สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

คมเดช ไชยศิวามงคล พูดถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจการเงินการคลังและสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการเงินการคลังที่ติดลบและกู้เงินอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้หาวิธีการแก้ไขแนวทางการปฏิรูปให้ทันเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะการประมูลคลื่นความถี่วิทยุ 3,000-4,000 สถานีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลที่ทำให้เกิดการปฏิรูปสื่อสารมวลชนนี้

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายรายงาน ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ เดือนตุลาคมถึงธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๑๐ ขอหยิบยกขึ้นมา ๒ ประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นแรก ด้านเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศ

ประเด็นที่ ๒ ที่จะอภิปรายก็คือ ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ

เรียนถามคณะกรรมการการปฏิรูปที่ท่านเป็นคณะกรรมการที่เข้ามาชี้แจง ในสภาอยู่นี้ ท่านมีความคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิรูปหรือการพัฒนาประเทศ หรือไม่อย่างไร คืออย่างนี้ครับท่านประธาน บ้านเมืองเราเปลี่ยนแปลงไปเยอะ โดยเฉพาะ ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา มันมีโควิด (COVID) ซึ่งเป็นโรคระบาด ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก จุดที่เรา ไม่สามารถที่จะพูดและหนีจากความเป็นจริงได้เลยก็คือ ตัวเลขการเงินการคลังของประเทศ ท่านประธานคงจำได้ที่เรามีการจัดงบประมาณช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ตัวงบประมาณติดลบ การจัดงบประมาณนี่ติดลบและกู้เงิน ถ้าเราย้อนหลังไป ๒ ปี มันติดลบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินอีก ๑ ล้านล้านบาท และปีที่ผ่านมาติดลบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่แค่นี้ ในรูปแบบการเงินการคลัง ปีนี้ปี ๒๕๖๕ ต่อปี ๒๕๖๖ สัญญาณที่ได้รับมาจากรัฐบาล หรือกระทรวงการคลัง และหลาย ๆ ฝ่ายที่นำเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน การคลังของประเทศ เชื่อได้ว่าการจัดสรรงบประมาณปีต่อไปต้องกู้เงินและติดลบอีก อย่างแน่นอน ถ้าเราบวกเงินที่ติดลบและกู้เงินอีก แต่ละปีจะเป็นลักษณะเงินกู้ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ๓ ปีซ้อนแล้วนะ ๒ ปีนี่ผ่านไปแล้ว ถ้าย้อนหลังไปช่วง มีการรัฐประหารมันจะติดลบตลอดเลย ช่วง ๒ ปีนี่ชัดเจนและปีต่อไปก็ติดลบอีก ผมได้ยินข่าว ว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเงินการคลังเพื่อกู้เงินอีก กู้เงินอีกท่านครับ เพราะฉะนั้นตัวแนวทางการบริหารประเทศ ตัวที่ชี้วัดชัดเจนคือบัญชีการเงินของประเทศ ในระดับการเงินการคลัง ถ้าเราเปรียบเทียบเป็นครอบครัวหนึ่ง ท่านประธานครับ มันพังแล้ว ประเทศ เป็นอัมพาตเป็นอัมพฤกษ์ไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศโครงสร้าง ที่มันเหมือนรางรถไฟ ท่านวางรางไว้อย่างนี้มันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ มันจะเดิน เข้าไปสู่เหวลึกและยากต่อการแก้ไข พฤติกรรมของประชาชนส่วนใหญ่เปลี่ยนไปทั้งระบบ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านควรหาวิธีการที่จะผ่าตัดแนวทางการปฏิรูปของประเทศให้เข้าสู่ ยุคใหม่ ให้มันทันเหตุการณ์ทันสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อันใกล้นี้ เพราะว่าตัวเลขมันบ่งชี้อย่างนั้นครับ ผมเรียนถามท่านเลยว่า ท่านมีความคิด หรือไม่ อย่างไร ช่วยตอบให้ฟังด้วย

ประเด็นที่ ๓ ด้านสื่อสารมวลชน ๒.๑.๘ ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยี สารสนเทศ มีโครงการดำเนินการที่สอดคล้องกับระบบอีเมนส์ (eMENSCR) จำนวน ๑๑๐ โครงการ โดยมีโครงการที่สำคัญ เช่น ยกร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ ท่านครับ มันเกินเลยไปหรือเปล่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ขณะนี้เลยนะครับ กสทช. ออกกฎหมาย มาเพื่อลดคลื่นสถานีวิทยุชุมชนเกือบ ๔,๐๐๐ แห่งทั้งหมด จากคลื่น ๕๐๐ เหลือ ๕๐ ท่านประธานครับ ท่านเป็นนักการเมือง คลื่น ๕๐ มันไม่ต่างอะไรกันกับเครื่องเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านเห็นนะครับ เครื่องเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีเครื่องตามสายพูดกระจาย ไม่ถึง ๕ กิโลเมตร นี่ประเด็นแรกที่มีกฎหมาย เข้าใจว่าเกณฑ์ประมาณวันที่ ๓ เมษายน จะสิ้นสุดและถูกบังคับใช้

ประเด็นที่ ๔ จะให้คลื่นความถี่วิทยุ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ สถานีที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ซึ่งเป็นมูลมรดกของประชาชนมาแต่เก่าแต่หลังเลย ต้องประมูล คำว่า ประมูล นายทุนเอาไปหมดครับ เพราะฉะนั้นสภาพสื่อสารมวลชนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะวิทยุ ชุมชนที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้เกือบ ๔,๐๐๐ คลื่นด้วยกัน ผมเข้าใจว่าล้มระเนระนาด มันเป็นการ ปิดปากประชาชน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มันไม่ควรจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ กสทช. ที่อยู่ในการกำกับของนายกรัฐมนตรี อยากให้ท่านชี้แจงตรงนี้ด้วยครับ ท่านคณะกรรมการว่าทำไมสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น การปฏิรูป ๒.๑.๘ ด้านสื่อสารมวลชน นี่คือการปฏิรูปให้มันต่ำลง น่าจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไปครับ กราบเรียน ๒ ประเด็นครับท่านประธาน