ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค โดยชี้ทั้งข้อดีด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการแข่งขัน แต่ก็ห่วงว่าการควบรวมอาจทำให้ตลาดเหลือผู้ให้บริการหลักเพียงสองราย ส่งผลให้การแข่งขันลดลงและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะกึ่งผูกขาด จึงเรียกร้องให้เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กสทช. ให้ครบเพื่อการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อผู้บริโภคและผลต่อประเทศอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา ผลกระทบต่อประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ รายใหญ่ ก็คือบริษัททรู และบริษัทดีแทค ท่านประธานครับ การควบรวมบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ ผมจะอภิปราย เรียนท่านประธานว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านประธานได้เห็นว่า การมีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา การควบรวมมีข้อดี อย่างไรครับ
ข้อที่ ๑ การควบรวมกิจการบริษัททรู และดีแทค ก็จะเป็นการปรับ โครงสร้างบริษัททั้ง ๒ บริษัทให้เป็นบริษัทแห่งเทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ประเทศไทย ๔.๐ ที่จะให้ประเทศไทยก้าวเป็นฮับ (Hub) ของเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียน ในการที่จะพัฒนาธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในด้านของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล
ข้อที่ ๒ การควบรวมบริษัททั้งทรู และดีแทค ก็เป็นข้อดีสำหรับบริษัเขา ในการที่จะอยู่รอดและสามารถแข่งขันได้ในธุรกิจโทรคมนาคม
ข้อที่ ๓ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมแบบนี้ก็มีการใช้กันในต่างประเทศ ในโลกยุค ๕ จี (5G) อย่างเช่น ในกรณีมาเลเซียก็มีการควบรวมระหว่างบริษัท ดิจิทัล และเซลคอม ในแคนาดาก็มีโชและโรเจอร์สควบรวมกัน ในสเปนก็มี ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าในต่างประเทศ ก็ได้มีการปรับตัวของบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่เพื่อความอยู่รอด
ข้อที่ ๔ การควบรวมก็จะเกิดการเชื่อมต่อคอนเนกทิวิตี (Connectivity) เพราะโครงข่ายในโลกยุค ๕ จี (5G) จะยกระดับประเทศเราไปสู่ดิจิทัลเทคโนโลยีท่านประธานครับ นอกจากมีข้อดีแล้วข้อเสียก็มีครับท่านประธาน
ข้อเสีย ก็คือการควบรวมมันก็จะทำให้เกิดการแข่งขันน้อยรายในตลาด ผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด ๓ รายใหญ่ คือถ้าบริษัททรู ควบรวมกับดีแทค แล้วก็จะมี ส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ ๕๒ ซึ่งก็จะมาเป็นเบอร์ ๑ ของตลาด คราวนี้การแข่งขันน้อยราย มันก็จะทำให้ตลาดโทรคมนาคมผู้ให้บริการโทรศัพท์มีโครงสร้างในลักษณะกึ่งผูกขาด เพราะว่า ก็จะเหลือการแข่งขันน้อยราย เหลืออยู่เพียง ๒ ราย ก็คือเอไอเอสมีส่วนแบ่งการตลาด อีกร้อยละ ๔๔
ข้อเสียข้อต่อไป ถ้าท่านประธานดูจากราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หลังจาก มีการประกาศข่าวควบรวมของบริษัททรู และดีแทค ก็จะปรากฏว่าหุ้นของบริษัททรู ก็เพิ่มขึ้น บริษัทดีแทค ก็เพิ่มขึ้น บริษัทเอไอเอสก็เพิ่มขึ้น ถ้าในแง่ของธุรกิจธุรกิจ ท่านประธานครับ ธุรกิจดีแน่นอน แต่ผู้บริโภคก็อาจจะไม่ดี เพราะว่าในแง่ธุรกิจในราคาหุ้น ที่เพิ่มขึ้นแสดงว่านักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจเขาจะดีขึ้น แต่ต้องเรียนท่านประธานครับว่า ปัจจุบันเราเข้าสู่เทคโนโลยี ๕ จี (5G) ซึ่งจัดว่า เป็นเทคโนโลยีใหม่นะครับ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนกันมหาศาล แล้วมันก็จะต้องมีการปรับตัว สู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เพื่อความอยู่รอดในธุรกิจนี้ ท่านประธานครับ ข้อกังวลของการควบรวมก็คือจะทำให้ค่าบริการแพงขึ้น ประชาชน ผู้ใช้บริการเดือดร้อน เพราะว่ามีบริษัทที่ให้บริการกับประชาชนลดลงจาก ๓ รายใหญ่ เหลือเพียงแค่ ๒ รายใหญ่ แต่ท่านประธานครับ เราก็มีหน่วยงานที่จะเข้ามาทำการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ก็คือ กสทช. ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของการกระทำการไม่ให้เป็นการผูกขาด หรือจำกัดการแข่งขันในด้านการบริการธุรกิจโทรคมนาคม แต่ท่านประธานครับ กรรมการ ที่จะเข้ามาตรวจสอบก็คือ กสทช. เรามีสภาของเราได้มีการแก้ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ และกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็คือเรามีการแก้กฎหมายใหม่ แล้วก็มีการไปเลือก คณะกรรมการ กสทช. ใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา กสทช. คณะกรรมการซึ่งเป็นหัวใจที่จะต้องมากำกับดูแลในการควบรวมทรู กับดีแทค ก็มีการไป เลือกมาทั้งหมดคณะกรรมการ ๗ คน เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าเลือกได้ เพียง ๕ ด้าน ก็คือด้านที่ ๑ ด้านกิจการกระจายเสียง ด้านที่ ๒ ด้านกิจการโทรทัศน์ ด้านที่ ๓ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านที่ ๔ ก็คือด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และอีกด้านหนึ่ง ก็คือด้านกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ได้ด้านเศรษฐศาสตร์มา แต่มีอีก ๒ ด้านที่เลือกไม่ได้ ก็คือ ๑. ด้านกิจการโทรคมนาคม ด้านที่ ๒ ก็คือด้านที่เป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นด้านสำคัญ ๒ ด้าน ท่านประธานครับ แสดงให้เห็นอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าคนที่จะต้องมากำกับดูแลในการที่จะ ตรวจสอบตรงนี้ คณะกรรมการ กสทช. ก็ยังเลือกไม่ได้เลย อย่างที่มีข่าวว่าก็มีการขัดแย้ง ผู้ใหญ่ในรัฐบาลว่าถือหางกันไปคนละข้างก็เลยทำให้เลือกไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่าต้องไปเลือกคณะกรรมการของ กสทช. ที่เหลืออีก ๒ ด้าน คือด้าน โทรคมนาคมกับด้านกฎหมายมาโดยเร่งด่วน เพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้ คณะกรรมการ กสทช.เข้ามากำกับดูแลการควบรวมให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ดังนั้นการควบรวมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นควรว่าควรจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ เรื่องนี้ ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติครับ ขอบคุณครับ