สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานศาลยุติธรรม โชคปมิตต์กุล แถลงว่าพบเงินรางวัล 149 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในงบประมาณของสำนักงานในปี 2563 และชี้ข้อผิดพลาดในรายงานการชดเชยการทำงานนอกเวลาของปีนั้น เธอยังหารือเรื่องค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่สูงถึง 204 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งบประมาณและหลักสูตรอบรมที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของศาล

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ขอขอบคุณท่านประธานนะคะ ที่ให้โอกาสได้ลุกขึ้นมาอภิปรายรายงาน การเงินประจำปีของสำนักงานศาลยุติธรรม ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎร เมื่อ ๓ วันก่อน เพิ่งจะไปอ่านจดหมายเปิดผนึกแถลงการณ์ถึงท่านประธานศาลฎีกาว่า ให้ท่านประธานศาลฎีกาฟื้นฟูความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ตกต่ำดิ่งลงเหว ให้กลับขึ้นมาเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ตัวจริง จากการชุมนุมบนท้องถนนที่มีการเรียกร้องในการคืนสิทธิประกันตัวให้กับผู้ต้องหา ในคดีทางการเมือง โดยเฉพาะคดี มาตรา ๑๑๒ วันนี้เนื่องจากเป็นการอภิปรายรายงาน งบประมาณประจำปี ดิฉันก็ไม่อยากจะออกนอกเรื่องไป วันนี้มีประเด็นสำคัญ ๆ ในรายงานฉบับนี้เฉพาะในหน้า ๑๘ กับหน้า ๒๐ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องการคำตอบ ในหน้า ๑๘ ในงบการเงิน ค่าใช้จ่ายบุคลากรในปี ๒๕๖๒ มีหัวข้อ รายจ่ายเงินรางวัลประจำปี ในปี ๒๕๖๒ ใช้ไป ๙๘ ล้านบาท พอปี ๒๕๖๓ ขึ้นมาเป็น ๑๔๙ ล้านบาท ตีเสียว่า ๑๕๐ ล้านบาทนะคะ ในขณะที่วงการกระบวนการยุติธรรมตกต่ำ แบบนี้ ประชาชนลงโทษด้วยการออกมาชุมนุมประท้วง ดิฉันถามว่าต้องมีเงินรางวัลอะไรคะ ๑๔๙ ล้านบาทของปี ๒๕๖๓ เงินงบประมาณก้อนโตนี้ เป็นเงินรางวัลอะไร รางวัล ๑๕๐ ล้านบาทนี้ให้กับใคร ใครเป็นผู้รับ และมีอะไรหรือคะ มีผลงานอะไรที่ควรจะได้รับ รางวัลคะ สำหรับกระบวนการยุติธรรมไทยในขณะนี้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เฉพาะ ในประเทศไทยนะคะท่านประธาน องค์กรระหว่างประเทศก็ท้วงติงมาในรอบ ๑๐ ปีนี้ ในองค์กรระหว่างประเทศได้ท้วงติงปัญหาการไม่ให้สิทธิเสรีภาพ ถูกลิดรอนประชาชนไทย ผู้ชุมชนไทย ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพไม่ต่ำกว่า ๒๒ ครั้งแล้วค่ะ ที่องค์กรระหว่างประเทศ และนานาชาติเขาวิจารณ์มาในรอบ ๑๐ ปี ดิฉันถามขอให้ตอบให้ชัดเจนนะคะ ๑๔๙ ล้านบาทในปี ๒๕๖๓ เป็นรางวัลเนื่องในโอกาสอะไร มีผลงานอะไรดีเด่นที่จะต้องใช้ งบประมาณก้อนนี้นะคะที่ขึ้นมาจากปี ๒๕๖๒ ที่มี ๙๘ ล้านบาทค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งในหน้าเดียวกัน คือในรายงานหน้า ๑๘ ค่ะ บรรทัดที่ ๒ ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาประจำปี ๒๕๖๓ สูงถึง ๑,๐๔๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉัน ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นคะ ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาโควิด (COVID) มีการเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from Home) มีการทำงานที่บ้าน แล้วมีค่าตอบแทนนอกเวลาอะไรอีกคะ โดยเฉพาะ ในหัวข้อค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลานี้ในปี ๒๕๖๒ ๖๕๙ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑,๐๔๗ ล้านบาทค่ะ ตรงนี้ขอให้ผู้แทนได้ช่วยชี้แจงรายงานให้เป็นที่กระจ่าง ด้วยค่ะ เพราะว่าดูแล้วมันไม่ได้สมเหตุสมผลกับภาวการณ์ในปัจจุบันเลย

อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ในรายงานหน้าที่ ๒๐ ค่ะท่านประธาน ค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรมค่ะ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่สูงถึง ๒๐๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะลดลงจากปี ๒๕๖๒ ที่มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมากถึง ๕๓๙ ล้านบาท มาปี ๒๕๖๓ ลดลงเหลือ ๒๐๔ ล้านบาท แต่ดิฉันก็ยังมีคำถามอยู่ดี แล้วก็ไม่ใช่คำถาม ของดิฉันคนเดียวด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าสังคมทั้งสังคมถ้าได้มาอ่านรายงานฉบับนี้จะต้องมีคำถาม เดียวกันว่า ท่านใช้เงินจำนวนนี้ภาษีอากรของประชาชนในขณะที่ทุกข์ยาก ลำบาก อดตาย ฆ่าตัวตายกันรายวันขนาดนี้นี่นะคะ ท่านเอาไปอบรมอะไรคะ ทำไมถึงต้องอบรม และกลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มที่ใช้งบประมาณนี้ หลักสูตรในการอบรมมีคุณค่ามากพอที่จะคุ้มค่า กับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อบรมหัวข้อไหน ประเด็นใด ใครได้รับประโยชน์ หรือทำไปอย่างนั้น ๆ เหมือนกับที่หน่วยราชการเราได้ใช้งบประมาณในเรื่องอบรม ดูงานต่างประเทศอะไรตลอดมา รวมทั้งการฝึกอบรม และการตั้งหลักสูตรในวงการตุลาการต่าง ๆ ดิฉันถามว่าในวงการ ตุลาการมันสมควรไหมคะท่านประธาน ที่จะต้องมีหลักสูตรอบรมอะไรต่าง ๆ นานา เปิดอบรมทั้ง ๆ ที่มีหน่วยงานอื่นทำหน้าที่นี้อยู่แล้วค่ะ ดิฉันไม่ได้เห็นด้วยมาตั้งแต่แรก ที่จะต้องมีงบประมาณในการฝึกอบรม ในการสร้างหลักสูตรต่าง ๆ ขึ้นมาในหน่วยงาน ยุติธรรมนี้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ควรจะวางตัวเป็นกลาง และไม่มีการสร้างคอนเนกชัน (Connection) ดิฉันเห็นว่าที่ผ่าน ๆ มาหลักสูตรนี้มีแต่จะสร้างปัญหาค่ะ แล้วทำไมจะต้องมา ทำมาหากินกับเรื่องหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของศาล ไม่ใช่หน้าที่ โดยตรงของกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่อื่น ๆ ที่ท่านจะต้องทำผดุงความยุติธรรมให้เป็น ที่พึ่งที่หวังของประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง แต่ที่ผ่านมาก็ได้ทำงานแบบขาดตกบกพร่อง ถูกตั้งคำถามตลอดเวลาว่ามีความเป็นอิสระจริงหรือไม่ หรือทำตามใบสั่งใคร ก็ยังไม่สามารถ เคลียร์ (Clear) ตัวเองให้เป็นที่อบอุ่นใจกับประชาชนผู้เสียภาษีค่ะ ดิฉันขอถาม ๓ คำถามนี้ ในหน้า ๑๘ กับในหน้า ๒๐ ก็ขอคำชี้แจงให้เป็นที่กระจ่างด้วย ขอบคุณมากค่ะ