สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา หารือเรื่องโครงการคนละครึ่งและขอคำตอบจากท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับความไม่เข้าใจของประชาชนที่ถูกเรียกเก็บภาษี กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ยังหารือเรื่องการจัดเก็บภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ได้กรุณาสละเวลา มาตอบคำถามในส่วนของกระทู้สดของดิฉัน ประเด็นที่ดิฉันจะซักถามเกี่ยวกับเรื่องโครงการ คนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการของรัฐ ดิฉันขออนุญาตเกริ่นนำท่านประธานนิดหนึ่ง ก็เป็นโครงการ ของรัฐที่มีเป้าหมายเพื่อที่จะกระตุ้นในส่วนของการจับจ่ายใช้สอยให้กับภายในประเทศ ของเราเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แล้วก็เพิ่มสภาพคล่องให้กับร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก แล้วก็ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม โดยร้านค้า ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะเป็นประเภทผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งก็จะเป็นการประกอบ พวกร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม สินค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แล้วก็ไม่ได้เป็น ร้านสะดวกซื้อที่เป็นลักษณะแฟรนไชส์ (Franchise) เป็นผู้ประกอบการรายย่อย อย่างเช่น พวกหาบเร่แผงลอย แล้วก็จะเป็นพวกรถเข็น ซึ่งก็จะมีรายได้ที่เข้ามาช่วยการขายสินค้าเพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นรายวันด้วย โดยโครงการนี้ รัฐก็จะช่วยจ่ายในเรื่องของค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าสินค้าทั่วไปจำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ซึ่งฝ่ายของผู้ซื้อก็คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่านฝ่ายของผู้ซื้อนี่คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในการลดราคาแต่ก็จะไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งขั้นตอนนี้ผู้ค้า พ่อค้า แม่ค้า ก็จะมีบัญชีของธนาคารกรุงไทยเป็นแบบบุคคลธรรมดา แล้วก็สมัครใช้บริการแอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงิน การเข้าร่วมโครงการนี้นอกจากจะเป็น การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยแล้ว ยังเป็นการหมุนเวียนเงินในประเทศ แล้วก็ช่วยผู้ค้ารายย่อย เพื่อกระจายรายได้ ซึ่งถือว่าจะเป็นการปรับยอดให้มียอดเพิ่มขึ้นในช่วงของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นในเรื่องของการค้าขายแล้ว ยังถือว่าช่วยให้ ทั้งผู้ค้า แล้วก็ประชาชนได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงินด้วยค่ะท่านประธานคะ ซึ่งดิฉันถือว่าโครงการคนละครึ่งนี่เป็นโครงการของรัฐ ที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถูกใจคนซื้อ โดนใจผู้ค้า ทำให้บรรยากาศ การซื้อขายกลับมาคึกคักอย่างเห็นเป็นรูปธรรมเลย ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไปส่องดูว่า โครงการที่ผ่านมา คือเฟส ๓ (Phase 3) นี่มีผู้ลงทะเบียนในโครงการอยู่เท่าไร มีประมาณถึง ๒๘ ล้านคนนะคะ มีเงินสะพัดในเศรษฐกิจแล้วกว่า ๒๐๔,๓๒๕ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ โครงการคนละครึ่งวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้นที่รัฐบาลตั้งโครงการนี้มา ก็มี ๒ ประการหลัก ๆ ก็คือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และ ๒. ก็คือช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ซึ่งถ้าตัวชี้วัดทั้ง ๒ ตัวนี้ ดิฉันถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการนะคะ ท่านประธานคะ ซึ่งทราบมาว่าโครงการเฟส ๓ (Phase 3) นี้กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือน ธันวาคมนี้แล้ว ท่านประธานคะ รัฐบาลก็ได้มีการขยายในส่วนของเฟส ๔ (Phase 4) ซึ่งก็จะได้เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๕ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๕ เป็นการตอบรับโครงการ ได้ดีมาก ๆ เลยนะคะ ประชาชนตอบรับดีมาก เพราะว่าผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างจะเป็น รูปธรรม ชาวบ้านดีใจที่รัฐบาลจะมีการขยายออกมาเป็นเฟส ๓ (Phase 3) อีกค่ะ กำลังจะไป ได้ดีจริง ๆ ค่ะท่านประธาน แต่เกิดปัญหาค่ะท่านประธานคะ เกิดปัญหาความไม่เข้าใจ ของพี่น้องประชาชน เนื่องจากกรมสรรพากรก็ได้มีหนังสือส่งไปตามบ้านเรือนร้านค้า แล้วก็ผู้ประกอบการ เพื่อที่จะเรียกเก็บภาษี แล้วทุกคนก็แตกตื่นตกใจว่าบางคนอยู่ตั้งแต่เฟส ๑ (Phase 1) จนถึงเฟส ๓ (Phase 3) กำลังอยากจะไปต่อเฟส ๔ (Phase 4) แล้วพอมีจดหมาย จากกรมสรรพากรมาปุ๊บว่าภาษีที่จะโดนเก็บ นี่จะโดนย้อนหลังอีกหรือเปล่า นี่ละค่ะคือ สิ่งที่ดิฉันอยากจะมาขอคลายความกังวลแทนพี่น้องประชาชนที่เขารู้สึกตื่นตกใจ ก็เลยอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถาม

ดิฉันขออนุญาตเข้าสู่คำถามที่ ๑ เลยนะคะท่านประธานคะ คือการที่ กรมสรรพากรได้มีหนังสือส่งไปตามผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บภาษี ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งจะมีการเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่ ขอคำถามแรกค่ะ ท่านประธาน