ทวี ชี้ปัญหากองทุนรัฐขาดโปร่งใส พร้อมเสนอประเมินอิสระ-ยุบกองทุนซ้ำซ้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง หารือปัญหาการรายงานผลการดำเนินงานกองทุนที่ล่าช้าและข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะงบการเงินที่ตรวจสอบไม่ได้จากกรมบัญชีกลางและกองทุนต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อความโปร่งใสในการพิจารณางบประมาณและเสี่ยงต่อการสูญเปล่าของเงินอุดหนุน จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบรายงานให้เป็นไปตามกฎหมาย มีการประเมินอิสระ โดยเฉพาะกองทุนที่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง เช่น กองทุนการศึกษา พร้อมเสนอให้ยุบกองทุนที่ซ้ำซ้อนและปรับโครงสร้างการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้มาชี้แจงท่านประธานครับ คราวที่แล้วจำได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ท่านได้มาชี้แจง แล้วผมก็เป็นคนอภิปรายน่าจะคนรองสุดท้าย ปรากฏว่าข้อมูลของท่านที่มาชี้แจง ไม่ครอบคลุม ไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ ก็มีท่านสมาชิก ขอให้ท่านกรุณากลับไปทบทวนแล้วก็ได้นำกลับมา ซึ่งการสรุปผลการดำเนินการกองทุน ประจำปี ๒๕๖๒ เราถือว่าช้าไป ๑ ปี เพราะว่าเวลาพิจารณางบประมาณเราพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๖๕ กองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุนก็ต้องมาของบประมาณ เวลาเราจะ ตรวจดูก็จะดูงบการเงินของกองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุน ปรากฏว่า ปี ๒๕๖๓ คืบหน้าไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องขอขอบคุณข้อมูลนี้ ผมคิดว่าคงต้องเก็บไว้สำหรับ สมาชิก แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องใช้ เนื่องจากว่ากองทุนหมุนเวียนมันมีอยู่ ๒ ประเภท ๑. ประเภทที่ใช้เงินงบประมาณ กับอีกประเภทหนึ่งคือไม่ใช้เงินงบประมาณ แล้วไป ดำเนินการ ดังนั้นผมจึงคิดว่าข้อมูลของท่านอย่างน้อยก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่นับวันเราจะหา จากระบบราชการยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนในการทำรายงานครั้งต่อไป สิ่งสำคัญที่สุด เพราะในมาตรา ๓๑ ของท่านที่จะมาสู่มาตรา ๓๓ ที่ท่านจะต้องมาชี้แจงกับสภา ท่านต้องทำ ๖ ข้อในรายงาน ผมก็ฝากให้ทำให้ครบ ๖ ข้อ ข้อที่ ๑ ก็คือประเมินผลด้านการเงิน การประเมินผลด้านการเงินที่ดีที่สุด ก็คือประเมินผลการตรวจบัญชีการเงินของ สตง. เป็นเบื้องต้น เพราะอันนั้นเป็นเรื่องวินัยการเงินการคลังต้องให้ตรวจสอบได้ แล้วการตรวจสอบ สตง. ก็จะมีอยู่ ๔ ประเด็นก็คือ ๑. ไม่มีเงื่อนไข ๒. มีเงื่อนไข ๓. ไม่ถูกต้อง ๔. ไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เพราะว่าไม่มีข้อมูล โดยเฉพาะที่น่าเป็นห่วง อย่างยิ่งก็คือ ตัวท่านที่มาชี้แจง คือกรมบัญชีกลางมีปัญหามาก คือ งบการเงิน ของกรมบัญชีกลาง ตรวจสอบไม่ได้ เมื่อท่านจะไปดูงบการเงินของกองทุนทั้งหมดแล้ว ตัวท่านกลับมีปัญหา อันนี้เป็นเรื่องที่ถ้าในทางกฎหมาย ถ้ามาของบประมาณผมคิดว่า งบประมาณไม่ควรจะให้ด้วย เพราะว่างบการเงินไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ควรจะนำไป แต่อย่างไร ก็ตามวันนี้หน่วยของท่านมีความไม่ถูกต้องแล้วท่านจะไปตรวจสอบกองทุนต่าง ๆ ผมก็อยากจะฝากกราบเรียนว่า ถ้าท่านอาจจะเอารายงานของ สตง. ที่ในปี ๒๕๖๒ ก็จะมีอยู่ เราก็พบว่าในกลุ่มกองทุนผมจำตัวเลขไม่ได้ประมาณเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ งบการเงิน ไม่ถูกต้อง คืองบการเงินไม่ถูกต้อง จะนำไปสู่ปัญหาอย่างยิ่ง เพราะเงินเข้าไปกองทุน มันจะ อยู่หมวดงบเงินอุดหนุน คือเงินอุดหนุนให้แล้วเหมือนอ้อยเข้าปากช้าง คืนไม่ได้ พอให้ไปแล้ว เราจะไปเรียกคืนก็คืนไม่ได้ อันนี้ก็คือเป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก แล้วเงินงบประมาณจำนวนมาก ถ้าเราไม่เอาของประกันสังคมอะไรก็ถือว่าเป็นหลัก ๒ ล้านล้านบาท

– ๘๐/๑ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจาก ๔ ล้านล้านบาท อันนี้คือเงินภาษีอากรของประชาชน เราไม่ต้องการ ที่จะไม่ให้มีความโปร่งใส จริงอยู่กองทุนเพื่อเกิดความคล่องตัวและสามารถแก้ไขระบบราชการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองผมอยากจะฝาก เพราะว่าปีหน้าถ้าท่านมารายงานอย่างนี้ สภาก็มีเวลาน้อย บางครั้งประธานสภาก็จะเร่งให้เรื่องผ่านไปเร็ว ๆ เพราะเรื่องมารายงานมาก ผมอยากจะฝากท่านว่าอยากให้ท่านลองส่งเรื่องการประเมินของกองทุนหมุนเวียน ลองแบ่งไปให้ องค์กรที่เป็นอิสระทางวิชาการได้ประเมินผล อย่างน้อยที่สุดที่ผมอยากเห็นก็คือ กองทุนประกันสังคมเป็นใหญ่ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและ ชุมชนเมืองแห่งชาติ ลักษณะใหญ่ ๆ อย่างนี้ และอีกอันหนึ่งคือกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะสิ่งพวกนี้มันไปอิมแพ็กต์ (Impact) หรือไปกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก แล้วอยาก ให้ท่านตรวจสอบ โดยเฉพาะผมได้ตรวจสอบในเบื้องต้น เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกของ พรรคประชาชาติท่านซูการ์โนได้พูดถึง อย่างเช่นกองทุนเพื่อกู้ยืมทางการศึกษาไม่เอา งบประมาณ แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ท่านได้เอางบประมาณ เอาเงินสินทรัพย์ของกองทุน หายไปแสนกว่าล้าน เยอะมากนะครับ และพอมาดูรายการเจาะลึกไปเราก็พบว่ามีค่าใช้จ่าย ที่ผมถือว่าต้องมีการตรวจสอบ ก็คือมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและมีค่าใช้จ่ายในการ ติดตามหนี้กับ กยศ. ที่ไปไล่ฟ้องเขาปีละเป็นพัน ๆ ล้าน พอไปดูลึกก็คือไปให้บริษัททนาย บริษัทนี้ไปตามเงิน แล้วพอได้คืนมาส่วนน้อย ทั้งที่เจตนารมณ์ของการศึกษาเพื่อต้องการ ให้คนได้รับการศึกษา แล้วในระบบของสิทธิมนุษยชนการศึกษามันต้องเป็นการศึกษาที่ให้ฟรี แบบมีคุณภาพ ดังนั้นผมจึงคิดว่าแค่หนึ่งในตัวอย่างในที่นี้ก็มีปัญหา นอกจากนั้นผมจึง อยากจะฝากว่าในครั้งต่อไป อย่างน้อยรายงานครั้งนี้ยังมีหลายส่วนที่ท่านยังไม่ได้เอาเข้ามา ที่สมาชิกได้นำเสนออยากให้ท่านนำเข้ามา แล้วประการสำคัญสภานี้อยากได้ช่วย อย่างกรมบัญชีกลางซึ่งเหมือนท่านถูกแบกภาระ ถูกรับผิดชอบไปให้เงินกองทุนถึง ๑๑๕ กองทุน ไปอยู่ในมือท่าน แล้วกองทุนจำนวนมากเป็นกองทุนเพื่อไปทำในด้านสร้าง ความเหลื่อมล ้า ไม่ได้แก้ความเหลื่อมล ้านะ ไปสร้างความเหลื่อมล ้า เป็นกองทุนเพื่อไป ช่วยเหลือพรรคพวก เพื่อนฝูง และไปสร้างระบบอิทธิพล ผมก็จึงอยากว่าอย่างน้อยที่สุด ถึงเวลาท่านควรจะพัฒนากองทุน ผมได้ไปศึกษามานะครับ ประเทศญี่ปุ่นขนาดเป็นประเทศใหญ่ ๆ เขามีกองทุนเพียง ๑๘ บัญชีเท่านั้นเอง ๑๘ กองทุน ของเราที่ซ ้า ๆ กันควรจะยุบ และให้เหลือ ไม่ควรจะเกิน ๒๐ กองทุนครับ ขอบพระคุณมากครับ