นิคม บุญวิเศษ อภิปรายรายงานการปฏิบัติของ กสทช. ปี ๒๕๖๓ โดยเน้นประเด็นการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ แม้จะล่าช้าไปหนึ่งปีก็ตาม นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องการกำหนดจัดสรรคลื่นความถี่และงบประมาณของ กสทช. โดยชี้ว่ากฎหมายปัจจุบันบังคับให้ต้องประมูลซึ่งทำให้กลุ่มทุนรายใหญ่ได้เปรียบและทำให้สถานีวิทยุชุมชนที่มีมาอย่างยาวนานเสี่ยงต่อการถูกปิดตัว จึงเสนอให้แก้ไขข้อกฎหมายเพื่อเปิดช่องให้ใช้วิธีการอื่นนอกเหนือจากการประมูลสำหรับคลื่นสาธารณะ และเรียกร้องให้พิจารณาขยายเวลาหรือลดกำลังส่งชั่วคราวเพื่อให้ภาคประชาชนมีเวลาปรับตัวก่อนดำเนินการปิดกิจการจริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานการปฏิบัติของ กสทช. ปี ๒๕๖๓ ถึงแม้ มันอาจจะช้าไป ๑ ปีก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ได้อ่านรายงาน กสทช. นั้น มีหน้าที่อยู่ทั้งหมด ๒๕ ข้อ ซึ่งผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการพูดเป็นบางข้อเนื่องจากเวลา มันจำกัด
ข้อที่ ๑ จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่
ข้อที่ ๒ กำหนดการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กำหนดลักษณะประเภทกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และที่สำคัญก็คือในข้อที่ ๒๐ อนุมัติงบประมาณรายจ่าย ของสำนัก กสทช. รวมทั้งเงินที่จัดสรรกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ เงินก้อนนี้มีจำนวนมาก ซึ่งผมอาจจะแตะนิดหนึ่ง เนื่องจากเวลามันน้อย ในส่วนที่ ผมอยากจะเรียนในที่ประชุมอย่างนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นจริง ๆ แล้ว กสทช. มีหน้าที่ อยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์ สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่เรียกว่า กสทช. มาทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่น ความถี่ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ทางด้าน ต่าง ๆ ก็ว่ากันไป กสทช. คือองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มาใช้กฎหมาย ฉบับนี้ซึ่งมีการเปลี่ยนพัฒนามาเรื่อยจนถึงปี ๒๕๖๒ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ ตั้งแต่เรามีคลื่นความถี่ เรามี กสทช. ยังไม่มีคลื่นวิทยุคลื่นใดที่ได้รับใบอนุญาตจริง สักรายหนึ่ง ปัจจุบันนี้คลื่นวิทยุที่มีการทดลองประกอบกิจการ ทดลองจริง ๆ มาหลายปีแล้ว แต่มีการประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ให้ทดลองมา ๑๐ ปี จนถึงเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ ที่พูดกันไป ยังไม่มีคลื่นใดได้รับอนุญาตจริงสักคลื่นหนึ่ง เป็นการทดลองประกอบกิจการ ซึ่งก็เห็นใจ กสทช. ผมพูดตามที่ผมได้ศึกษามานะครับ เพราะมันไปเขียนใน พ.ร.บ. กสทช. พ.ร.บ. ๒๕๕๓ ว่า การนำคลื่นความถี่ ถ้าจะมาใช้ในวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ถ้าจะนำมาใช้ในการทำธุรกิจจะต้องเข้าสู่การประมูล มันอยู่ตรงนี้ครับ ฉะนั้นพวกเราเองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราต้องการให้วิทยุกระจายเสียง ภาคประชาชน วิทยุท้องถิ่นทั้งหลายที่เขาทำมากันหลาย ๆ สิบปี ยังคงอยู่กับพวกเรา ต้องช่วยกันแก้ในข้อนี้ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ ที่กำหนดให้จะต้องมีการประมูลคลื่น เพราะอย่าลืมว่าการประมูลคลื่นความถี่ คนที่มีความพร้อม มีทุนพร้อม มีทรัพยากร ต่าง ๆ พร้อม ย่อมเป็นผู้ที่ชนะการประมูลอย่างแน่นอน ฉะนั้นก็จะเกิดกลุ่มทุนมาฮุบ คลื่นความถี่ ถึงแม้ท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่เกิน ๑ ใน ๓ แสดงว่าท่านเข้าใจแล้วว่าจะต้องมี นายทุนประมาณ ๓ รายใช่หรือไม่ แล้วรายเล็กรายน้อย หลาย ๆ พันสถานี เดิมที มี ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ สถานี ตอนนี้เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ สถานี คลื่นเหล่านี้น่าสงสาร ประกอบกิจการมาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด ทำเพื่อสาธารณะมาโดยตลอด มีทางใดบ้าง ที่จะช่วยคลื่นเหล่านี้ให้สามารถประกอบกิจการได้ การรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาผมนั่งศึกษาดูนะครับ น่าสงสารครับ บอกว่าเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ จะต้องนำคลื่นความถี่เหล่านี้ไปประมูล ถ้ายังไม่ประมูลคลื่นใดก็ให้ลดกำลังส่ง จาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์ อยู่ได้อีก ๒ ปีครับ นั่นหมายถึงว่า ไม่กล้าประกาศปิด แบบชัดเจนว่าต้องปิดทั้งหมด หมายถึงว่าคลื่นใดที่มีการประมูลก็ประมูลไป แต่คลื่นที่ยังไม่มี การประมูลให้ลดกำลังส่งลงมาเหลือ ๕๐ วัตต์ ท่านประธานครับ คลื่นเหล่านี้เขาทดลอง ประกอบกิจการมาเป็นสิบ ๆ ปี แล้วยังไม่ผ่านการทดลองอีกหรือครับ จริง ๆ กสทช. สามารถ ร่างประกาศกำหนดออกมาได้ครับว่า คลื่นเหล่านี้ท่านสามารถร่างประกาศออกมา ก็คืออาจจะเป็นคลื่นความถี่ที่อนุญาตให้ใช้โดยวิธีการอื่น นอกเหนือจากการประมูล ท่านก็สามารถทำได้ครับ เพราะท่านร่างออกมาว่าคลื่นเหล่านี้คือ คลื่นชุมชน คลื่นประโยชน์ เพื่อสาธารณะ คลื่นของภาคประชาชนเหล่านี้เป็นธุรกิจจริงครับ แต่เขาทำเพื่อประโยชน์ สาธารณะมากกว่า ท่านไปศึกษาดูเถอะครับ การโฆษณาต่าง ๆ สปอนเซอร์ (Sponsor) ต่าง ๆ มันน้อยครับ แต่การทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวของภาครัฐ หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะชุมชนในท้องถิ่นเหล่านั้นให้ช่วยประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เขาทำให้ งานบุญ งานกฐิน งานบวช งานทุกอย่างครับ เตือนภัย ลม พายุมา น้ำท่วม ไฟไหม้ แม้กระทั่งเรื่องการศึกษา เขาทำเพื่อสาธารณะจริง ๆ แต่คลื่น เพื่อสาธารณะที่บอกว่าเป็นคลื่นหลัก ทำเพื่อสาธารณะหรือไม่ท่านไปดูสิครับ คลื่นหลัก ที่บอกว่าคลื่นใหญ่ ๆ ท่านเอาไปให้กลุ่มทุนเช่าแล้วก็มีการขายโฆษณาใช่หรือไม่ แต่คลื่น ของภาคประชาชนเขาทำเพื่อสาธารณะครับ ท่านออกประกาศยกเว้นเถอะครับ ยกเว้น เป็นคลื่นอาจจะเป็นกึ่งสาธารณะ กึ่งธุรกิจก็ได้ เพื่อให้คนเหล่านี้เขามีวิทยุ เขามีอาชีพ ในการได้ใบอนุญาตต่อ และยังมีอีกหลายคลื่นที่โดนปิดไป ที่ผมพูดไม่ได้เพราะเนื่องจาก เวลามันน้อย ภาคประชาชนเขามายื่นหนังสือที่ผม อาจจะต้องขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ท่านประธาน นี่คือหลักฐานที่มีนายกสมาคมต่าง ๆ มายื่นที่ผม นายชูชาติ อุทัยชิต นายก สมาคมเครือข่ายท้องถิ่นเมืองแพร่ จังหวัดสุโขทัย นายสุเทพ เม้าสง่า นายเอกอมตะ อุทรฑ์เกฐสิทธิ์ นายกิตติพัฒน์ ศิริสุขชัยถาวร นายทองพูน ผมพูดเร็ว ๆ นะครับ นายอัครชัย หาญชัย อาจารย์คณาวุฒิ กันทพลหาญ อาจารย์เกษม คุณอาคม คนเหล่านี้เป็นนายก สมาคมวิทยุ รวมแล้ว ๕๐ สมาคมอยู่ในมือผม นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา นายกสมาคม ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิทยุเอฟเอ็ม (FM) ภาคใต้อย่างนี้ นายสุเทพคุณ คณาโชค อย่างนี้นะครับ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้ประกอบวิทยุมา ๒๐ ปีครับท่านประธาน แล้วจะมา ล้มหายตายจากโดยประกาศคำสั่งของ กสทช. ปี ๒๕๖๕ ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรม จึงขอให้ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ เพื่อให้วิทยุเหล่านี้ยังคงอยู่คู่กับ พี่น้องประชาชนต่อไปครับ กราบขอบพระคุณมากครับ