วิรัตน์ วรศสิริน หารือผลกระทบจากการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยยกตัวอย่างกรณีการรวมกิจการของบริษัทรายใหญ่ ทั้งชี้ข้อดีด้านต้นทุนและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น แต่เน้นย้ำถึงความเสี่ยงต่อการลดการแข่งขัน ทางเลือกของผู้บริโภค และความไม่สมดุลในตลาด จึงเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษากรณีการควบรวม บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชันจำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ท่านประธานครับ ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็นไปแล้ว ในความเห็นผมยังอาจจะ จำเป็นมากกว่าการใช้รถใช้ถนนด้วยซ ้าไปนะครับ ดังนั้นหากมีการควบรวมกิจการก็จะส่ง ผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเปรียบนะครับท่านประธานก็คล้ายกับว่า มีถนนทางเดินอยู่ ๒ เส้นที่ประชาชนเขาใช้สัญจรกันอยู่ มาวันนี้เจ้าของถนน ๒ เส้นนี้ ก็มาประชุมร่วมกันจะไปใช้เส้นหนึ่งและให้ไปรวมกันใช้อยู่เส้นเดียวนะครับ กรณีที่เช่นว่านี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรอย่างแน่นอนครับท่านประธาน การรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้เหลือผู้ประกอบการเพียง ๒ ราย เหลือ ๒ รายนี้ถือว่า เป็นปกติไหม ประเทศอื่นเขาเป็นอย่างนี้หรือไม่อย่างไรนะครับท่านประธาน ไทยมีประชากร ๗๐ ล้านคนเป็นอันดับที่ ๒๐ ของโลกนะครับ มีผู้รับสัมปทานเครือข่ายโทรศัพท์ ๓ ราย สิงคโปร์มี ๖ ล้านคน อันดับที่ ๑๑๒ มี ๕ ราย มาเลเซียมี ๓๓ ล้านคน เป็นที่ ๓๕ ของโลก มี ๔ ราย ท่านประธานจะเห็นได้ว่าประเทศไทย มีผู้ประกอบการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือน้อยกว่าทุกประเทศอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่า ประชาชนก็มีทางเลือกที่น้อยกว่าอยู่แล้วนะครับ ทั้งที่น้อยกว่าแล้วก็ยังจะมาควบจาก ๓ เหลือ ๒ อีก ยิ่งทำให้ทางเลือกน้อยลงไปอีก
ท่านประธานครับ การควบรวมกิจการคืออะไรคร่าว ๆ นะครับ มีอยู่ ๓ รูปแบบ
รูปแบบที่ ๑ ก็คือการซื้อหุ้นของกิจการ เช่น บริษัทเอจะควบรวมบริษัทบี บริษัทเอก็เข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทบี ซื้อจนมีอำนาจมากพอบริหารบริษัทบี นี่ก็เป็นรูปแบบที่ ๑
รูปแบบที่ ๒ การซื้อสินทรัพย์กิจการ หรือการโอนกิจการให้แก่กัน ก็อย่างเช่น แกร็บ (Grab) ซื้อสินทรัพย์ของอูเบอร์ (Uber) มาบริหารในชื่อของแกร็บ (Grab) และสุดท้าย อูเบอร์ (Uber) ก็หายไปจากตลาด จากผลของการซื้อกิจการ
รูปแบบที่ ๓ คือการควบรวมกิจการ เช่น บริษัทเอและบีตกลงจะควบรวมกัน และเป็นบริษัทซี อย่างที่ทรู กับดีแทค กำลังทำกันอยู่ นี่ก็อีกรูปแบบหนึ่ง
ท่านประธานครับ การควบรวมกิจการมีกฎหมายควบคุมทั้งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายบริษัทมหาชน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แม้กระทั่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ทั้งหมดก็จะต้องนำไปศึกษาในชั้นกรรมาธิการ กันทั้งหมดนี้นะครับ ท่านประธานครับ ข้อดีและข้อเสียของการควบรวมกิจการมีอะไรบ้าง ข้อดีก็คือลดต้นทุนของบริษัท ลดทั้งเงินลงทุนโครงข่ายมากถึงปีละเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ทำให้ประหยัดการลงทุน ลดการแข่งขัน การควบรวมทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น ข้อดีข้อต่อไป ก็คือดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะเมื่อต้องการจะรวมกันก็ต้องมีการตีราคามูลค่าหุ้นที่แท้จริงกันใหม่ ราคาที่ตีก็จะสูงกว่าราคาตลาดอย่างแน่นอน นอกจากนั้นจะเกิดการเก็งกำไรจากการคาดหวัง ผลประกอบการในอนาคตว่าจะดีขึ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ส่วนข้อเสีย ๑. ผู้บริโภค จะเสียประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันจะลดลง ๒. อาจเกิดการฮั้วราคากันได้ หรือแบ่งตลาดลดการแข่งขันลง ๓. เมื่อจำนวนผู้ให้บริการลดลงทำให้ทางเลือกของ ประชาชนก็น้อยลง ๔. อาจจะมีการลดพนักงานที่ซ ้าซ้อนกันในทั้ง ๒ บริษัท ๕. ข้อนี้สำคัญ ท่านประธาน อาจไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะที่เหลือ ๒ ราย ล้วนเป็นทุนใหญ่ เกินกว่าทุนใหม่ที่จะกล้าเข้ามาลงทุนแข่งขันด้วยนะครับ ท่านประธานครับ สมัยก่อนเราเอง ก็เคยผ่านสถานการณ์ที่มีผู้ประกอบการเพียง ๒ รายมาแล้ว ตอนนั้นนอกจากค่าบริการ จะแพง และโพรโมชัน (Promotion) ก็น้อย บริการก็ไม่ดี และยังเอาเปรียบด้วยนะครับ ท่านประธาน บังคับให้ผู้ใช้บริการต้องซื้อโทรศัพท์จากบริษัทตัวเองเท่านั้น โดยการล็อก หมายเลขอีมี่ (IMEI) ของเครื่องโทรศัพท์ ผมคิดว่าท่านประธานคงจำเหตุการณ์นั้นได้นะครับ แต่ท่านประธานครับ หลังจากมีผู้ให้บริการเพิ่มเป็น ๓ รายแล้วการแข่งขันมากขึ้นจึงทำให้ ปัญหานั้นถูกยกเลิกไปได้นะครับท่านประธาน คลื่นความถี่เป็นสมบัติสำคัญของประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีกฎหมายกำกับควบคุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นการควบรวมธุรกิจ โทรคมนาคม ผู้มีหน้าที่รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรของเราด้วยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ ธุรกิจโทรคมนาคมอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมาย หลายฉบับ อาทิเช่น พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมายลูกต่าง ๆ ท่านประธานครับ เดิมทีเราเคยมีประกาศของ กสทช. ปี ๒๕๖๑ ที่ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตควบรวมกิจการ อันจะส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดในเชิงปริมาณได้ ดังนั้นเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องฝาก กรรมาธิการไปพิจารณาด้วย กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันโลกใบนี้เป็นโลก ไร้พรมแดน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ก็จะสามารถพูดคุยติดต่อ สื่อสาร ซื้อขาย ทำธุรกรรม ได้ทันทีด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ท่านประธานครับ ยิ่งวิกฤติโควิด (COVID) ใน ๒ ปี ที่ผ่านมายิ่งทำให้พัฒนาการในการใช้ดิจิทัล คอมมิวนิเคชัน (Digital Communication) การสื่อสารไร้สายเรียนรู้กันเร็วขึ้น แพร่หลายกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะรับเงินสารพัดโครงการของรัฐ เช่น บัตรประชารัฐที่ชื่อเดียวกับพรรค พลังประชารัฐนะครับ ไม่ว่าจะประชุม ดูหนัง ฟังเพลง ทำธุรกรรมการเงินก็ดี ล้วนจะต้องใช้ โทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้น ดังนั้นธุรกิจโทรคมนาคมปัจจุบันได้กลายเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญ ที่สุดอย่างหนึ่งไปแล้ว จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการควบรวมเกินสมควร ส่วนแบ่งตลาด อันจะส่งผลเสียต่อการขยายโครงข่ายในอนาคตได้ กระผมจึงกราบเรียน มาเพื่อสนับสนุนต่อการตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้ต่อท่านประธาน ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ