สุชาติ แจงผลตรวจสอบงบ กสทช. ชี้รายงานทุนหมุนเวียนขาดความชัดเจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

สุชาติ ตันเจริญ แจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินและเสนอรายงานการดำเนินงานทุนหมุนเวียนปี 2562 ที่ปรับปรุงแล้วต่อที่ประชุม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในการรายงานข้อมูลกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะกองทุนหมุนเวียนที่มีสินทรัพย์สูงถึง 4 ล้านล้านบาท รวมถึงการประเมินผลที่ยังไม่สะท้อนประโยชน์จริงแก่เกษตรกรจากผลงานวิจัย เช่น โครงการไตรโคเดอร์มา จึงเรียกร้องให้ปรับกรอบการประเมินให้ครอบคลุมผลกระทบต่อประชาชนและทบทวนบทบาทกองทุนวิทยาศาสตร์ให้สอดคล้องกับความต้องการปัจจุบัน ก่อนแจ้งรายชื่อผู้อภิปรายในลำดับถัดไป

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีชี้แจง เพิ่มเติมแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกยังสงสัยประเด็นไหนอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปี ๒๕๖๑ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแล้วนะครับ ขอบคุณผู้ชี้แจงจากสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินครับ ขอบคุณครับ

ต่อไปเป็นเรื่องเพื่อทราบ ในวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒

เรื่องนี้เมื่อ คราวประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม เราได้รับการเสนอเพื่อทราบในเรื่องนี้ แล้วก็มี มติของที่ประชุมบอกว่าการรายงานผลยังไม่มีความสมบูรณ์ให้นำกลับไปปรับปรุงใหม่ บัดนี้ ทางสำนักงานของกองทุนก็ได้เสนอคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม แล้วก็ได้ส่งมาให้สภาได้รับทราบอีกทีหนึ่งตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารทุน หมุนเวียน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งท่านมีรายละเอียดได้แจกให้ท่านได้อ่านดูแล้วนะครับ มีสมาชิกต้องการจะอภิปรายอยู่หลายท่าน ดังนั้นขอเชิญผู้แทนหน่วยงานที่จะมาชี้แจง มีท่านภัทรพร วรทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง ท่านมัลลิกา อัพภาสกิจ ผู้อำนวยการกองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ ท่านนริศรา ขูขุนทด นักบัญชีชำนาญการพิเศษ ท่านสุวิดา สินธุประภา นักวิชาการคลัง ชำนาญการพิเศษ ท่านอนุชา บุญเกษม นักบัญชีชำนาญการ ท่านจิราภรณ์ ด่านไทยวัฒนา นักบัญชีชำนาญการ และท่านปรีชญา นาคแกม นักวิชาการคลังชำนาญการครับ เข้ามาครบ แล้วนะครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)

จะมีอะไร ชี้แจงเพิ่มเติมจากรายงานไหมครับที่เสนอสภา ถ้าไม่มี ผมจะเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย ซักถามนะครับ ท่านผู้มาชี้แจงไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านสมาชิกที่จะ อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านยังเดินมาไม่ถึงนะครับ ท่านต่อไปท่านศาสตราจารย์กนก เชิญครับ ผมเห็นความพยายามของกรมบัญชีกลางนะครับ ที่พยายามจะนำเรียกว่าสิ่งต่าง ๆ นี่เข้ามา รวมกัน ผมคิดว่าการรวมอันนี้มันไม่มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจ แล้วก็โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งต่อการพัฒนากองทุนที่สภาแห่งนี้จะสามารถทำประโยชน์ให้ได้ และที่สำคัญก็คือกองทุนนี้ มีสินทรัพย์ถึงประมาณ ๔ ล้านล้านบาทนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดซึ่งมากกว่างบประมาณด้วย ซ ้าไปนะครับ ด้วยเหตุผลอันนี้เองผมจึงอยากขออนุญาตที่จะเรียนกับกรมบัญชีกลางว่า การรายงานในลักษณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลการ ดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนที่ท่านได้ทำไว้นั้นมีปัญหาจริง ๆ เพราะว่าท่านลงไม่ถึง รายละเอียดของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียง ๑ กองทุนเท่านั้น เพื่อให้ท่านเห็นภาพนะครับ นั่นก็คือกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า สวทช. ผมขออนุญาตชี้ประเด็น ๒ ประเด็นครับท่านประธาน

อันแรกก็คือ จากรายงานการประเมินนี้ในด้านที่ ๒ ก็คือการสนองประโยชน์ ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรมบัญชีกลางประเมินทั้งปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ได้เต็ม ๕.๐๐ นะครับ ได้คะแนนเต็มเลย แต่ผมขออนุญาตเรียนกับกรมบัญชีกลางนะครับว่า ในข้อเท็จจริงผลงาน ของ สวทช. ต่อผู้มีส่วนได้เสียนั้นไม่ได้คะแนนเต็มครับ ยกตัวอย่าง สวทช. ทำโครงการผลิต สารชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร หรือที่เราเรียกว่า ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) สวทช. ทำได้สำเร็จนะครับ พยายามที่จะผลิตสารชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ที่บริสุทธิ์ได้ แต่ปรากฏว่ามันก็เป็นความสำเร็จของ สวทช. นะครับ แต่ไม่สามารถที่จะส่งไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) นี้ให้ไปถึงเกษตรกรได้นะครับ แล้วก็เกษตรกรที่ได้รับอยู่บ้างก็ไม่สามารถ ที่จะนำไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ไปขยายผลและทำให้เกิดผลผลิตทางด้านการป้องกัน ของการทำเกษตรอินทรีย์ได้ ตรงนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า ถ้าเราดูความสำเร็จว่า สวทช. ทำสารไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ที่มีคุณภาพสูงอันนี้สำเร็จครับ แต่ความสำเร็จ อันนั้นไม่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่มีประโยชน์กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สกลนคร ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ที่กาฬสินธุ์ ที่หนองคาย ที่กระบี่ ที่จันทบุรี แม้กระทั่งที่สมุทรปราการก็ไม่เป็นประโยชน์ครับท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นคำถาม ที่ในรายงานนี้ไม่มีปรากฏเลย เพราะท่านลงไม่ถึงจริง ๆ นั่นก็หมายความว่ากลุ่มเกษตรกร ที่รับหัวเชื้อไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) จาก สวทช. ไปนั้น พอไปถึงมือเกษตรกรมันไม่มี มาตรฐานแล้วครับ มันเจือปนอะไรกันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นคำว่าตอบสนองต่อประโยชน์ ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย คำถามคือใครครับ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียคนนี้คือใครครับ ถ้าท่าน บอกว่านักวิจัย สวทช. อันนั้นใช่ครับ แต่ถ้าถามว่าเกษตรกรที่อำเภอวานรนิวาส ไม่ใช่นะครับ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่าผู้มีส่วนได้เสียนี้จึงไม่ใช่เฉพาะ ผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรงที่อยู่ในโครงการของ สวทช. แต่จะต้องเป็นประชาชนหรือเกษตรกร โดยทั่วไปที่จะได้ประโยชน์จากผลงานวิจัยอันนี้ของ สวทช. สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้น แล้วก็ ไม่ได้ขยายผลนะครับ นั่นก็หมายความว่ากรอบหลักเกณฑ์ของการประเมินที่กรมบัญชีกลาง ใช้นั้นไม่ได้ตอบโจทย์ความเป็นจริงของกองทุนหมุนเวียนอันนี้ กรมบัญชีกลางควร ที่จะปรับเกณฑ์อันใหม่ทำให้ชัดนะครับ อย่างเช่น ผู้ที่มีส่วนได้เสียแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ๑. ผู้ที่ได้รับประโยชน์ตรงหรือเรียกว่าเอาต์พุต (Output) เป็นการประเมินเอาต์พุต (Output) ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลสำเร็จสุดท้ายที่เรียกว่าเอาต์คัม (Outcome) ท่านก็ ต้องระบุชัดว่าเอาต์คัม (Outcome) ท่านได้อะไรครับ เอาต์พุต (Output) นี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมพอเข้าใจได้ เพราะว่าโครงการมันก็ต้องวัดผลกันตรงไปตรงมาตามที่ทำ แต่ผลที่จะเกิดขึ้น กับประชาชนไม่ได้ครับท่านประธานครับ ตรงนี้เองกรณีตัวอย่างของกองทุน สวทช. นี้ เป็นตัวอย่างปัญหาของการทำรายงานฉบับนี้ครับท่านประธานครับ มันเป็นปัญหาของระบบ งบประมาณ เป็นปัญหาของระบบการปฏิบัติราชการ และที่สำคัญคือเป็นปัญหาของระบบ การประเมินผล ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้ยกตัวอย่าง กสทช. ของ สตง. ไปเมื่อสักครู่นี้เองครับ ท่านประธานว่า เราไม่ได้วัดที่ผลสำเร็จ เราวัดว่าทำงานเสร็จหรือเปล่า แล้วเราก็บอกว่าเสร็จแล้ว ผ่านแล้วครับ แล้ววันนี้งานทั้งหมดในกองทุนของท่าน ๑๑๕ กองทุนนั้นเสร็จหมดครับ แต่ไม่สำเร็จ และไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเท่าไรเลย ทั้ง ๆ ที่มีสินทรัพย์ถึง ๔.๔ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธาน ประเด็นที่สำคัญก็คือว่ากองทุนที่ตั้งขึ้นมานั้นเราตั้งมาในอดีตนะครับ แต่ปัจจุบันเหตุผลต่าง ๆ เปลี่ยนไปหมดแล้วครับผมยกตัวอย่างเดิมนะครับ กองทุนเพื่อพัฒนา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือ สวทช. นั้น เราตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ครับ ขออนุญาตเวลา ท่านประธานนิดเดียวนะครับ วัตถุประสงค์ข้อ ๓ บอกว่าดำเนินการวิจัย พัฒนา และดำเนินการ ด้านวิศวกรรม และสนับสนุนการวิจัยพัฒนาด้านวิศวกรรมทางของภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมด้านนี้ระหว่างภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนนานาชาติ เพื่อพัฒนาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ในปี ๒๕๓๔ ใช่ครับ แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วครับวันนี้เราไปไกลกว่านั้นเยอะมาก และไม่ใช่เฉพาะด้าน วิศวกรรมเท่านั้นนะครับ และยิ่งไปกว่านั้นวิศวกรรมของเราวันนี้ก็ไปไกลกว่านั้นอีกแล้วครับ มันไม่ใช่เพื่อประโยชน์เฉพาะสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนแล้ว เราต้องการเพื่อเกษตรกรครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้กรมบัญชีกลางได้เห็นเลยครับ ในภาคการเกษตรครับ เราต้องการเครื่องมือทางด้านการเกษตร เช่น เครื่องตรวจความสุกของทุเรียน เครื่องตัดกล้วย เครื่องตัดลองกอง เครื่องวัดความเป็นกรดเป็นด่างราคาถูกที่ให้ชาวสวนปาล์มเอาไปใช้นะครับ จนกระทั่งถึงเครื่องวัดความชื้นและสารอาหารที่อยู่ในดิน เซนเซอร์ (Sensor) เหล่านี้ สวทช. ไม่ได้ทำเลยนะครับ สวทช. ไม่ได้ตอบโจทย์อันนี้เลย นี่คือปัญหาครับ เพราะฉะนั้น กรมบัญชีกลางจะต้องตั้งโจทย์อันนี้ว่าบริบทของเราเปลี่ยนไปแล้วกองทุนที่ตั้งขึ้นมานี้ ควรจะยุบได้แล้ว ถ้าไม่ควรจะยุบก็ควรจะต้องเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใหม่แล้ว ๒ ตัวอย่าง ดังกล่าวนี้บอกชัดเจนนะครับว่ากรมบัญชีกลางไม่ควรที่จะรายงานจากรายงานที่กองทุนเหล่านั้น ส่งมาให้ และท่านก็รวบรวมเป็นอีดิเตอร์ (Editor) แต่ท่านทำหน้าที่เพื่อจะบอกกับสภาว่า เราควรจะคิดถึงประโยชน์ของการใช้กองทุนอย่างไร ท่านต้องตระหนักนะครับว่า ๔.๔ ล้านล้านบาท ที่เป็นสินทรัพย์นี้มันเป็นเงินมหาศาลที่สามารถจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติของเราได้ ขอความกรุณาเถอะครับ กรมบัญชีกลาง กรุณาฟังเสียงสะท้อนนี้ให้ได้ยินและเข้าไปในใจ ของท่าน และรู้ว่าคนยากคนจนเขาต้องการกองทุนที่ไม่ได้เป็นใน ๑๑๕ นี้อีกเยอะมาก ท่านกรุณาให้ความเห็นนี้กับรัฐบาล แล้วก็ยุบกองทุนหลาย ๆ กองทุนที่อยู่นี้ แล้วก็ทำใหม่เถอะครับ ท่านประธานขอบพระคุณครับ

มีผู้จะอภิปราย หลายท่านนะครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านผ่องศรี แซ่จึง ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ