สมชาย ฝั่งชลจิตร พูดถึงปัญหาการเมืองที่สำคัญ เช่น การใช้ความรุนแรง การขาดเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน และยังพูดถึงปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการอ่างเก็บน้ำที่ล้มเหลวและทำให้เกิดภัยพิบัติ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานในการที่จะกล่าวถึงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ แน่นอนครับ ผมอยากจะย้อนกลับไป ในรายงานของปีที่แล้ว ก็คือปี ๒๕๖๓ ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ได้พูดถึงประเด็นท้าทาย แล้วก็มีอยู่ ๑๐ กว่าประเด็น และที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตามข้อมูลที่ได้มาในรายงานของปีที่แล้ว เป้าหมายกับความเสี่ยงมีอยู่สูงมาก เกือบทุกเป้าหมาย นั่นก็คือความสำเร็จมีน้อย โดยเฉพาะประเด็นในทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เราเห็นภาพที่เป็นประเด็นท้าทายที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ พูดมาในปีที่แล้วว่าแนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะให้ หน่วยงาน โดยเฉพาะสถาบันพระปกเกล้า เป็นแกนกลางของการพูดถึงเรื่องการให้ความรู้ ทางด้านสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และเรื่องประชาธิปไตย ข้อท้าทายของสภาพัฒน์ที่พูดถึง แนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ผมก็อยากจะถามว่ามันเป็นแนวโน้มที่มาจากฝ่ายไหน มันมีแนวโน้มที่มาจากฝ่ายประชาชน หรือมาจากฝ่ายที่ถืออำนาจรัฐ ข้อเรียกร้อง ของประชาชนที่เกิดขึ้นในทั่วประเทศตั้งแต่การพูดถึงการขอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เขาก็ไม่ได้ สิทธิเสรีภาพตามหลักการของนิติธรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพูดถึงการมีความ เสมอภาคในการเข้าถึงกฎหมายที่เท่าเทียมกัน บางคดีแม้จะเป็นคดีฆ่าคนตายก็ได้รับ การประกันตัว แต่คดีบางคดีที่เป็นแค่คดีพูดถึงและหมิ่นประมาทถูกจำคุก และหลักการ นิติธรรมที่เราพูดว่า การที่จะเอาใครคนหนึ่งคนใดมาจำคุกนี่จะต้องพิสูจน์จนกระทั่งหมด ข้อสงสัยแล้ว นั่นก็คือต้องมีการพิพากษาคดีจนถึงที่สุดแล้ว เขาจึงจะมีฐานะของการเป็น นักโทษ แต่วันนี้แค่ถูกกล่าวหาเขาก็ถูกจำคุกแล้ว พิพากษาโดยระบบกระบวนการยุติธรรม ขั้นต้น คือการไม่ให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างการต่อสู้คดี นี่คือแนวโน้มที่เป็นข้อสังเกต ของสภาพัฒน์หรือไม่ว่ามันคือแนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ก็ตั้งคำถามต่อสังคมว่า รัฐกำลังใช้เครื่องมือและกลไกทั้งหลาย เมื่อใช้เครื่องมือในการครอบงำทางความคิดไม่ได้ก็เริ่มใช้อำนาจที่เป็นเครื่องมือทางกายภาพ กฎหมาย คุก ตะราง เอากับพี่น้องประชาชน เอากับเยาวชนคนหนุ่มสาว นี่คือสิ่งที่เป็น ข้อท้าทายที่สภาพัฒน์พูดไว้เองตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ วันนี้ข้อท้าทายนี้ก็ยังล้มเหลว ผมจบ เรื่องการเมืองในประเด็นนี้มาก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อท้าทายสำคัญของเรื่องของการพูดถึง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพัฒน์ลองสำรวจผลงานของกรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำที่ทำในทั่วประเทศได้ไหมครับว่าโครงการอ่างขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในประเทศนี้มันล้มเหลวแบบไหน เวลาทำโครงการเสนองบประมาณเพื่อที่จะ ป้องกันภัยพิบัติจากน้ำท่วม เพื่อป้องกันภัยแล้งสภาพัฒน์ไปดูบ้างไหมว่าที่เกิดภัยแล้ง ก่อนที่จะเกิดไปพิบัติน้ำท่วม มันก็คือบริเวณท้ายเขื่อนทั้งนั้นละครับ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง บางครั้งก็พังทลาย บางครั้งก็แตก ก็พยายามที่จะบอกว่าไม่แตกละครับ แต่มันล้น แต่ความจริงบางครั้งมันก็คือความล้มเหลวของการจัดการน้ำในประเทศนี้ และวันนี้ยังมีโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ที่จะไปเอาผืนป่าในประเทศนี้มารองรับ โครงการแบบนี้อีกจำนวนมาก แม้กระทั่งภาพที่เรากำลังเห็นซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามที่จะ ผันน้ำจากสบเมยมาเติมให้กับแม่ปิง เติมให้กับเขื่อนที่จังหวัดตาก นี่คือความล้มเหลวของ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไหม แนวทางในการที่จะพูดถึงการปฏิรูป ประเทศจงมองให้กว้าง ธรรมชาติมันมีมิติแห่งความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่มีธรรมชาติใด ที่จะดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผืนป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าวันนี้กำลังจะถูกบังคับ ด้วยโครงการของรัฐนี่ล่ะเอามาเป็นอ่างเก็บน้ำ ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจก็บอกว่า วันนี้รัฐกำลัง เอาทรัพยากรธรรมชาติที่พี่น้องประชาชนใช้อยู่ทั่วประเทศมาตอบสนองทุน สภาพัฒน์ จะพาประเทศไปสู่ระบบทุนนิยมอย่างไรก็ตาม แต่วันนี้แนวทางในการปฏิรูปประเทศ ขอดูคนข้างล่างบ้างครับ ขอดูคนชายขอบ ขอดูคนประเทศไทยบ้างครับ อย่าเห็นแต่ ทุนข้ามชาติ อย่าเห็นแต่ทุนใหญ่ที่ผูกขาดในประเทศนี้ ก็ฝากไว้ด้วยในแนวทางปฏิรูปประเทศครับ ขอบคุณครับ