ชวน แจงองค์ประชุมครบ ชี้แจงการตั้งกระทู้ถามสดเริ่มรอบแรก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔

ชวน หลีกภัย รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้สมาชิกภาพของสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลง ส่งผลให้จำนวนสมาชิกเหลือ 475 คน แต่ยังคงมีองค์ประชุมครบตามกฎหมาย พร้อมแจ้งการปรับกำหนดการประชุมรัฐสภา โดยเลื่อนการประชุมชดเชยวันที่ 7 มกราคมไปเป็นวันที่ 14 และ 28 มกราคม และขอความร่วมมือสมาชิกขยายเวลาประชุมเพื่อเร่งพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ รวมถึงเน้นการใช้เวลาอย่างประหยัดในเรื่องที่ไม่ใช่ญัตติสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประชุม พร้อมชี้แจงกระบวนการตั้งกระทู้ถามสดที่เน้นการตอบปัญหาเร่งด่วนจากประชาชน โดยรัฐมนตรีไม่ทราบล่วงหน้า และจำกัดเวลาซักถามไม่เกินครึ่งชั่วโมงต่อกระทู้ โดยเริ่มจากการตั้งกระทู้เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งและยิ่งใช้ยิ่งได้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอบคุณข้อห่วงใย ของพวกเราทุกคนนะครับ ในการประชุม ก.ร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ย ้าถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ เหมือนกัน อย่างที่พวกเราพูดถึงกันครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๔ คน

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ เรามาลงชื่อแล้วทั้งหมด ๒๘๔ คนนะครับ ครบองค์ประชุมแล้วครับ องค์ประชุมคือ ๒๓๘ ผมขอเปิดประชุม ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ ขออนุญาตรายงานที่ประชุม เรื่องที่อยู่ นอกระเบียบวาระ

เรื่องแรก คือขอรับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่า สมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๑๐) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๑๐) นับแต่วันเลือกตั้ง คือวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๗๕ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน จึงแจ้งที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ

ขอเรียนแจ้งเพื่อทราบ การหารือร่วมกันเมื่อวานนี้ครับ ได้มีการหารือกับ ผู้แทนของทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่า โดยที่เราตกลงกันล่วงหน้าแล้วครับ อย่างที่ผมเคยเรียนก็คือ เราได้ตกลงว่าการประชุมในปลายเดือนนะครับ วันที่ ๒๙-๓๐ ซึ่งเป็นวันราชการ และเป็นวันประชุมสภา ๒ วันนั้น หลายฝ่ายได้มาหารือว่าเป็นช่วงเวลา ปลายปี สมาชิกอยากจะเดินทางกลับไปภูมิลำเนา แล้วอาจจะมีปัญหาบ้างโดยเฉพาะวันที่ ๓๐ ก็เลยตกลงว่าเราจะงดประชุมวันที่ ๒๙-๓๐ ครับ แต่เราจะขอชดเชย การชดเชยตกลงว่า วันพรุ่งนี้ วันที่ ๒๔ และวันที่ ๗ อันนี้เป็นข้อตกลงในตอนต้นครั้งโน้นนะครับ เมื่อวานนี้ ก็มีข้อหารือจากตัวแทนทั้ง ๒ ฝ่ายว่า วันที่ ๘ เป็นวันเด็ก วันที่ ๗ ก็มีงานวันเด็กในพื้นที่อยู่ ก่อนสำหรับบางแห่ง อยากจะขอให้ผมเปลี่ยนแปลงว่า ขอไม่ชดเชยวันที่ ๗ พูดง่าย ๆ วันที่ ๗ ไม่ประชุมพิเศษตามที่ตกลงไว้ก่อนแล้ว แต่ขอไปชดเชยวันที่ ๑๔ สัปดาห์ต่อไปในวันศุกร์ ก็หารือแล้วทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน ก็เลยเรียนที่ประชุมทราบว่า เพราะฉะนั้นการชดเชยก็เป็น วันพรุ่งนี้นะครับ และวันที่ ๑๔ มกราคม วันที่ ๗ ที่เคยดำริและตกลงไว้ตอนต้นนั้น ก็จะยกเลิกนะครับ เพราะฉะนั้นวันที่ ๗ สมาชิกที่มีความประสงค์กลับไปวันเด็ก วันที่ ๘ ก็จะได้ไม่มีปัญหากังวลเรื่องนี้ ก็มีข้อที่ขอเป็นพิเศษว่า ในการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดีนั้น ขอความร่วมมือพวกเราต่อเวลาบ้างในบางวัน เพื่อจะได้สามารถที่จะทำให้วาระของงานได้ผ่านไป เพราะที่ประชุมก็เห็นชอบว่าประธานจะดำเนินการโดยขอความร่วมมือ เช่น แทนที่จะเลิก หนึ่งทุ่ม อาจจะขอขยายเป็น สองทุ่ม หรือสามทุ่มได้ในบางครั้ง ก็เรียนพวกเราทราบไว้ ล่วงหน้านะครับ ก็พยายามเพื่อว่าถ้าเราสามารถทำได้เช่นนี้ วันศุกร์ผมก็เห็นใจพวกเรา ก็ไม่อยากจะให้เป็นภาระ แต่ว่าที่ทำวันศุกร์นั้นก็เพราะว่าหลายเรื่องมันค้างมากครับ เรื่องเป็นผลงานของเราแท้ ๆ ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว สมาชิกจะมีโอกาสไปอวด ประชาชนได้บางเรื่องก็ทำไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา กรณีเช่นนี้ก็ได้เคย คุยล่วงหน้ากับท่านนายแพทย์ชลน่านในฐานะที่เป็นหัวหน้า ต่อไปจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นเรื่องพวกเราทุกฝ่าย เพราะใน กรรมาธิการนั้นก็มีทุกพรรค เรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรจะให้ค้างอยู่มาก ควรจะได้ผ่านไป เพื่อให้ เกิดผลเป็นประโยชน์กับประชาชนครับ ก็เลยถือโอกาสเรียนให้พวกเราทราบว่า ตกลงวันที่ ๗ ยกเลิกนะครับ การประชุมวันศุกร์ เป็นวันที่ ๑๔ และวันที่ ๒๘ ก็ขอประชุมเป็นพิเศษ ในวันศุกร์ในเดือนมกราคม ก็ขอไว้ ๒ วัน ส่วนรัฐสภานั้นยังไม่มีการตกลงครับ ต้องหารือกับ ทางวุฒิสภาอีกทีหนึ่งว่าจะประชุมรัฐสภาอีกเมื่อไร เพราะมันมีเรื่องค้างอยู่ ๒ เรื่องตามที่ท่าน วิสารได้พูดถึงในครั้งที่แล้วที่เลื่อนไป ก็ขอเรียนที่ประชุมได้รับทราบนะครับ ขอรบกวนพวก เรา แล้วก็ที่ขอพิเศษก็คือ บางเรื่องนั้นกรุณาได้ประหยัดเวลา ถ้าไม่เรื่องญัตติสำคัญนะครับ เช่น เรื่องเพื่อทราบ เพราะว่ามีหน่วยงานที่มารอชี้แจงเขามารออยู่ ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์ ๔ สัปดาห์ เรื่องก็ไม่ถึงนะครับ กรณีเช่นนี้ก็ขอความร่วมมือพวกเรามีส่วนช่วยในการที่ ทำให้ประเด็นเหล่านี้ได้ผ่านไปเร็วขึ้น ส่วนเรื่องใดที่เป็นญัตติสำคัญ อันนั้นก็ว่าไปตามปกติ ขอถือโอกาสเรียนพวกเราได้รับทราบ อยู่นอกระเบียบวาระครับ ต่อไปผมขออนุญาตไปตาม ระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

ในวันนี้ก็มีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ สำหรับกระทู้ถามสดนี้ประชาชนอาจจะ ไม่เข้าใจ ถึงแม้เราดำเนินการมาพอสมควรแล้ว แต่ว่าก็อยากจะถือโอกาสเรียนว่า กระทู้ถามสดเป็นเรื่องใหม่ที่เราสร้างขึ้นในข้อบังคับปัจจุบันนี้ เพื่อที่จะนำเรื่องที่เป็นที่สนใจ ของประชาชน เป็นเรื่องเร่งด่วน เหล่านี้เป็นต้น ได้มีโอกาสได้ถามทันทีทันใด โดยรัฐมนตรี อาจจะไม่มีโอกาสได้รู้คำถามมาล่วงหน้าก่อนวันนั้น เพราะฉะนั้นกระทู้ถามสดก็ถือว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และข้อบังคับก็เขียนเอาไว้ว่า กระทู้ถามสดครั้งหนึ่งให้จัดได้ ประมาณ ๓ กระทู้ และกระทู้หนึ่งก็ให้อภิปรายซักถามได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เราก็เลยแบ่งเวลา เป็นว่า ผู้ถามได้ ๑๕ นาที ผู้ตอบใช้เวลา ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้งนะครับ ถ้าเกินกว่านั้นต้อง ขออนุญาตประธาน หมายถึงว่าบางทีกระทู้ถามได้ ๒ ครั้งถ้าถามครั้งที่ ๓ ก็ต้องขออนุญาต กระทู้ที่ถามได้ ๓ ครั้งจะถามครั้งที่ ๔ ก็ต้องขออนุญาตประธานสภานะครับ แต่ผมเชื่อว่า ประสบการณ์ที่เราผ่านมาประมาณเกือบ ๓ ปีทำให้เราก็เข้าใจเรื่องเหล่านี้ขึ้นครับ ขออนุญาตไปกระทู้ถามสดด้วยวาจาซึ่งวันนี้มี ๓ กระทู้ เพื่อความสะดวกของผู้ตอบกระทู้ ก็จะขออนุญาต

กระทู้ถามที่ ๑๖๓ ส. เรื่อง โครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ได้มาพร้อมอยู่ที่นี่แล้ว ขอเชิญท่านกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ถามคำถามที่ ๑ ๓ ครั้งนะครับ แต่ละครั้งกี่คำถามได้ครับ ถามได้ ๓ ครั้ง ขอเชิญเลยครับ