ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตั้งคำถามต่อกสทช. กรณีรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2563 โดยเฉพาะในประเด็นประสิทธิภาพการเฝ้าระวังโฆษณาเกินจริงในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ รวมถึงรูปแบบโฆษณาแฝงที่แพร่หลายผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งนำไปสู่การขายสินค้าและชักชวนลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มงวด รวมทั้งหารือเรื่องความไม่เป็นธรรมในการปรับโครงสร้างวิทยุชุมชนเมื่อเทียบกับทีวีดิจิทัล และเรียกร้องความชัดเจนในการต่ออายุใบอนุญาตและกระบวนการประมูล รวมถึงตั้งข้อสังเกตต่อความโปร่งใสในการแบ่งค่าเยียวยาคลื่นความถี่ปี 2006 ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของ กสทช. เมื่อปี 2563
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ มีคำถามถึง กสทช. เกี่ยวกับการรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ หลัก ๆ ก็น่าจะมีประมาณ ๒ ประเด็น
ประเด็นแรกที่ผมสนใจในเล่มนี้เลยก็คือ ในหน้า ๗๗ ที่เขาพูดถึงการคุ้มครอง ผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะในประเด็นของเรื่อง การโฆษณาเกินจริง เช่น อาหารเสริม ยาต่าง ๆ ซึ่งในรายงานนี้ก็มีการบอกว่า มีช่องทาง ในการร้องเรียนของประชาชนทั่วไปที่ถูกเอาเปรียบ หรือพบการกระทำผิดกฎหมาย ของสถานีต่าง ๆ ผมเองก็สงสัยตอนแรกว่ามีการทำงานในเชิงรุกหรือไม่ ก็พบคำหนึ่ง ในรายงานฉบับนี้ที่บอกว่า มีกระบวนการการเฝ้าระวังในเชิงรุก ผมก็สงสัยว่าการเฝ้าระวัง ในเชิงรุกมันคืออะไร มันคือกระบวนการตั้งรับในเชิงรุกหรือว่าอะไร ผมไม่เข้าใจ แล้วพอมาดูในตารางที่ ๗ ในหน้าถัดไปก็พบว่า มีจำนวนเคส (Case) ที่เกิดจากกิจการ กระจายเสียงหรือวิทยุที่เกี่ยวกับเรื่องการกระทำผิดเกี่ยวกับอาหารและยาทั้งหมด ๙๓๖ ราย แล้วก็เกือบ ๒,๐๐๐ เคส (Case) ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี (Cable TV) ๒๐ ราย ๓๕ เคส (Case) โทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (Digital) ๑ ราย ๔ เคส (Case) ผมเข้าใจได้ว่า วิทยุสถานี ทั่วประเทศมันเยอะมาก แต่ละท้องที่แต่ละจังหวัดก็มีสถานีวิทยุของตัวเองเยอะแยะนะครับ แต่มันเป็นไปได้หรือครับที่ทีวีดาวเทียมเคเบิล (Cable) ทั่วประเทศมีแค่ ๒๐ ราย ๓๕ กรณี ที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันเป็นไปได้หรือครับ ที่โทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) ที่เราดูกันอยู่ทุกวันนี้มีแค่ ๑ ราย แล้วก็แค่ ๔ เคส (Case) เท่านั้น ถ้ามีการทำงานเชิงรุกจริง ๆ แป๊บเดียวก็ได้แล้วครับ เปิดไปดูเลยครับรายการทีวีดิจิทัล (TV Digital) เดี๋ยวนี้ขายของกันในรายการแบบว่า ดูก็รู้แล้วครับ ผมว่าถ้าท่านเปิดในสถานีค้างไว้ในออฟฟิศวันหนึ่งน่าจะได้ ๓-๔ เคส (Case) ที่ไปตามได้ว่ามันมีการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับอาหารและยาจริงหรือไม่ และที่น่ากลัวไปกว่านั้นผมคิดว่าเราต้องตามให้ทันโลก เพราะว่าพวกนี้ก็จะมีวิธีการทำมาหากิน ที่แยบยลและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มีอะไรบ้างครับ ผมยกตัวอย่างอันหนึ่ง เดี๋ยวนี้จะมีการเสนอ ผ่านโฆษณาในช่องดิจิทัล (Digital) เป็นการสอนออนไลน์ (Online) ฟรีครับ สอนคอร์ส (Course) ในการขายออนไลน์ (Online) ใครสนใจแอดไลน์ (Add line) เข้าไปเลยครับ เข้าไปคุยกับเขา แล้วเขาก็จะพาเข้าไปในห้องเรียนออนไลน์ (Online) ที่สามารถเรียน การขายออนไลน์ (Online) ได้ฟรี ๆ แต่ในคอร์ส (Course) นั้นจะมีการขายของครับ ขายอาหารเสริม เขาไม่ต้องพูดชื่ออาหารเสริมในช่องทีวีดิจิทัล (TV Digital) เขาไปพูดในห้อง ออนไลน์ (Online) ซึ่งเรียนฟรีนี่ละครับ และอาหารเสริมนั้นมี อย. ไหมก็ไม่รู้ครับ บรรยาย สรรพคุณในห้องนั้นเกินจริงไหม ก็ไม่รู้ครับ ที่หนักกว่านั้นครับ ชวนลงทุนในห้องคอร์ส (Course) ออนไลน์ (Online) นั่นละครับ มีพอนซี คลีน (Ponsci clean) อยู่ในนั้นอีกนะครับ ทำเป็นแชร์ (Share) ลูกโซ่ครับ ถ้าทำงานเชิงรุกจริง ๆ ผมคิดว่าท่านจะต้องเคยเจอเคส (Case) แบบนี้บ้างอย่างน้อย ๒-๓ เคส (Case) มันต้องมีครับ
แล้วซึ่งจากตารางนี้ผมก็ต้องต่อเนื่องไปถึงประเด็นที่ ๒ คือเรื่องเกี่ยวกับวิทยุ ชุมชน คือ ๒,๐๐๐ เคส (Case) ของวิทยุชุมชนกับ ๔ เคส (Case) ของทีวีดิจิทัล (TV Digital) ความเหมือนของมันก็คือเวลาที่เจอการกระทำผิด มันจะเป็นโทษปรับ ผมเข้าใจว่ามันเป็น โทษปรับตามข้อกำหนดของ อย. หมายความว่าถ้าโดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท วิทยุชุมชน โดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ๑ เคส (Case) ก็โดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วทีวีดิจิทัล (TV Digital) เขารับค่าโฆษณามาเท่าไรครับท่านประธานครับ ออกอากาศ แป๊บเดียวคนดูเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านครับ ขายนิดเดียวก็คุ้มค่าปรับแล้วครับ วิทยุชุมชน เขาอยู่กัน เขามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของธุรกิจในชุมชน ซึ่งไม่มีปัญญาไปจ่ายค่าโฆษณา บนทีวีเคเบิล (TV Cable) ไม่มีปัญหาไปจ่ายค่าโฆษณาในวิทยุที่เป็นกระแสหลักได้ เขาก็ใช้ บริการมีอยู่ในชุมชนนั่นละครับจ่ายค่าโฆษณานิด ๆ หน่อย ๆ ให้สถานีวิทยุชุมชน เพื่อที่ จะให้เศรษฐกิจในชุมชนใกล้เคียงนั้นมันอยู่กันได้ แต่เวลากระทำผิดเคส (Case) แบบนี้ มันก็เกิดการปรับที่มันไม่สมเหตุสมผล อาจจะไม่ใช่ไม่สมเหตุสมผล แต่สัดส่วนมันไม่ได้กันกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสังคม ทีวีดิจิทัล (TV Digital) มันเกิดความเสียหายต่อสังคม ในวงกว้างมาก ๆ เวลาที่เกิดการกระทำผิดในลักษณะอย่างนี้ แต่ค่าปรับมันไม่ได้สัดส่วนกันกับ ความเสียหายที่มันเกิดขึ้น หรือกับรายได้ที่เขาได้รับจากรายได้ในค่าโฆษณา แล้วมันก็จะมี ปัญหาต่อเนื่องไปอีกว่าวิทยุชุมชน ผมเข้าใจว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าสถานี ทั่วประเทศ ณ ตอนนี้ที่เป็นเชิงธุรกิจ เขาก็กำลังจะถูกเรียกว่า ยุติการทดลองออกอากาศ แล้วจะต้องเข้าสู่การประมูลในช่วงน่าจะเป็นเดือนเมษายนปีนี้เป็นต้นไป ถึงปี ๒๕๖๗ เข้าใจว่าอาจจะต้องหยุดภายในปี ๒๕๖๗ ประเด็นก็คือเขาก็เคยมาร้องเรียนกับผมว่า มีการออกคำสั่งให้ลดกำลังส่งจาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์ ๑. ก็คือพื้นที่ในการส่งมันจะลดลง อย่างมาก การกระจายเสียงมันก็จะอยู่ได้แค่วงแคบ ๆ และที่สำคัญคือจะต้องปรับ และเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทำให้เกิดต้นทุนเกิดขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นก็คือกระบวนการต่อไป ที่จะเข้าสู่การประมูล ถ้าจะประมูลจริงความชัดเจนของ กสทช. ได้ให้กับพวกเขาหรือยังว่า ๓,๐๐๐ กว่าสถานีนี้ จะมีใบอนุญาตให้ประมูลกี่ใบอนุญาต เขาจะเหลืออยู่กี่สถานี ราคาจะอยู่ประมาณเท่าไร ไม่มีความชัดเจนให้พวกเขาเลย เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตกลงแล้วเขาจะต้องยุติการออกอากาศ ของเขาเมื่อไร เขาจะต้องยุติการบริการในชุมชนของเขาเมื่อไร ผมก็อยากจะถามถึง ความชัดเจนตรงนี้อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ทำวิทยุชุมชนก็เรียกร้องมาว่า มีความเดือดร้อนในด้านนี้จริง ๆ นะครับ
เหลือเวลาอีกนิดหน่อยครับ ผมถามคำถามสุดท้ายครับว่า กรรมาธิการ ติดตามและตรวจสอบได้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับกรณีที่เราจะต้องแบ่งค่าเยียวยาคลื่น ๒๐๐๖ ให้เอกชนหลักหลายพันล้านบาทซึ่งเป็นคดีความกันอยู่นี้อย่างไร มีการตรวจสอบการทำงาน ของ กสทช. ที่เกิดมติเมื่อปี ๒๕๖๓ หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ