้สูงอายุหรืออะไรก็ดี ก็ทำให้เกิดปัญหาการครองสิทธิ ตลอดจนร้านค้าอาจจะยึดบัตรไว้ แล้วก็จ่ายสินค้าคุณภาพต ่า หรือว่ามีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ในประเด็นหนึ่งในเรื่องของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดิฉันเคยเป็นกรรมการร่วม ในสมัยที่ทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ผู้ที่มีรายได้น้อยลงทะเบียนพัฒนา ตนเองเพื่อนำไปสู่การมีงานทำ การฝึกอบรมอาชีพ การพัฒนาหรือเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐาน พบว่าในปี ๒๕๖๒ มีผู้ที่ประสงค์จะพัฒนาตนเอง ประมาณ ๔.๑ ล้านคน แต่ว่าภาครัฐไม่สามารถจัดโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาให้กับ ประชาชนได้ เหลือแค่เพียงประมาณ ๓.๒ ล้านคน รวมทั้งเมื่อพัฒนาไปแล้วก็ติดตามได้แค่ เพียง ๒.๘ ล้านราย ถือว่าการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้คนพึ่งตนเองได้ ทำไมโครงการนี้ จึงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะรายงานในปี ๒๕๖๓ ก็ไม่ปรากฏข้อมูลชุดนี้เลย ดิฉัน มองว่าเป็นสิ่งที่ดี การพัฒนาคนเพื่อให้คนไปพึ่งตนเองได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และในเรื่องนี้ ดิฉันมีข้อสังเกตว่าโครงการนี้คงต้องมีคำตอบว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากอะไร การบูรณาการ เชิงพื้นที่ด้วยความมุ่งมั่นจะให้คนพัฒนาตนเองได้ ทำไมจึงไม่มีการสานต่อ และคนที่ถูก พัฒนาแล้วมีรายได้เกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้นถือว่าเป็นต้นแบบที่ดีนำไปสู่การต่อยอด จากโครงการอย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้ในภาพรวมก็ถือว่าการขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วก็ตั้งใจ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับกระทรวงการคลัง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน และเชื่อมั่น ว่าในรอบใหม่ ปี ๒๕๖๕ นี้ จะดำเนินการโครงการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างบรรลุ วัตถุประสงค์ทั่วถึง แล้วก็เป็นธรรมด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ