ชวลิต วิชยส mucธิ์ หารือร่างแก้ไขพระราชกำหนดเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมที่ยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการเดิม พร้อมเรียกร้องให้ปรับเงื่อนไขการกู้ยืมและเร่งช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และผ่อนปรนสินเชื่ออย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมและคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓
เหตุผล โดยที่ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นภาคธุรกิจ สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นแหล่งสำคัญของการจ้างงาน ยังไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือทางการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องแก้ไขเงื่อนไขการที่สถาบัน การเงินให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือทางการเงิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมได้กล่าวมาเมื่อตอนต้น เป็นหลักการ และเหตุผลในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดของรัฐบาล ซึ่งกระผมเห็นว่าร่าง พระราชกำหนดของรัฐบาลดังกล่าวยังมีข้อบกพร่อง รวมทั้งมีความเห็นว่าสามารถที่จะแก้ไข ข้อบกพร่องนั้นได้อย่างไรถึงจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ ซึ่งกระผมจะชี้ให้เห็นเป็นลำดับดังนี้ครับ ท่านประธาน แม้รัฐบาลจะออกพระราชกำหนดมาช่วยเหลือ แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือดังกล่าวได้เท่าที่ควรจะเป็น ด้วยเงื่อนไขที่สถาบันการเงินต้องการลูกค้า ชั้นดีในการทำนิติกรรม เพราะสถาบันการเงินเห็นว่าลูกหนี้บางรายอาจจะได้รับสินเชื่อ เพิ่มเติมเกินความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้พระราชกำหนดไม่สามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ได้เท่าที่ควรจะเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชกำหนดการให้ ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคไวรัสโควิด (COVID) ได้ออกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๓ เมื่อปีที่ผ่านมา พวกกระผมเห็นข้อบกพร่อง ก็เสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขพระราชกำหนดดังกล่าว ตั้งแต่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓ แต่กว่าจะผ่าน กระบวนการและบรรจุเข้าระเบียบวาระจนมีการพิจารณาในวันนี้ได้ ใช้เวลานานพอสมควร ทีเดียว อย่างไรก็ตาม กระผมและคณะก็ยังเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่กระผมและคณะเสนอนี้ ยังไม่ล้าสมัย ยังใช้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากที่ประชุมเห็นชอบให้เป็นกฎหมาย ประการสำคัญปัจจุบันนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ยังเดือดร้อนต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอยู่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะไปช่วยส่งเสริมให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงแหล่งทุนและเงินเยียวยาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติที่พวกกระผมและคณะเสนอนี้ได้เสนอแก้ไข ใน ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ตั้งแต่ ๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม ๒. แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการให้กู้ยืม แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ๓. แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในการชดเชยความเสียหายจากการให้กู้ยืม เงินของสถาบันการเงิน และ ๔. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรายงานการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบัน การเงินของกระทรวงการคลังต่อรัฐสภา กระผมจะไม่ลงรายละเอียดในทุกประเด็นครับ ท่านประธาน แต่ประเด็นที่แก้ไขกระผมจะขอเน้นในมาตรา ๙ (๑) วงเงินที่ให้กู้ยืม ก็ควรต้อง เป็นการให้สินเชื่อเพิ่มเติมจากยอดหนี้เดิมไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แต่ไม่รวมถึงยอดหนี้คงค้างของวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อรายย่อย มาตรา ๙ (๒) การให้สินเชื่อเพิ่มเติมตาม (๑) แก่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่อยู่ในสถานะลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน เน้นตรงนี้ครับท่านประธาน ให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน มาตรา ๙ (๓) วงเงินที่ให้กู้ยืมแก่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด ๆ ต้องไม่เกิน ๑๕ ล้านบาท โดยให้เงื่อนไขผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษ เน้นครับท่านประธาน โดยให้เงื่อนไข ผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นภาคธุรกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ วงจรธุรกิจแต่ละวิสาหกิจ เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการจ้างงานแต่ละวิสาหกิจเป็นการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนประเทศอย่างสำคัญยิ่ง การขจัดปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน เป็นเรื่องที่พูดกันมาช้านานปัจจุบันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หวังที่จะ แก้ไขปัญหาของเอสเอ็มอี (SMEs) ในการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างแท้จริง จึงหวังที่จะเห็นสภา ของเราพิจารณารับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ ของกฎหมายต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน