วิรัตน์ ชี้ข้อมูลบัตรสวัสดิการไม่โปร่งใส ขอเปิดตรวจสอบได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิรัตน์ วรศสิริน ตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสของการใช้จ่ายกองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ พร้อมเรียกร้องให้เปิดข้อมูลผู้มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแบบออนไลน์เพื่อตรวจสอบได้ และวิพากษ์การตั้งชื่อกองทุนที่อาจก่อความเข้าใจผิดทางการเมือง จึงเสนอให้เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อความเป็นกลาง

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับรายงาน กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมประจำปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๒ ที่เข้ามาด้วยนะครับ รายงานของปี ๒๕๖๒ เคยได้มีสมาชิกหลายท่านแสดงความกังวล ต่อกรณีที่ สตง. มีความเห็นอย่างมีเงื่อนไขไว้ในสภานี้นะครับ โดย สตง. มีความเห็นว่า ไม่สามารถแสดงความเห็นเนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีได้นะครับ ท่านประธานครับ ในรายงานปีนี้ ๒๕๖๓ หน้า ๔๑ ก็มีรายงานของ สตง. ในเรื่องนี้ครับว่า ขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ ๙ ค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ จำนวนเงิน ๙๓,๑๕๕,๙๒๑,๖๓๙.๑๐ บาท ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับ การตรวจสอบข้อมูลการจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิได้รับ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครับท่านประธาน เข้าฐานข้อมูลไม่ได้ท่านประธาน อย่างนี้เรียกว่าไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล น่ากังขา เกี่ยวกับผู้ถือบัตรสวัสดิการ ๑๔.๖ ล้านคนนะครับ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรองปลัดนะครับ ข้อมูล ๑๔.๖ ล้านคนนี้ ต้องเป็นข้อมูลที่โปร่งใส ต้องเป็นข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ผมจะขอให้ท่านรองปลัด ทางกองทุนจัดทำเว็บไซต์ (Website) เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ประชาชนทั่วไปสามารถ เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของผู้ที่ได้รับสิทธิให้ตรวจสอบได้ อันจะเป็นประโยชน์ ต่องบประมาณแผ่นดิน ผมเชื่อว่าทำง่าย ๆ ทำไม่ยากครับ ทำได้อยู่แล้ว ยกเว้นว่าท่านจะไม่ทำ ท่านจะปิดบังเท่านั้นเองไม่ให้ตรวจสอบ ขอให้ไปจัดทำนะครับ ท่านประธานครับ เงื่อนไข ในการได้รับบัตรสวัสดิการมีข้อน่ากังวลกังขามากมายนะครับ ท่านกำหนดให้ต้องเป็นผู้ที่มี รายได้ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ก็คือวันละ ๒๗๐ บาทโดยประมาณ น้อยกว่าค่าแรง ขั้นต ่า นั่นก็หมายความว่าคนที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดนี้คือคนที่อยู่นอกระบบภาษี ท่านประธานครับ ปัจจุบันมีผู้อยู่ในระบบภาษี ๑๑ ล้านคน ส่วนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปมีทั้งหมด ๕๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นจะมีคนที่มีรายได้ตามเกณฑ์ของท่าน ๑๐๐,๐๐๐ อยู่ ๓๙ ล้านคน ใน ๓๙ ล้านคนนี้มีทั้งยากจนต้องช่วยเหลือ มีทั้งไม่ได้ร ่ารวยแต่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ มีทั้งไม่ได้เดือดร้อน และไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือ อย่างคนขับรถท่านรัฐมนตรีหรือว่าคนขับรถ ท่านรองปลัด ผมเชื่อว่าก็อยู่นอกระบบภาษีทั้งนั้นละ อยู่ในนี้ด้วยนะครับ ทั้งหมดต่าง ๆ นานา ท่านได้ตรวจสอบแยกแยะเพื่อประโยชน์เงินแห่งแผ่นดินหรือไม่ หรือว่าคิดแต่ว่า แจก ๆ แจก ๆ แล้วปล้นที่สื่อเขาวิจารณ์กันอยู่ เสียหายมากนะครับ แจกจนถังแตกไม่มีเงิน ทำอย่างไร ออกนโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติ คนต่อต้านขายไม่ได้ครับ ก็คิดจะขึ้นภาษี ภาษี บุหรี่ขึ้น ภาษีน ้ามันจะลงก็ลงไม่ได้ ลงไม่ได้เพราะอะไร ไม่มีเงิน จำเป็นต้องใช้เงิน ภาษีแวต (VAT) ก็ฮึ่ม ๆ ฮึ่มจะขึ้นอยู่นี่ ถังแตกเงินหมดก็กู้ กู้มาก็แจกหมุนเวียนกันเป็นลูกโซ่อยู่อย่างนี้ เสียหายต่อระบบการคลังของประเทศระยะยาวหรือไม่ เสียหายครับ ท่านประธานครับ ใน หน้า ๑๒ ของรายงานปี ๒๕๖๓ ได้พูดถึงที่มาของกองทุนนี้ว่าวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ รัฐบาล คสช. ขณะนั้นมีมติรับทราบลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรียกง่าย ๆ ว่า บัตรคนจนในขณะนั้น ต่อมาปี ๒๕๖๑ ก็เปลี่ยนชื่อจากโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ มาเป็น โครงการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม นี่ตามรายงานท่านนะครับ แต่พอใกล้ เลือกตั้ง วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม เติมคำว่า สวัสดิการ ลงไปเรียกว่าบัตรคนจน เปลี่ยนมาเป็นบัตรประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ เนื้อหาในรายงานผมมีปัญหา ผมมีปัญหาเรื่องชื่อกองทุนนี่ละ ชาวบ้าน เขาเข้าใจว่าโครงการนี้เป็นโครงการของพรรคพลังประชารัฐ บางคนก็เรียกว่า บัตรของ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคงจำได้เคยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ใส่เสื้อพรรค ถือป้าย ถือรูป ถ่ายรูปแจกบัตรรับสมัครสมาชิกพรรคกับชาวบ้าน คำว่าประชารัฐ มาจากเนื้อเพลง เพลงชาติประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐไผทของไทย ทุกส่วน ท่านประธานครับ ไผทของไทยทุกส่วนเป็นในเนื้อเพลง แต่ในทางการเมืองไม่ได้เป็น ของคนไทยทุกส่วน ในแผ่นดินนี้เท่าเทียมกัน ผมเสนอเปลี่ยนชื่อกองทุนครับท่านประธาน เปลี่ยนเสียใหม่เป็น กองทุนเพื่อไทยเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม หรือว่าเสรีรวมไทย ก็ได้ผมว่าก็เพราะดี หรือว่าพรรคท่านประธานก็ได้ พลังภูมิใจไทยเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม สลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปทุกพรรคให้ครบ ท่านประธานครับ ผมเสนอก็เพื่อ จะไม่ให้ถูกกล่าวหาว่ากองทุนนี้นำเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปหาเสียงเพื่อใช้ในการ ซื้อเสียง รัฐบาล คสช. ได้ตั้งชื่อทุนนี้เหมือนชื่อพรรคการเมืองถือว่าเป็นความจงใจไม่สุจริต ไม่มีพรรคการเมืองไหนเขาเอาเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปหาเสียงฟรี ๆ อย่างนี้ได้หรอก ท่านประธานไม่มี ส่วนตัวผมเชื่อว่านี่เป็นความทุจริตอย่างร้ายแรงเอาเปรียบพรรคการเมือง อื่นเขา และยังละเมิดพระราชบัญญัติการเงิน การคลัง มาตรา ๙ อ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการ โดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนได้ในระยะยาว กฎหมายเขียนอย่างนี้ พลังประชารัฐกับประชารัฐ ๒ คำนี้ มุ่งสร้างความนิยมหรือไม่ แจก ๆ แจก ๆ แล้วกู้ ท่านประธานขอนิดเดียวจะจบแล้วครับ ก่อนจะจบขอกราบเรียน ท่านประธานว่าการออกนโยบายแฝงด้วยประโยชน์ส่วนตนของหัวหน้า คสช. เพื่อเอาเปรียบ คนอื่นเป็นเรื่องน่าละอาย ไม่ใช่วิสัยของชายชาติทหาร ทั้งยังเป็นการทุจริตต่อเชิงนโยบาย อีกด้วยนะครับ ท่านประธานครับ พรรคเสรีรวมไทยอาจจำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลอาญา ทุจริตในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงกราบเรียนมายังท่านผู้มาชี้แจงท่านรองปลัด ด้วยความเคารพ กราบขอบคุณท่านประธานครับ