พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แสดงความคิดเห็นต่อรายงานผลการดำเนินงานกองทุนปี 2562 โดยชื่นชมความโปร่งใสที่ดีขึ้น แต่เสนอให้เพิ่มข้อมูลย้อนหลังผ่านคิวอาร์โคด พร้อมเรียกร้องการวิเคราะห์เชิงลึกและข้อเสนอแนะที่ชัดเจน โดยเฉพาะต่อกองทุนภายใต้กระทรวงกลาโหมที่มีผลการประเมินต่ำ แม้บางกองทุนยังขอรับงบประมาณต่อเนื่องทั้งที่จัดตั้งมานาน จึงตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการดำเนินงาน และเสนอให้กรมบัญชีกลางทบทวนหรือพิจารณาการยุบเลิกกองทุนที่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ พร้อมตั้งคำถามต่อโรงงานเภสัชกรรมทหารที่ตั้งมานานแต่ยังต้องขอซื้อวัตถุดิบแทนการผลิตเอง ซึ่งขัดกับเป้าหมายการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระบบนิเวศเศรษฐกิจของชาติ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนกรุงเทพฯ ครับ ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของกองทุน ประจำปี ๒๕๖๒ ก่อนอื่นก็ต้องเรียนว่าผมคิดว่ารายงานฉบับนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็อยากจะขอชื่นชมคณะทำงานต่อรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะก็มีคิวอาร์โคด (QR Code) ในแต่ละหน้าที่เราจะสามารถกดเข้าไปเพื่อจะไปดูงบการเงินได้ แต่ว่าผมอยากจะให้ทาง คณะทำงานลองพิจารณาดูนะครับ และขอเพิ่มเติมว่าในส่วนของคิวอาร์โคด (QR Code) ที่เราจะกดเข้าไปดู อยากจะให้มีงบการเงินย้อนหลังอย่างน้อยสัก ๓ ปีหรือ ๕ ปี รวมทั้งมีบทวิเคราะห์แล้วก็เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในแต่ละปีด้วยนะครับ ก็ต้องเรียนว่า แม้ว่าตามรายงานฉบับนี้เราจะมีการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ และท่านก็ชี้แจงมาให้ว่ามีด้านอะไรบ้าง แต่ว่าพอไปดูในรายละเอียดในแต่ละกองทุนเราจะไม่ทราบครับว่า เพราะเหตุใด ความผิดพลาดแบบไหน แต่จากผลการดำเนินงานที่ทำให้คะแนนนั้นไม่ผ่านเกณฑ์ ที่ทำให้ คะแนนนั้นออกมาเป็นแบบนั้น แล้วก็อยากจะเห็นข้อเสนอแนะที่ลงไปในแต่ละกองทุนเลยครับว่า ควรจะพัฒนาด้านใด เสนอแนะอะไรครับ อาจจะเสนอแนะลงไปชัด ๆ เลยครับว่า กองทุน บางกองทุนนี้ยุบเถอะ ไม่ควรจะต้องดำเนินการต่อไปแล้วนะครับ ควรจะยกเลิกเสีย ก็อยากจะเห็นความเห็นที่เรียกว่า เด็ดเดี่ยวต่อผลการดำเนินงานในลักษณะนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านประธานครับ ถ้าเราไปดูผลการดำเนินงานของกองทุนที่เป็นประเภทเพื่อการ จำหน่ายและการผลิต ในหน้าที่ ๒๑ ตาราง ๓.๓ จะพบว่ามีทั้งสิ้น ๑๒ กองทุนครับ ใน ๑๒ กองทุนนี้ปรากฏว่ามี ๖ กองทุนที่เรียกว่า ผ่านผลการประเมิน อีกครึ่งหนึ่งครับ ไม่ผ่าน พอผมไปดูครับว่า ครึ่งหนึ่งที่ใช้คำว่าต้องปรับปรุง ๖ กองทุน ปรากฏว่านำโด่งมาเลยครับ ท่านประธานของกองทุนที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมครับ ๕ กองทุนซัดไปแล้วครับ ๕ กองทุนจากใน ๖ อันนั้นไม่สามารถที่จะผ่านผลการประเมินได้ ผมขออนุญาตที่จะไล่เรียง ให้ท่านประธานฟังครับ เอากองทุนที่ถือว่าผ่านการประเมินก่อนนะครับ อย่างกองทุน หมุนเวียนเพื่อผลิตรูปถ่ายทางอากาศนะครับ กองทุนนี้อยู่ภายใต้กองบัญชาการกองทัพไทย มีหน้าที่ที่จะผลิตภาพถ่ายทางดาวเทียม ภาพถ่ายทางการทหาร และรวมถึงก็ขายแผนที่ เหล่านี้ให้กับหน่วยงานที่สนใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องการ แม้ว่าผลจากการดำเนินงาน จะเรียกว่าผ่านการประเมิน แต่ท่านประธานครับ กองทุนนี้เรียกว่าแทบจะทุกปีงบประมาณ หน่วยงานนี้ก็ต้องเข้ามาขอรับงบประมาณเพื่อไปใช้ในการทำภาพถ่าย จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจนะครับว่า ทำไมกองทุนนี้ยังทำภาพถ่ายมาที่เรียกว่า เกือบจะ ๓๐ ปีแล้วยังทำภาพไม่จบกันเสียที ต้องมีการปรับปรุงกันอยู่เรื่อย ๆ แต่ว่าก็เอาละถือว่า แม้ว่าจะผ่านนะครับ แต่ว่าก็ของบประมาณทุกปี
ทีนี้มาดูอีก ๕ กองทุนครับที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมและผมก็ต้องฝากไป ทางกรมบัญชีกลางนะครับว่า อยากจะเห็นในรายละเอียดจริง ๆ ครับว่า ผลการดำเนินงาน ที่ว่าต้องปรับปรุง จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่าทั้ง ๔ กองทุนนี้ไม่ว่าจะเป็น โรงงานแบตเตอรี่ทหาร ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ โรงงานผลิตวัตถุระเบิดทหารและกองทุน หมุนเวียนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ๔ กองทุนนี้ครับ สอบตกด้านการเงินทั้งสิ้น ผลการประเมินด้านการเงินเขาไปดูอะไรครับท่านประธาน เขาก็ไปดูผลการปฏิบัติงานนี่ละครับ เพราะว่าเมื่อบอกว่าผลิตแล้วก็สำหรับจำหน่าย แล้วผลการดำเนินงานเป็นอย่างไรนะครับ เรื่องของค่าใช้จ่ายต่อรายได้ กำไรจากการดำเนินงาน รายได้จากการดำเนินงาน ต้นทุน ในการผลิต อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ แน่นอนเวลาพูดแบบนี้กองทัพก็อาจจะออกมา บอกอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็อาจจะบอกว่าอันนี้เป็นความมั่นคงทางการทหาร เราจำเป็นต้องผลิตสิ่งเหล่านี้เพื่อเอาไว้ใช้ยามศึกสงคราม ผมคิดว่าหลักคิดแบบนี้มันเกิดขึ้น ได้ตอนที่เราตั้งกองทุน แต่มายุคนี้ปีนี้ พ.ศ. นี้ โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลนี้ที่บอกว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศนั้นเป็นเอสเคิร์ฟ (S-curve) ที่ ๑๑ นั่นแปลว่าอะไรครับ แปลว่า การผลิตด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านการทหารเหล่านี้มันควรจะส่งเสริมระบบนิเวศหรืออีโค ซิสเตม (Eco System) ในธุรกิจนี้ในประเทศได้ มันควรจะส่งเสริมให้ธุรกิจอุตสาหกรรม ป้องกันประเทศนั้นเติบโตได้ แต่คำถามคือโรงงานผลิตในกองทุนเหล่านี้นั้นอยู่ในระบบนิเวศ อยู่ในซัปพลาย เชน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในประเทศไทย หรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่ครับท่านประธาน และยังไม่ได้มีส่วนช่วยในการส่งเสริมอุตสาหกรรม ประเทศมากพอ ดังนั้นผมก็อยากจะฝากเป็นความเห็นไปทางกรมบัญชีกลาง ผมคิดว่า ในแง่มุมนี้จำเป็นที่ท่านจำเป็นต้องให้คำเสนอแนะไปที่กองทุนต่าง ๆ เพราะว่าจะคิดว่าจะใช้ ผลิตและใช้จ่ายกันเพียงในกองทัพเพื่อความมั่นคงอย่างเดียวนั้นผมคิดว่ามันไม่ตรงโจทย์แล้วครับ ในเมื่อเราบอกว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ที่ ๑๑ นะครับ ควรจะเป็นส่วนหนึ่งในซัปพลาย เชน (Supply Chain) ควรจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริม ผู้ประกอบการเอกชนในประเทศด้วย ดึงรายได้เข้าประเทศด้วยนะครับ อีกกองทุนหนึ่งครับ ท่านประธาน ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ คือกองทุนโรงงานเภสัชกรรมทหาร อันนี้ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ขออภัยครับในปี ๒๕๖๔ ปีที่แล้วก็มาของบประมาณเช่นกัน ของบประมาณ กระผมก็ไม่มั่นใจในเมื่อบอกว่าเป็นโรงงาน แต่ของบไปเพื่อไปสั่งซื้อผงโรยสังคัง คือตกลงแล้วเรามีโรงงานผลิต แต่ว่าทำไมเราจะต้องไปซื้อผงโรยสังคังอยู่ ไม่มั่นใจครับว่าสรุป แล้วมันยังฟังก์ชัน (Function) อยู่หรือไม่ กองทุนนี้ตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ปรากฏว่าผลจากผล การประเมินเป็นกองทุนเดียวของกลาโหมที่ตกในด้านที่ ๖ คือทำตามนโยบายรัฐ ทำตาม นโยบายรัฐที่รัฐมอบหมายให้ แต่ตกซะอย่างนั้นครับท่านประธาน ดังนั้นโดยสรุปแล้วผมก็ย ้า อีกครั้งว่าอยากจะเห็นคำเสนอแนะที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของกรมบัญชีกลางครับ ถ้ากองทุนไหนท่านคิดว่ามันไปไม่รอด และมันไม่ฟังก์ชัน (Function) แล้ว ควรจะมีความเห็น ให้ยุบเลิกเลยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน