อรรถกร ศิริลัทธยากร หารือการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึงในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีปริมาณฝนตกปีละ 200 ล้านลูกบาศก์เมตรแต่เก็บได้เพียง 65 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองสียัดในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ยังมีพื้นที่ว่าง โดยเสนอให้สร้างอุโมงค์ผันน้ำระยะทาง 27 กิโลเมตร ใช้แรงโน้มถ่วงเพื่อผันน้ำวันละ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเวลา 45 วัน เพื่อกักเก็บน้ำเพิ่มอีกกว่า 80 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับความต้องการน้ำในพื้นที่อีอีซี และเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลแล้ว
นอกจากต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน ผมต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน นะครับ ที่วันนี้ท่านกรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ที่ผมนั้นได้ตั้งไว้ เพื่อถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การถามกระทู้ของกระผมครั้งนี้ ผมอาจจะต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมอาจจะมีลักษณะของการบรรยายสักนิดหนึ่งนะครับ เพื่อที่ทางท่านรัฐมนตรีและพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจว่าเรื่องที่ผมถามนี้ มีที่มาที่ไปมีหลักการอย่างไร ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ ท่านประภัตร โพธสุธน ผมค่อนข้างมั่นใจครับที่วันนี้ท่านจะมาตอบกระทู้ เนื่องจากผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม ของท่านมานาน แล้วก็ทราบว่าท่านรัฐมนตรีประภัตรนี้อยู่กระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้เป็นครั้งแรกนะครับ อยู่มานาน และท่านก็มีความรู้ ความสามารถ มีความตั้งใจ อันนี้ผมไม่ได้คิดเอาเอง ผมได้ยินมาจากคุณพ่อของผม ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกับ ท่านรัฐมนตรีประภัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ๑ ในภารกิจที่สำคัญของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็คือการบริหารจัดการน ้าในประเทศไทยอย่างบูรณาการ โดยองค์ประกอบ ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารน ้าอย่างครบวงจร ก็คือหลักคิดในการจัดหาน ้าต้นทุนครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกพื้นที่ของประเทศที่จะสามารถจัดหาน ้าต้นทุนได้ง่าย ๆ มันจะต้องมีปัจจัย หลายปัจจัยครับ ยกตัวอย่างเช่น ปริมาณน ้าฝนที่ตกต่อปีจะต้องมีปริมาณมากเพียงพอ ภูมิประเทศจะต้องมีความเอื้ออำนวยและในพื้นที่นั้น ๆ จะต้องมีความสามารถในการกักเก็บน ้า ต้องมีอ่างกักเก็บน ้าที่มีคุณภาพ ดังนั้น กระทู้ของผมในวันนี้จึงจะเป็นเรื่องของการผันน ้า ที่เหลือทิ้งจากอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว มาสู่อ่างเก็บน ้า คลองสียัด อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีความสามารถในการสร้างมูลค่าทางการผลิตสินค้าหรือบริการเป็นลำดับต้น ๆ หรือที่เราจะเรียกกันง่าย ๆ ว่าจีพีพี (GPP) หรือจีดีพี (GDP) นะครับ เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรา มีความหลากหลายทางด้านอาชีพก็ดี มีความหลากหลายทางด้านการประกอบธุรกิจทรัพยากร ธรรมชาติก็เยอะ มีกลิ่นอายของความเป็นอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมเบา แล้วก็ยังมีพื้นที่มากมายครับ ที่พี่น้องประชาชนทำมาหากินโดยการประกอบอาชีพการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ทำนา ทำไร่ ทำสวน และอื่น ๆ ครับ ดังนั้นครับ ปัจจัยเรื่องน ้าจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของพี่น้องจังหวัด ฉะเชิงเทรา คนเขาเคยบอกไว้ครับว่าเรื่องน ้า น ้าเพียงพอหรือน ้าไม่เพียงพอ สามารถชี้ความเป็น ความตาย ชี้กำไรขาดทุนของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และพี่น้องที่อยู่ในลุ่มภาคตะวันออก ได้เป็นอย่างดี นั่นคือความต้องการน ้า นั่นคือความจำเป็นของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทราครับ กระผมต้องขอบพระคุณทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ทางกระทรวงนั้นมีภารกิจหนึ่งในการจัดหาแหล่งน ้าต้นทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทางการแข่งขันของพี่น้องในประเทศไทยครับ โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ในกลุ่มจังหวัดอีอีซี (EEC) จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามมติคณะรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาต อ้างอิงนิดเดียว ในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานสนับสนุน การพัฒนาพื้นที่อีอีซี (EEC) ให้บรรลุผลในเชิงปฏิบัติการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๑ ครับ ทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ในหลักการแผนการพัฒนาเพื่อรองรับอีอีซี (EEC) ใน ๑๐ ปี โดยให้ดำเนินการตามที่ กรมชลประทานเสนอ นอกจากนี้ยังให้ สทนช. หรือสำนักงานทรัพยากรน ้าแห่งชาติ ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการอีกด้วย ท่านประธานครับ กระผมได้ทราบว่า ๑ ในโครงการที่มี การศึกษาและมักถูกหยิบยกถูกนำเสนอขึ้นมา นั่นก็คือโครงการอุโมงค์ส่งน ้าอ่างเก็บน ้าคลอง พระสะทึงมายังอ่างเก็บน ้าคลองสียัดนั่นเองครับ ส่วนตัวกระผมได้ลงพื้นที่หลายครั้ง ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราได้พูดกับ ผู้นำของกลุ่มผู้ใช้น ้าในจังหวัดฉะเชิงเทราหลายคนครับ ทุกคนเห็นตรงกันครับว่าตอนนี้ การพัฒนาหรือว่าการหาแหล่งน ้าต้นทุนเพิ่มเติมในจังหวัดฉะเชิงเทรามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผมอ้างอิงนะครับ ในการประชุมพิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมเป็นเลขา ของคณะนั้นอยู่ผมก็มีโอกาสได้สอบถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องความเป็นไปได้ ในโครงการอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงที่จะผันน ้ามายังคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมได้คำตอบว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ เป็นโครงการที่ควรจะริเริ่ม ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้นรูปให้ผมแล้ว
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รูปด้านขวาแอ่งน ้า ทางด้านขวาจะเป็นคลองพระสะทึง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ส่วนด้านซ้ายจะเป็น อ่างเก็บน ้าคลองสียัดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงที่จังหวัดสระแก้ว มีความจุอยู่ที่ ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร และถ้าเราลองมาดูปริมาณน ้าฝนตกต่อปีเฉลี่ยแล้ว ปีละ ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถ้าคิดตัวเลขง่าย ๆ ปีหนึ่งสามารถเก็บน ้าได้เพียง ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร น ้าที่เหลืออีก ๑๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตรก็คือปล่อยทิ้งไปครับ ปล่อยลงแม่น ้าไป ปล่อยไหลลงประเทศเพื่อนบ้านเราไป นี่คือความน่าเสียดายครับ แทนที่เรา จะสามารถเก็บน ้าเพิ่มได้อีก ๑๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เรากลับไม่ได้ทำอะไรกับมัน ทีนี้ลองมาดู ด้านซ้าย อ่างเก็บน ้าคลองสียัด เป็นอ่างเก็บน ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าที่อ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงครับ โดยอ่างเก็บน ้าคลองสียัดมีความจุประมาณ ๔๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จากสถิติที่ผมดูมา มีเพียงแค่ ๑-๒ ปีเท่านั้นที่อ่างเก็บน ้าคลองสียัดมีปริมาณน ้าเต็มอ่างเก็บน ้านั่นก็คือตอนช่วง ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นั่นก็คือตอนที่น ้าท่วมใหญ่ของประเทศไทย ส่วนปีถัดมาเก็บน ้าได้เพียง ร้อยละ ๔๐-๕๐-๖๐ เท่านั้นเองครับ ทำไมผมถึงสนใจโครงการผันน ้าระหว่างอ่างเก็บน ้าจาก จังหวัดสระแก้วมาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะว่าระยะทางจากอ่างเก็บน ้าทั้ง ๒ ที่ ที่ท่านเห็น มีเพียงแค่ ๒๗ กิโลเมตรเท่านั้นเอง โดยข้อมูลผมจะไปเร็ว ๆ ครับ ถ้ามีการสร้างอุโมงค์น ้า ขนาดประมาณ ๔ เมตร อัตราการไหลของน ้าถ้าคิดจากแรงโน้มถ่วงที่สระแก้วจะสูงกว่า ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเราจะสามารถผันน ้าได้วันละ ๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้านับเฉพาะ ช่วงเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคมของทุกปีนะครับ เอาแค่ ๔๕ วัน เราจะสามารถ หาน ้าต้นทุนให้พี่น้องประชาชนได้กว่า ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ลองจินตนาการดูนะครับ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรจะเกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ที่ผมได้อภิปรายไปก็ได้นำมาถึงคำถามที่จะขอกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่าท่านคิดอย่างไรกับผลของการศึกษาโครงการผันน ้าอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึง ไปยังอ่างเก็บน ้าคลองสียัด แล้วขณะนี้กระบวนการศึกษาได้ผลสรุปอย่างไร ขอถามคำถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ