นิคม อภิปรายญัตติด่วน ทรู-ดีแทค ขัดกฎหมายแข่งขันฯ กสทช. ต้องบังคับใช้เท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

นิคม บุญวิเศษ อภิปรายญัตติด่วนเรื่องการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมและค้าปลีก-ค้าส่ง โดยชี้ว่ากรณีดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการผูกขาดตลาด นิคม บุญวิเศษ อภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยชี้ว่ากฎหมายกำหนดห้ามโอนใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่และต้องดำเนินการด้วยตนเอง จึงกังวลต่อการควบรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทคที่อาจทำให้เหลือผู้ให้บริการเพียงสองราย ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดย กสทช. และกระทบต่อผู้บริโภคจากการขาดการแข่งขัน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและไม่เอื้อประโยชน์

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปราย ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม และค้าปลีก-ค้าส่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตตินี้การควบรวมของ ๒ บริษัทยักษ์ใหญ่นี้ อย่างน้อยก็เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ ๓ พระราชบัญญัติครับ

๑. พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ผมจะยกตัวอย่างสั้น ๆ ผู้ประกอบธุรกิจจะกระทำการรวมธุรกิจอันก่อให้เกิดการผูกขาด หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดต้องรับอนุญาตจากคณะกรรมการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายประเด็น ผมจะยกตัวอย่าง เช่น การที่ผู้ผลิตรวมกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรวมกับผู้จำหน่าย ผู้บริการรวมกับ ผู้จำหน่าย หรือผู้ผลิตรวมกับผู้บริการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาต เพราะเขา ต้องการไม่ให้อำนาจเหนือตลาด ซึ่งจะกระทบกับผู้บริโภคอย่างแน่นอน หรือการเข้าซื้อ สินทรัพย์ทั้งหมด หรือบางส่วนของธุรกิจอื่นเพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ลักษณะนี้ ถ้ามีการควบรวมจริงมันกระทบกับประชาชนผู้บริโภคอย่างแน่นอน

พระราชบัญญัติอีกอันหนึ่งครับ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ ในการกำกับดูแลแข่งขันเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำการอันเป็นการผูกขาด หรือจำกัด การแข่งขัน มิได้กำหนดห้ามการควบรวมกิจการโดยเด็ดขาด นั่นหมายถึงว่าเขาห้าม มีการควบรวมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ผูกขาดทางการตลาด

อีกพระราชบัญญัติหนึ่งที่เกี่ยวข้องชัด ๆ เลย ก็คือพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยเฉพาะมาตรา ๔๔/๑ กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ต้องประกอบกิจการด้วยตัวเอง จะมอบหมายการบริหารงานจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้ เห็นไหมครับชัดเจนครับ และมาตรา ๔๔/๓ กำหนดให้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนแก่กันมิได้ คือถ้าพูดอย่างนี้ฟังอย่างนี้มันชัดเจน เพราะผู้ประกอบการทั้ง ๒ ราย ประกอบธุรกิจ ด้านโทรคมนาคม ด้านมือถือพูดกันง่าย ๆ อย่างนี้ ถ้ามีการควบรวมกันทราบว่า มีผลประกอบการรวมกัน ๕๒ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงเป็นรายใหญ่ ก็จะเหลือผู้ประกอบการ แค่ ๒ รายหลัก ๆ ผมเชื่อว่าถ้ามีการควบรวมกันจริงหน่วยงานที่ให้อนุญาตที่ชัดเจนที่ผม ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ก็คือหน่วยงาน กสทช. กสทช. เป็นผู้รักษาการ เป็นผู้ดูกฎหมายเฉพาะ ฉบับนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธานครับ ถ้า กสช. ไม่ออกมาพูดชัดเจนบอกว่าตัวเองอาจจะไม่มีอำนาจหรือตอบไม่ชัดเจน ผมเชื่อว่าท่านกำลัง เลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าเป็นการบังคับใช้กับวิทยุภาคประชาชน หรือสถานีโทรทัศน์ ท่านพูดชัดเจน ว่าท่านทำตามหน้าที่ ทำตามกฎหมาย แต่พอมีบริษัทยักษ์ใหญ่จะมีการควบรวมกัน กสทช. ไม่กล้าตอบครับ ไม่กล้าตอบชัดเจนครับ เหมือนกับบ่ายเบี่ยงว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่อย่างนั้น ทั้งที่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ จึงอยากให้หน่วยงาน ที่อ้างตัวเองว่าหน่วยงานอิสระทำหน้าที่ตรงไปตรงมาเถอะครับ อย่ากลัวอิทธิพลหรืออย่าหวัง เพื่อประโยชน์ของพรรคพวกตัวเอง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นายกรัฐมนตรีท่านต้องกล้า ในการตัดสินใจ เพราะว่าท่านเป็นผู้กำกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กสทช. ฉบับนี้ และผมทราบว่า กลุ่มทุนต่าง ๆ ก็คงจะอุ้มท่านอยู่ตอนนี้ เพราะมาเป็นรัฐบาลก็คงจะมีกลุ่มทุนใหญ่อุ้มอยู่ ฉะนั้นการทำหน้าที่ของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจะต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนเป็นหลัก ผมทราบว่าท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ท่านอาจจะไม่มีความผูกพันกับพี่น้องประชาชน เพราะท่านมาจากกลุ่มทุนก็ต้องบริหารงานเพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนก็เป็นไปได้ครับ แต่ผมอยากให้ท่านคิดไว้นะครับว่ามาตรา ๑๕๗ มันยังมีอยู่ เดี๋ยวก็จะมีนักร้องไปร้องท่านว่า ท่านเลือกปฏิบัตินะครับท่านนายก ฉะนั้นการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่อย่างนี้มันกระทบ กับผู้บริโภคอย่างแน่นอน โดยเฉพาะมือถือผมเชื่อว่าถ้ามีการแข่งขันน้อยราย การบริหาร การบริการหรือการที่จะบริการให้มันถูกลงมันย่อมจะยาก แต่ถ้ามีการแข่งขันมากขึ้น มีผู้ประกอบการมากขึ้นมากราย มีการแข่งขันกัน ค่าโทรศัพท์ก็จะลดลง การบริการก็จะมากขึ้น ฉะนั้นการควบรวมบริษัทยักษ์ใหญ่ ๒ บริษัท ทรู กับดีแทค นี้ผมเชื่อว่าถ้าเกิดจริง มีผลกระทบกับผู้บริโภคกับประชาชนอย่างแน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่าน ถือกฎหมายอยู่ได้ออกมาอธิบายก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้นกับพี่น้องประชาชน ท่านอย่ากลัวครับ เพราะท่านถือกฎหมายอยู่ กฎหมายต้องบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นคนเล็ก คนน้อย คนใหญ่ คนโตก็แล้วแต่ ต้องบังคับให้เท่าเทียมกันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณมากครับ