จุลพันธ์ วิจารณ์รายงานกองทุนขาดวิเคราะห์ลึก ห่วงเงินใกล้แตะ 3 ล้านล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ วิพากษ์ร่างรายงานผลการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียนปี 2562 ที่ยังขาดความสมบูรณ์ แม้มีการปรับปรุงแต่ยังขาดการวิเคราะห์เชิงลึก จึงเรียกร้องให้ส่งรายงานคุณภาพสูงขึ้นเพื่อการพิจารณาของครม. และสภาคู่ขนานไปกับการทบทวนกองทุนต่างๆ ที่มีจำนวนมาก โดยเสนอให้ยกเลิกหรือปรับปรุงกองทุนที่หมดความจำเป็นหรือถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ป้องกันการหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณแผ่นดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย คนเชียงใหม่ ต่อร่างรายงานสรุปผลการดำเนินงานของ กองทุนหมุนเวียนประจำปี ๒๕๖๒ ครับท่านประธาน ผมคงจะไม่อภิปรายลงรายละเอียด ในแต่ละกองทุน เพราะว่าท่านเป็นเพียงผู้กำกับดูแลในฐานะเลขาคณะกรรมการกองทุน หมุนเวียน แต่ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงอยู่หลัก ๆ ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายตอนที่ท่านมา นำเสนอครั้งที่แล้ว รายงานไม่สมบูรณ์ ผมเป็นคนเปิดประเด็นเอง สุดท้ายสภามีมติให้ท่าน กลับมาทำใหม่ กลับมาครั้งนี้ต้องเรียนครับ ดีขึ้นนะครับ แต่ยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะว่ายังขาด มุมในเรื่องของการวิเคราะห์ เป็นเรื่องลักษณะของการรวบรวมตัวเลข รวบรวมรายละเอียด ต่าง ๆ มาประกอบเข้าเป็นรายงาน รูปเล่มสวยงามดีครับ แต่ว่าขาดเรื่องของการวิเคราะห์ จริง ๆ รายละเอียดในการวิเคราะห์ในแต่ละกองทุนว่ามีข้อดีข้อด้อย ข้อบกพร่องอย่างไร ยังดูจะอ่อนไปนิดหนึ่ง แต่ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีครับ แล้วก็ขอบพระคุณก็ขอท่านได้ดำเนินการส่งรายงาน ในลักษณะนี้เป็นอย่างน้อยมายัง ครม. ผ่านมายังสภาผู้แทนราษฎร จึงจะเป็นรายงาน ที่พวกเรารู้สึกว่ารับได้ครับ ในการที่จะใช้ในการคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ ต่อไป เพราะว่ากองทุนทั้งหมด ปัจจุบันตัวเลขผมว่าเกือบแตะ ๓ ล้านล้านแล้วนะครับ ตัวเลขที่ท่านรายงานปี ๒๕๖๒ อยู่ที่ ๒.๖ ล้านล้านบาทเศษ ซึ่งเพิ่มเติมทุกปี ปีละ ๖ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์บ้างนะครับ ตอนนี้น่าจะแตะเกือบ ๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเยอะมากนะครับ เป็นเงินของรัฐซึ่งไปกองรวมกันไว้ อยู่ในจุด ๆ หนึ่งนะครับ

ประเด็นที่ ๒ กองทุนต่าง ๆ ที่รวบรวมอยู่นี้รวมแล้วประมาณเกือบ ๑๕๐-๑๖๐ กองทุน เป็นจำนวนที่สูงมากนะครับ กองทุนเหล่านี้มีประโยชน์ก็มากครับ กองทุนที่เม็ดเงิน ผมว่าเกินกว่าครึ่งนะครับ ก็รวมกันอยู่สักประมาณ ๑๐ กองทุนเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นกองทุน ยิบ ๆ ย่อย ๆ บางอันก็มีหลักสิบล้าน บางอันก็เป็นหลักร้อยล้าน ซึ่งถ้าเทียบสัดส่วนแล้วไม่ เป็นนัยสำคัญใด ๆ ในการบริหารจัดการนะครับ คือเงินมันน้อยมาก แต่สิ่งที่อยากจะต้องถาม แล้วก็เป็นคำถามไปยังทางเลขาคณะกรรมการก็คือ ตัวเลขกองทุนเหล่านี้ดูรายชื่อแล้วหลาย กองทุนเป็นประโยชน์ แน่นอนผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่หลายกองทุนมามองดูแล้วมันควร จะต้องถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาสังคายนา เราจะมายุบเลิก เราจะมาเปลี่ยนแปลงแก้ไข เอาไปยุบรวมนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในฐานะของกรรมการกองทุนหมุนเวียนท่านได้เคย พูดคุยกันหรือไม่ หรือมันอยู่ก็ปล่อยมันค้างทิ้งไว้ จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถยกเลิกหรือยุบ รวมได้เงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็ต้องปัดกลับเข้าเงินหลวงซึ่งเป็นประโยชน์ครับ เราเอามาใช้ ประโยชน์ในแง่มุมอื่นได้ ดูง่าย ๆ อย่างเช่นกองทุนแบตเตอรี่ทหารมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ เราจะมานั่งคิดว่ามันจำเป็นหรือไม่ อย่างไร เงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตรูปถ่ายทางอากาศ ปัจจุบันเทคโนโลยีมันไปถึงไหนแล้วมันยังมีความจำเป็นอีกหรือไม่ กองทุนเกี่ยวกับเรื่องของ สารไรโซเบียม (Rhizobium) ผมเกิดมา ๔ ขวบมีกองทุนนี้ครับปี ๒๕๒๒ กองทุนเกี่ยวกับ ไรโซเบียม (Rhizobium) ไรโซเบียม (Rhizobium) เป็นธาตุเกี่ยวกับเรื่องของผลิตปุ๋ยชีวภาพ มาจากถั่ว ปัจจุบันเทคโนโลยีมันไปถึงไหนแล้วมันยังมีความจำเป็นหรือไม่ที่กองทุนนี้มันยัง จะต้องยังคงอยู่และต้องเป็นลักษณะของกองทุน เพราะอะไร เพราะกองทุนลักษณะนี้ ปัจจุบันภาคเอกชนเขาสามารถผลิตได้ เขาสามารถก้าวไปไกลกว่าเรา แต่เรายังคง กองทุนนี้อยู่ ณ วันนั้นเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนผมเข้าใจครับ มันอาจจะเป็นทางออกสำหรับ พี่น้องเกษตรกร แต่วันนี้ภาครัฐยังต้องมาหิ้ว ยังต้องมาประคับประคองโดยที่เราไม่ได้เห็นผลงาน ผลประโยชน์อะไรใด ๆ ในปัจจุบัน ก็ถึงเวลาที่เราจะมานั่งสังคายนาว่าอันใดยังมีความจำเป็น อันใดหมดความจำเป็นไปแล้ว นี่เป็นคำถามด้วยที่จะฝากไปยังทางผู้มาชี้แจงว่าท่านได้เคย คุยกันไหมว่ากองทุนใดที่ถึงเวลาแล้วที่มันจะออบโซลีต (Obsolete) มันจะหมดความจำเป็น นี่เป็นประการที่สอง

ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่าน ผู้มาชี้แจง วันนี้กองทุนเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างที่ได้บอก ๑๕๐-๑๖๐ กองทุน เต็มไปหมด เงินประมาณ ๒ ล้านกว่าล้านบาท แต่ภาครัฐกำลังใช้กองทุนเหล่านี้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ทำไมผมถึงใช้คำว่าผิดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของกองทุนคือ เมื่อประชาชนมีปัญหา เราหากลไกที่จะเข้าไปช่วยเหลือซึ่งเกิดความคล่องตัว นั่นก็คือลักษณะของกองทุน และกองทุนโดยหลักแล้วควรจะต้องสามารถบริหารจัดการสามารถเลี้ยงตัวเองได้ สามารถ บริหารจัดการ มีรายรับมีค่าใช้จ่าย แต่ประคองตัวไปจากเงินตั้งต้นที่ภาครัฐส่งมอบให้ผ่าน ทางงบประมาณแผ่นดิน แต่หลายกองทุน ณ ปัจจุบันก็ยังคงต้องมาเป็นภาระกับงบประมาณ ปีแล้วปีเล่า ปีแล้วปีเล่า ต่อไปเรื่อย ๆ นี่แสดงว่าวิธีการจัดตั้งกองทุนหรือหลักการคิด ในการทำมันอาจจะไม่สมบูรณ์ในตัว ทำให้เป็นปัญหาต่อภาระงบประมาณในระยะยาว กลายเป็นว่ากองทุนในปัจจุบันจำนวนมาก อันนี้เป็นการกล่าวหาเลยนะครับ กองทุนในปัจจุบัน จำนวนมากเป็นเพียงช่องทางของภาครัฐในการหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณ เพราะตั้งเงินกองทุนมาโยนเงินตั้งต้น เงินอุดหนุนรายปี ถึงเวลาไม่ต้องมาผ่านห้อง งบประมาณไม่ต้องมาผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็สั่งจ่าย ๆ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเรา ตั้งมาเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณ ผมบอกเลยนี่ผิดวัตถุประสงค์ ดึงเงินกลับมา ยังภาครัฐ ผ่านงบประมาณแผ่นดิน แล้วเราก็สามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกฎหมายทุกอย่างรองรับ อันนี้เป็นประการสุดท้ายที่อยากจะฝากเป็นข้อคิดกับ ทางคณะกรรมการกองทุนท่านเลขาที่ได้มาชี้แจง แล้วก็กราบขอบพระคุณท่าน กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสในการอภิปราย ขอบคุณครับ