บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือการจัดการกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยเสนอให้ปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้นำแทนกระทรวงการคลัง เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ยากไร้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสอภิปรายรับทราบรายงานประจำปี กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ๒ ปี ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ซึ่งจัดการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมไทย ตาม พ.ร.บ. การจัดประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. การจัด ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมสำหรับผู้ยากไร้นั้นเป็นสิ่งที่ดีมากครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพ แล้วก็รายได้ไม่เพียงพอแก่การครองชีพ ไม่ได้อยู่ ในเกณฑ์มาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม รัฐก็สมควรที่จะไปดูแลเพื่อพยุงให้เศรษฐกิจ ในครอบครัวได้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ แต่ว่าผู้ยากไร้ทุกคนไม่ใช่จะยากไร้ไปตลอดนะครับ ก็ควรที่ รัฐจะต้องเสริมให้มีรายได้ที่มั่นคง การที่กฎหมายเขียนไว้ให้กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นประธาน แล้วก็ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นเลขานุการ แล้วก็ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมเป็นกรรมการ ผมว่าน่าจะผิดฝาผิดตัว เมื่อไปดูระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน การจัดระเบียบการบริหารกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แล้ว ภารกิจ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ได้รับความเดือดร้อนน่าจะเป็นภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มากกว่า กระทรวงการคลังน่าจะดูแลเรื่องของการจัดเก็บรายได้ การเงิน การคลัง การธนาคาร แล้วก็ดูเสถียรภาพทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งมีภารกิจ ที่มากมายอยู่แล้วคอยจัดงบประมาณให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นกรม หรือกระทรวงที่ไปอยู่กับพี่น้องประชาชน มีสาขาลงไป จนถึงมีอาสาสมัครที่ดูแลพี่น้อง ประชาชนผู้ยากไร้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นเป็นกระทรวงที่ ดูแลบุคคลตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต นโยบายพรรคประชาธิปัตย์เป็นนโยบายที่ส่งเสริมรัฐ สวัสดิการแรกเกิดถึง ๖ ปี ส่งเสริมให้มีเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี ซึ่งปัจจุบันก็ ๖๐๐ บาทต่อคน ต่อเดือน ซึ่งรัฐบาลจัดให้ อันนี้ก็เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในวัยเรียนเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ค่าตำราเรียน ชุดอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เห็นว่าสมควรที่จะเพิ่มเติม เพราะว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็เป็นการจุนเจือ ครอบครัว แล้วก็ภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นก็ควรจะต้องเพิ่ม สำหรับผู้สูงอายุนั้นเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งเสริมให้มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาท ตามช่วงอายุ ๖๐ จนถึง ๙๐ ปีขึ้นไป ผู้พิการนะครับ เบี้ยยังชีพผู้พิการอันนี้ก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน และปัจจุบัน รัฐบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น ๘๐๐ บาทต่อคน ผู้เสียชีวิตจากผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐ บาทต่อศพ สำหรับผู้ยากไร้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะผลักดันให้ทุก ๆ คน ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็คือผู้ยากไร้จัดไปเลยครับ ๓,๐๐๐ บาทต่อศพ อันนี้ไม่ต้องรอให้มาวิเคราะห์ว่ายากจน หรือไม่ยากจน เพราะยากจนอยู่แล้ว ผมอยากที่จะให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อยากฝากรัฐบาลให้ แก้ไขให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน ซึ่งดูแลผู้ยากไร้ทุกช่วงวัยอยู่แล้ว การให้ เงินสักแต่ว่าโอนให้อย่างเดียวไม่พอครับต้องไปประเมินผลสัมฤทธิ์ด้วยว่า จากที่ยากจนเมื่อ โอนไปแล้วได้นำเงินไปใช้แล้วก็ไปครองชีพเป็นค่าใช้จ่ายมาตรฐานการครองชีพดีขึ้นหรือไม่ แล้วก็มีพัฒนาการเป็นอย่างไร แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่จะเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตามบริบทของพื้นที่ ตามบริบทของอาชีพต่าง ๆ อย่างไร แล้วก็สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งทำหน้าที่ที่ควรจะเป็นก็คือเป็นหน่วยงานดูแลเศรษฐกิจการคลัง เป็นหน่วยงานที่เสนอแนะ นโยบายให้รัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจการคลังก็ไปทำหน้าที่ตามภารกิจระเบียบ การบริหารกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เสียให้ถูกฝาถูกตัว ให้ปลัดระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการใน พ.ร.บ. การจัด ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมจะเหมาะสมกว่า ผมก็ขอถือโอกาสที่ได้ อภิปรายรายงานประจำปีทั้ง ๒ ปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและ สังคมนี้ เพื่อนำเสนอว่าในอนาคตถ้ามีการปรับเปลี่ยนกฎหมายก็อยากที่จะให้กระทรวงที่ รับผิดชอบโดยตรงต่อมนุษย์จะได้ทำหน้าที่ เพราะว่าการโอนเงินตรงไปสู่ผู้ไม่ได้ยากจน ไม่มี การตรวจสอบมากมาย ไม่มีแขนขาของกระทรวงที่จะไปดูแลถึงประชาชน ไปปรับปรุงรูปแบบ วิธีการให้เหมาะสม อาจจะไม่ใช่บรรลุเป้าหมายผลสำเร็จสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุดตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายก็ได้ครับ ก็ขออภิปรายฝากท่านประธานถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ