กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายสนับสนุนญัตติควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างทรูและดีแทค โดยเน้นย้ำความสำคัญของกฎหมายป้องกันการผูกขาดเพื่อคุ้มครองการแข่งขันทางการค้าและสิทธิผู้บริโภค พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน และหยุดพิจารณาการควบรวมจนกว่าการศึกษาของคณะกรรมาธิการจะแล้วเสร็จเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะและเศรษฐกิจโดยรวม
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าด้วยการควบรวม ธุรกิจโทรคมนาคม หรือทรู กับดีแทค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้สิ่งที่เป็นหัวใจ หรือแนวคิดหลักการสำคัญที่ผมอยากจะขออนุญาตอภิปรายเพื่อที่จะนำไปเป็นกรอบต่อการทำงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ นัยสำคัญของการแข่งขันอย่างเสรีครับท่านประธาน เป็นที่ทราบกันและยอมรับกันทั่วโลกว่าหลักการของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขัน ทางการค้าเสรีบอกว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์เมื่อธุรกิจมีการแข่งขัน ผู้บริโภคจะได้รับ ประโยชน์เมื่อธุรกิจมีการแข่งขันอย่างเสรีและอย่างเต็มที่ นั่นก็หมายความว่ากฎหมาย ป้องกันการผูกขาดจึงมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ป้องกันการแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรม และนำไปสู่การครอบงำตลาด ข้อที่ ๒ การรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค ที่พึงจะได้รับจากการแข่งขันทางธุรกิจ จากหลักการ ๒ ข้อนี้จะเห็นว่ากฎหมายป้องกัน การผูกขาด จึงเปรียบเสมือนกับธรรมนูญ หรือหัวใจของการค้าเสรี และการป้องกันผลประโยชน์ ของประชาชนผู้บริโภคครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลนี้เองรัฐบาลภายใต้การยึดหลักการ ว่าด้วยการค้าเสรีที่พึงจะกระทำคือ ๑. ห้ามให้มีข้อตกลงระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจที่สร้างข้อจำกัด ทางการค้าอย่างไม่สมเหตุสมผล ๒. ห้ามการผูกขาด หรือการสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การผูกขาด ที่ทำให้เกิดการขยายส่วนแบ่งของตลาด และการสร้างอำนาจการต่อรองในอนาคตที่ไม่เป็นธรรม และ ๓. ป้องกันการควบรวมธุรกิจหรือบริษัทที่ทำให้การแข่งขันลดลงครับท่านประธาน หลักการว่าด้วยการป้องกันการผูกขาด หรืออำนาจเหนือตลาดที่รัฐบาลพึงกระทำ ๓ ประการ ดังกล่าวนี้เอง ในหลายประเทศได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าเมื่อพบสิ่งนี้และรัฐบาลได้ดำเนินการ ในหน้าที่ของตัวแล้วถือว่าบริษัทดังกล่าวนั้นกระทำความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ที่จะต้องชดใช้นะครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน กรณีการควบรวม ของทรู และดีแทค สิ่งที่รัฐบาลไทยพึงจะกระทำก็คือ ๑. เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง ทั้งหมดให้กับประชาชนได้ทราบ ๒. วิเคราะห์ว่าข้อตกลงดังกล่าวนั้นจะนำไปสู่การแข่งขัน ที่เป็นธรรมหรือไม่ และ ๓. วิเคราะห์ว่าผู้บริโภคหรือประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขัน หลังการควบรวมนี้มากขึ้นหรือไม่อย่างไร นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลที่พึงจะกระทำครับ ท่านประธาน ในสถานการณ์ของประเทศไทยของเรารัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะต้องรักษาระบบธุรกิจและเศรษฐกิจเสรี แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง พึงปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน และประเทศไทยของเราก็มีพระราชบัญญัติการแข่งขันการค้าในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ แต่ที่ผ่านมา มันเกิดปรากฏการณ์ของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าหรือ กขค. ในกรณีของการควบรวมของธุรกิจขนาดใหญ่คือแม็คโครกับโลตัส ในกรณีที่เกิดขึ้นของร้านสะดวกซื้อ คือเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ปรากฏว่าทั้ง ๒ กรณีไม่มีความผิด ทั้ง ๆ ที่หลักการและข้อมูลนั้นหลายคนเชื่อว่าเราเห็นต่างจากข้อสรุปของคณะกรรมการ กขค. นั่นคือหลักการสำคัญครับท่านประธาน
ข้อที่ ๒ ผมขออนุญาตยกกรณีศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ คือประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ในช่วงคริสตศักราช ๑๙๐๑-๑๙๐๙ ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ได้ต่อสู้กับการผูกขาดอย่างรุนแรง ในขณะนั้นประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกครอบงำด้วยบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ ๕ บริษัท เช่น เจ.พี. มอร์แกน ยูเอส สตีล เป็นต้น และประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เองเป็นคนฟ้องศาล และในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษา ให้บริษัทผูกขาด ๕-๖ บริษัทนั้นต้องแตกลูกบริษัทและทำลายการผูกขาด ผลของการทำลาย บริษัทผูกขาดดังกล่าวนี้เองทำให้เกิดบริษัทใหม่ ๆ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกามากมาย เช่น บริษัท ร็อกกี้เฟลเลอร์ บริษัท ฟอร์ด เป็นต้น ผลของการเกิดบริษัทใหม่นี้ทำให้นวัตกรรม ความคิดใหม่ ๆ ของบริษัทใหม่ได้สร้างอำนาจการแข่งขันและทำให้การเจริญเติบโตของ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเติบโตมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๐๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน เมื่อเราทำลายการผูกขาดในสหรัฐอเมริกาเขาทำลายทิ้งและประเทศก็เจริญ ทำให้ผมอดคิด ไม่ได้ว่าประเทศไทยถ้าเราได้ทำลายการผูกขาดที่มีอยู่ในประเทศของเราวันนี้เศรษฐกิจ ของเราจะเติบโตอย่างไร ผมคิดว่าเป็นคำถามที่เราจะต้องพูดกันในคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าการหยุดการผูกขาด การหยุดการมีอำนาจเหนือตลาด จะเป็นเงื่อนไขให้เศรษฐกิจไทยของเราเติบโต จะทำให้ประชาชนและคนตัวเล็กตัวน้อย ได้ลืมตาอ้าปากเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ
ประเด็นสุดท้าย ในกรณีของการควบรวมของทรู และดีแทค นี้ ผมมีคำถาม ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงของการควบรวมของ ๒ บริษัทดังกล่าวที่เราจะต้องตอบใน คณะกรรมาธิการ
ข้อที่ ๑ การควบรวมนี้สร้างข้อจำกัดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หรือรายใหม่อย่างไร
การควบรวมนี้นำไปสู่การผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
และที่สำคัญการควบรวมนี้ทำให้ประชาชนผู้บริโภคไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ ของตัวเองไว้ได้จริงหรือไม่
ผมคิดว่าคำตอบ ๓ ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและคณะกรรมาธิการนี้จะต้องตอบให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ยืนยันความเห็นของสภาแห่งนี้ว่า อำนาจการผูกขาดนั้นเป็นอันตรายต่อการแข่งขัน อย่างเสรี และเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงขออนุญาต ให้ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมาธิการที่จะต้องทำงานต่อไป แล้วก็รวมไปถึงคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าและ กสทช. ข้อที่ ๑ ขอให้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ข้อที่ ๒ เปิดเผยข้อตกลงการควบรวมระหว่างทรู และดีแทค ตั้งแต่บริษัทแม่จนถึงบริษัทลูกว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร และข้อที่ ๓ กรุณารับข้อเสนอ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการของเราที่จะตั้งขึ้นและศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด และนำไปใช้ประกอบการพิจารณา นั่นก็หมายความว่าคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และ กสทช. ต้องไม่เห็นชอบกับการควบรวมในขณะนี้ก่อนที่การศึกษาจะสิ้นสุดลง เพราะนั่นคือ การแสดงเจตนาและการเปิดใจที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากคณะกรรมการบางท่าน ที่อยู่ในที่นั้น นั่นก็หมายความว่าสภาแห่งนี้การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากรณี ควบรวมทรู และดีแทค จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการและหวังว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ