สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ดะนัย มะหิพันธ์ อภิปรายเรื่องการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะและความสามารถของครู และเรียกร้องให้พัฒนาครูในหลายกลุ่มเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย พร้อมหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะของครู และกำหนดกลไกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมขอ อภิปรายรายงานความคืบหน้าในการรายงานตามแผนปฏิรูปประเทศ เดือนมิถุนายน ขอเล่มสุดท้ายเลยครับ เพราะว่าดูแล้วก็ทุกเล่มต่อเนื่องกัน ผมขอพูดเรื่องการศึกษาครับ ท่านประธาน เรื่องการศึกษาตามแผนขับเคลื่อนกิจกรรมการปฏิรูปที่ส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญหรือบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ท่านพูดนี่นะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ในหน้า ๒๕๗ ผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่า จะเกิดขึ้น ค่าเป้าหมายและค่าตัวชี้วัดนะครับ ในตัวชี้วัดด้านเป้าหมายที่ท่านกำหนดว่า ผู้เรียนทุกกลุ่มได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะจำเป็นของโลก อนาคตสามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารและทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล ผมไปดูตัวชี้วัด มีตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่บอกว่าครูอาชีวศึกษาได้รับการพัฒนาประสบการณ์อาชีพ ในสถานประกอบการและครูฝึกในสถานประกอบการได้รับการพัฒนาทักษะ อันนี้ เห็นด้วยครับ แต่คราวนี้ผมถามว่า แล้วครูที่อยู่ในประจำการอื่น ๆ เขาไม่ได้รับการพัฒนา หรืออย่างไรหรือเขาดีแล้วจึงไม่ต้องพัฒนา ถ้าไม่ได้พัฒนาครูกลุ่มเหล่านั้นมันจะมาทำให้ เป้าหมายสำเร็จได้หรือไม่ ถ้าท่านจะไปพัฒนาเฉพาะอาชีวศึกษานะครับ อันนี้คืออันที่ ๑ ที่ผมเรียนฝากและถาม

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในหน้า ๒๖๕ พูดถึงเรื่องเป้าหมายของ กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ผมขอพูดเฉพาะประเด็นย่อยที่ ๖ ครับ ประเด็นย่อยที่ ๖ ท่านบอกว่า มีการปรับปรุงระบบกลไกการเลื่อนวิทยฐานะของครู โดยนำผลการประเมิน สมรรถนะไปเป็นส่วนสำคัญในการเลื่อนวิทยฐานะและปรับปรุงค่าตอบแทนที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจำได้ครูเริ่มทำผลงานวิชาการ เพราะ ก.ค.ศ. เป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์วิธีการให้ครูได้มีและเลื่อนวิทยฐานะ การมีวิทยฐานะที่ผมจำได้ ครั้งแรกมี ว ๑๗ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็น ว ๑๐ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เปลี่ยนอีกครับ มาถึง ว ๑๓ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ และเปลี่ยนอีกเป็น ว ๒๑ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ วันนี้เปลี่ยนอีกแล้วครับ ให้ยกเลิก ว ที่ผมพูด ๑-๔ ทั้งหมดเลย แล้วเปลี่ยนมาเป็น ว ใหม่ครับ ครูเขาเรียกกันว่า ว พีเอ (PA) การเลื่อนวิทยฐานะของครู ว ๒๑ ยังไม่มีใครได้รับการเลื่อนพิจารณาเลยครับ เปลี่ยนอีกแล้ว ท่านทราบไหมว่าเปลี่ยนตามใคร ถ้าดูระยะเวลาที่ทำเปลี่ยนตามเลขา ก.ค.ศ. ทุกคนที่เข้ามาครับ คนที่เข้ามาจะมากำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการทำใหม่ทั้งหมด เหมือนกับว่าตัวเอง มีความสามารถ มีความรู้ที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามที่ตัวเองคิด แต่ครูที่เขาเป็นผู้ปฏิบัติ เขาต้องการความก้าวหน้า เขาเปลี่ยนไม่ทัน ผมยกตัวอย่าง ว ๒๑ ในปี ๒๕๖๑ มีการจัดสรร งบประมาณให้ครูคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปพัฒนาตัวเอง แล้วนำเอาผลพัฒนานั้นมาประกอบ เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ในปี ๒๕๖๒ ได้รับงบประมาณ แต่ในปี ๒๕๖๓ ไม่มีงบประมาณ เพราะอ้างโควิด (COVID) ปี ๒๕๖๔ ก็ไม่มี แต่พอถึงปี ๒๕๖๔ เปลี่ยนอีกแล้วครับ ผมเชื่อว่าจะไม่สิ้นสุดแค่นี้ถ้ามีเลขา ก.ค.ศ. คนใหม่ เกณฑ์วิธีการก็จะเปลี่ยนใหม่อีก ท่านประธานครับ เกณฑ์ใหม่นี้ยิ่งไปเพิ่มความยุ่งยากให้กับครูเพิ่มขึ้น ผู้บริหารโรงเรียนที่ครู จะทำวิทยฐานะต้องมาทำข้อตกลงกับ ผอ. เขต ครูที่จะทำวิทยฐานะต้องไปทำข้อตกลงกับ ผอ. โรงเรียน วันนี้ ผอ. โรงเรียนไม่เข้าใจมีการจัดอบรมครับ จัดอบรมเพื่อทำความเข้าใจ มีเอกชน ลงไปให้ความรู้เก็บค่าอบรมเป็นการลงทะเบียน ครูที่อยากจะได้รับความรู้ อยากจะส่ง ผลงานก็เข้ารับการอบรมแล้วก็ลงทะเบียน อย่างนี้ผมจึงฝากท่านในฐานะที่ท่านจะพัฒนา กลไกตัวที่ว่า ทำอย่างไรที่จะให้วิทยฐานะของครู เขาไม่ยุ่งยากจนเกินไป โดยเอาจากผลการ ประเมินผู้เรียนมาเป็นตัวที่จะทำให้เขาได้รับวิทยฐานะ ได้เลื่อนเงินเดือนในความเหมาะสม กับมาตรฐานของเด็ก กับคุณภาพของเด็ก ไม่ใช่ให้เขาต้องไปเขียนไปเข้ารับการอบรม แล้วมา พัฒนาอยู่อย่างนี้ ซึ่งแต่ละครั้งไม่เคยจบลงสักที พอคนใหม่มาคิดใหม่ก็ทำไปเรื่อย ๆ ดังนั้น เรื่องนี้ผมจึงอยากจะกราบเรียนฝากผ่านไปถึงกระทรวงศึกษาธิการว่า กลไกที่ว่านี้ท่านจะให้ เป็นกลไกสุดท้ายได้หรือไม่ว่า ต่อไปนี้การเลื่อนวิทยฐานะของครูให้มันมีสิ้นสุด ไม่ใช่ว่า ใครเข้ามาใหม่ก็คิดใหม่ไปเรื่อย ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงผู้เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณ