สุพิศาล ตั้งคำถามการจัดสรรงบศาล-เงินบริจาค-ความโปร่งใสประกันตัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อการจัดสรรงบประมาณให้ศาลยุติธรรม โดยเฉพาะในประเด็นการขาดแคลนงบประมาณ การใช้เงินค่าธรรมเนียมศาล 50 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการขอรับจัดสรรงบเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 141 วรรคสอง พร้อมสอบถามแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ของเงินบริจาคที่สำนักงานศาลยุติธรรมรับเข้ามา เน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการ และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิประกันตัวของ ส.ส. ในคดีการเมือง รวมถึงสถิติการถูกปรับหรือริบเงินประกัน เพื่อย้ำหลักนิติธรรมว่าผู้ต้องหาควรได้รับการปล่อยตัวเพื่อรักษาความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมาอภิปรายรับทราบในรายงานของงบศาลยุติธรรม เอาหน้าแรกเลยครับ หน้า ๗ ท่านครับในข้อมูลทั่วไป ผมกราบเรียนว่าท่านขาดไปหรือเปล่า ท่านขาดประเด็นหนึ่งครับ ข้อมูลทั่วไปหลังจากวรรคแรก ท่านขาดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง หรือเปล่าครับ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง เขียนไว้ว่าอย่างไรครับท่าน เขียนไว้ว่ารัฐต้องจัด งบประมาณให้เพียงพอ บลา บลา บลาให้ศาล ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย วินัยการเงินการคลังของรัฐในกรณีที่เห็นว่างบประมาณที่รับจัดสรรอาจไม่เพียงพอต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ของศาลจะยื่นคำขอแปรญัตติต่อกรรมาธิการงบประมาณโดยตรง ท่านลืม หรือเปล่าครับ สำนักงบประมาณ ผมกราบเรียนอันนี้เป็นแค่เกริ่นให้ฟังนะครับว่าเข้าไปดู ในเอกสารท่านประธานครับ ในเอกสารผมเอาเป็นอย่างนี้ครับ ผมไปตั้งเป็นคำถามนะครับ

คำถามที่ ๑ ค่าธรรมเนียมศาลที่ส่งเข้าคลัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะเขียนไว้ ในหมายเหตุในค่าธรรมเนียมศาล ที่เขียนว่ากระทรวงการคลังอนุญาตให้หักเงิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในเอกสารหน้า ๖ ว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านสามารถเอามาจ่ายเสริมเงินงบประมาณรายจ่ายได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึง ๒๕๖๖ และหักเงินปรับผู้ประกันในคดีอาญาร้อยละ ๕๐ นั่นก็คือ รายละเอียดที่เขียนไว้ในหมายเหตุที่ ๒๐ ถามว่าในประเด็นดังกล่าวนี้ท่านขาดงบประมาณ หรือครับ ถึงต้องใช้เงื่อนไขของกระทรวงการคลังไป ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญให้ท่านสามารถ ยื่นคำของบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อกรรมาธิการได้ คำถามคือ ๓ ปีที่ผ่านมาท่านเคย ขอไหมครับกับกรรมาธิการโดยตรง หรือขอแล้วกรรมาธิการปฏิเสธ คำถามแรกครับ

คำถามที่ ๒ เรื่องของเงินประกันตัวในเอกสารหน้า ๖ เหมือนกัน ท่านจะ เห็นว่าจากรายได้ที่ท่านมีมาแล้วก็เงินบริจาคที่เกี่ยวข้องในเอกสาร ซึ่งจะเห็นว่าในเอกสารนี้ มีช่องรายได้ที่รายงานซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารในเรื่องของรายได้ ผมกราบเรียนเลยครับ ท่านประธานครับ ในรายได้นั้นจะพบว่ามีรายได้ที่ท่านได้จากค่าธรรมเนียมศาลในปี ๒๕๖๓ ๓,๕๖๘ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๓,๔๐๒ ล้านบาทเศษ นี่คือเงินที่ท่านหักประกันไป ถามว่า เงินที่เป็นค่าธรรมเนียมศาลที่ส่งเข้าคลังนี้ท่านเอาไปใช้ครึ่งหนึ่งเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง และดำเนินการอย่างไรจึงถึงไม่ของบประมาณโดยกระทรวงการคลัง ส่วนเงินประกันตัว หรือเงินที่ปรากฏอยู่ในเอกสารพบว่าในหมายเหตุที่ ๑๘ ปี ๒๕๖๓ นั้น ๓๖๐ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๔๓๔ ล้านบาทเศษ นั่นในเรื่องของเงินประกัน ส่วนเงินบริจาคนั้นปี ๒๕๖๓ ๔๓ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๓๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ผมมีคำถาม ๒ คำถาม

คำถามแรก คือเรื่องเงินบริจาคนั้น ๔๒๓ ล้านบาท และ ๓๐ ล้านบาทนี้ ใครบริจาค และวัตถุประสงค์ที่บริจาคให้กับสำนักงานศาลยุติธรรม ทำไมต้องรับบริจาค จากองค์กรหรือบุคคลเหล่านี้ด้วย มีหนี้บุญคุณทำไม ศาลต้องเป็นอิสระ ศาลต้องอยู่ ในกระบวนการยุติธรรม และต้องเที่ยงธรรม ทำไมต้องไปรับบริจาคมา

ส่วนสุดท้ายเลยเรื่องของเงินที่ได้จากการประกันตัวค่าปรับ ท่านครับ ผมอยากสอบถามท่านครับว่า ท่านมีสถิติคดีเกี่ยวกับการปรับนายประกันที่ใช้ตำแหน่ง หน้าที่หรือไม่ เพราะว่าการมีตำแหน่งหน้าที่ อย่างเช่น ผม เพื่อน ส.ส. ทุกท่านใช้ตำแหน่ง ในศาล ผมกราบเรียนเลยว่าการที่ ส.ส. ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปศาลนั้นเป็นทรัพย์สิน ของประชาชน ผมมีเอกสิทธิ์ที่จะไปประกัน แต่ศาลมักจะบอกว่าไม่ใช่ญาติ ไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคดีการเมือง เด็กทั้งหลายที่อยู่ในคุกในเรือนจำ เวลาท่าน ส.ส. ทั้งหลายใช้หน้าที่ การงานซึ่งเป็นนักการเมือง เป็นผู้ที่ได้รับผลพวงจากการเข้าสู่การเมือง ประชาชนที่เดือดร้อน เดือดร้อนเพราะคดีการเมือง ทำไมท่านถึงไม่ใช้สิทธินี้ให้กับบรรดา ส.ส. ทุกท่าน และเคยมี สถิติไหมครับว่า ท่านได้ให้ไปกี่ราย และบรรดาท่านสมาชิกนั้นเคยถูกเสียค่าปรับ ค่าประกัน ดังกล่าวนี้หรือไม่ในปีที่ผ่านมา ถ้าไม่มีแสดงว่าการใช้สิทธินี้มันควรจะเข้าถึง เพราะการ ประกันตัวนั้นผมกราบเรียนเลยว่า ในมาตรา ๒๙ วรรคสองของรัฐธรรมนูญระบุชัดครับว่า ในคดีอาญานั้นไม่ถือว่าเขาเป็นผู้ต้องกระทำผิด ย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น การกระทำเยี่ยงนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะมีคดีใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นหลายคดี ในคดีการเมือง ท่านก็ปล่อย เด็กพวกนี้เป็นอนาคตของชาติ เด็กพวกนี้เป็นพวกที่ทำงานทางการเมืองปักหมุด ความคิด หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมควรจะถือการปล่อยเป็นหัวใจสำคัญ ผมจึงมีคำถามในการที่ท่านเก็บเงินเกี่ยวกับค่าปรับหรือค่าประกันดังกล่าวนี้มีสถิติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกปรับไปบ้างหรือเปล่า ที่ท่านริบเงินหรือเสียค่าปรับไป นั่นคือ หัวใจอันหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่า ทั้ง ๓ คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญของคดีการเมือง และผมเชื่อว่าสำนักงานศาลยุติธรรมคงปรับกระบวนคิดใหม่ มีนวัตกรรมในทางความคิด ทางการเมืองเกี่ยวกับนักการเมืองที่ดี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ