เกล็ดนที มโนสันต์ ชี้แจงภาพรวมรายงานการตรวจสอบของสำนักงาน กสทช. ปี 2561 ที่มีข้อสังเกตเรื่องการใช้จ่ายเงินไม่สอดคล้องแผนและการปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเสนอให้ สตง. เปลี่ยนบทบาทมาเน้นตรวจสอบประสิทธิภาพมากกว่าการตรวจสอบงบการเงินเพียงอย่างเดียว และให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบงบการเงินในอนาคต รวมถึงชี้แจงประเด็นเบี้ยประชุม กสทช. ความล่าช้าในการส่งรายงาน และกรณีโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุแห่งชาติที่ไม่รวมในรายงานเนื่องจากเป็นโครงการร่วมที่เริ่มภายหลังและได้รับงบจากแหล่งอื่น
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน เกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายจากทางท่านผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินให้มานำเรียนในเรื่องของการเสนอรายงานของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๑ นะคะ ในประเด็นคำถามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาให้ข้อสังเกต ให้ข้อแนะนำ นะคะ แล้วก็มีประเด็นคำถาม ดิฉันขออนุญาตที่จะนำเรียนในภาพรวมนะคะ
ในเรื่องแรกนะคะ ก็จะเป็นเรื่องของผลการตรวจสอบที่นำเรียนในที่ประชุม ครั้งนี้นะคะ ก็จะเป็นรายงานผลการตรวจสอบของปี ๒๕๖๑ ซึ่งในรายงานนี้ก็จะมีการแจ้ง ข้อสังเกตที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติในเรื่องของการปฏิบัติผิดกฎหมาย แล้วก็เรื่องของ การที่ใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้นะคะ ด้วยความที่สำนักงาน กสทช. เป็นองค์กรที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นนะคะ แล้วในกฎหมายกำหนดให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี โดยทำหน้าที่ในการตรวจสอบงบการเงิน แล้วก็ ตรวจสอบรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะคะ ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับบทบาท ภาระหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเองแล้ว ก็อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านได้กล่าวถึงนะคะว่าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรามีหน้าที่ในเรื่อง ของการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกฎหมายฉบับ ปัจจุบันที่เราใช้กันอยู่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ กำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน แผ่นดิน แล้วต้องเกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพนะคะ ในขณะเดียวกันกฎหมายก็กำหนด ว่า สตง. ยังคงต้องตรวจสอบงบการเงินของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอย่างที่ท่านได้รับทราบค่ะ ว่าเรามีหน่วยงานของรัฐในประเทศไทย ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ภายในระยะเวลาเพียง ๑๘๐ วัน นั่นหมายถึงว่าถ้างบการเงินของหน่วยงานของรัฐนี้สิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ นะคะ เราก็ต้องตรวจให้เสร็จในปีถัดไปประมาณเดือนมีนาคมนะคะ ซึ่งสรรพกำลังของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็มีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ คนนะคะ กับ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ซึ่งจะต้อง ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ของแต่ละหน่วยที่ถูกกำกับไว้นะคะ ในขณะเดียวกันก็ต้องตรวจให้เป็นไปตามมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน ทั้งนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและมาตรฐาน หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการ ตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งก็ถือว่าเป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะหนักพอสมควรนะคะสำหรับ สตง. เพราะฉะนั้นก็ต้องขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ ที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนำในเรื่องของการที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎหมายการให้ ความสำคัญกับในเรื่องของการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิภาพมากกว่าในส่วนของการ ตรวจเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนี้ค่ะ ก็เริ่มมีนโยบายในเรื่องของการที่จะให้ความสำคัญ ในการถ่ายโอนภารกิจในเรื่องของการตรวจสอบงบการเงินนี้ไปให้ทางภาคเอกชนได้เข้ามา ตรวจสอบมากยิ่งขึ้นนะคะ เรากำลังมีโครงการที่เราจะผลิตผู้สอบบัญชีภาครัฐขึ้นมาเพื่อทำ หน้าที่ตรงนั้นแทนบุคลากร แล้ว สตง. ก็จะทำหน้าที่ในเรื่องของการตรวจสอบเกี่ยวกับ ผลสัมฤทธิ์ประสิทธิภาพ แล้วก็ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายให้มากยิ่งขึ้นนะคะ จากรายงานการประเมินการใช้จ่ายทรัพย์สินของ กสทช. ก็จะเห็นว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่เราให้ ข้อสังเกต ทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วก็การใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนงบประมาณที่กำหนดไว้นะคะ ในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของกฎหมายในส่วนของ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมา เมื่อปี ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการออกรายงานฉบับนี้พอดีก็จะสังเกตเห็นว่าในรายงาน เราจะพูดถึงเรื่องของการปฏิบัติที่ยังติดยึดกับรูปแบบของการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม ซึ่งในกรณีพวกนี้เราก็ให้ข้อสังเกตกับทางสำนักงาน กสทช. ไปเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีการ ดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสเป็นธรรม แล้วก็ไม่เอื้อประโยชน์กับบุคคลใด บุคคลหนึ่ง เพราะฉะนั้นในรายงานที่ปรากฏก็จะเห็นว่าบางส่วนเนื่องจากว่าไม่ได้เป็น การชี้ชัดว่ามีการกระทำผิดในลักษณะของการผิดกฎหมายหรือการทุจริต เพียงแต่ว่ารายการ ที่เกิดขึ้นบางรายการเป็นรายการที่มีตัวเลขจำนวนมากที่จะตั้งเป็นข้อสังเกตได้ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ได้ลงความเห็นที่ชัดเจนลงไปว่าเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายหรือทุจริต ในส่วนของ รายงานในประเด็นของงบการเงิน ในหมายเหตุประกอบงบการเงินเกี่ยวกับเรื่องของค่าปรับ ทางปกครอง ในส่วนนี้เนื่องจากว่าเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุดอยู่ในกระบวนการของการพิจารณา ของศาลปกครอง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเราใช้มาตรฐานการสอบบัญชี ในการปฏิบัติงาน และหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ในทุก ๆ ปีเราจะต้องยืนยันกับทางสำนักงาน กสทช. ว่าในเรื่องของคดีความต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะมีผลเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าแนวโน้มของคดีความอนุมานได้ว่าอาจจะยังไม่มีมูลค่า ของจำนวนเงินที่ชัดเจนที่จะต้องจ่ายเพื่อในกรณีที่มีการแพ้คดีก็จะยังไม่ได้มีการบันทึก รายการทางบัญชีนั้นก็จะเปิดเป็นหมายเหตุประกอบงบการเงินเอาไว้เพียงเท่านั้น
ถัดไปในเรื่องของเบี้ยประชุมกรรมการ เนื่องจากว่าทาง กสทช. มีการออก ระเบียบของตัวเองเกี่ยวกับกรรมการ เพราะฉะนั้นในการตรวจสอบของเรา ประเด็นที่ ๑ คือ เราตรวจการปฏิบัติตามระเบียบว่าเขามีการเบิกจ่ายถูกต้องเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ๒. ค่าเบี้ยประชุมนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับการปฏิบัติขององค์กรอิสระอื่น ๆ หรือองค์กรในลักษณะเดียวกันกับ กสทช. หรือไม่ ก็ดูความสมเหตุสมผลในเรื่องของการ กำหนดค่าเบี้ยประชุมนั้นด้วยนะคะ
ประเด็นถัดไป เรื่องของโครงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุแห่งชาติ กรณีนี้จะไม่ อยู่ในรายงานของสำนักงาน กสทช. ในปีนี้ เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือ ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๖๔ แล้วก็เป็นโครงการสนับสนุนระหว่างในส่วนของกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ก็ไม่ได้อยู่ในงบนี้
ถัดไปก็คือเรื่องของการนำเสนอรายงานล่าช้า อันนี้ก็ต้องกราบขอประทานอภัย ทางท่านสมาชิกด้วยนะคะ เนื่องจากว่าจริง ๆ แล้วรายงานที่เราดำเนินการแล้วเสร็จ ก็คือล่าสุดเป็นรายงานงบการเงินของปี ๒๕๖๓ แล้วเรากำลังตรวจงบการเงิน ของปี ๒๕๖๔ อยู่ ส่วนรายงานของปี ๒๕๖๒ เราตรวจสอบเสร็จแล้ว แล้วก็นำส่ง ให้ทางสภาแล้ว ทางวุฒิสภารับไปแล้วนะคะ ของสภาผู้แทนเดี๋ยววันพรุ่งนี้ทางสภาก็จะรับ รายงานนี้ ดำเนินการเสร็จแล้วค่ะ รอท่านตอบรับว่าท่านจะรับหรือไม่รับเท่านั้นเอง
ในส่วนของปี ๒๕๖๓ เราก็จะเร่งดำเนินการกระบวนการของการจัดทำ รายงานให้เสร็จโดยเร็ว ในปีนี้จะเร่งนำรายงานปี ๒๕๖๓ มาเสนอท่านต่อเนื่องกับปี ๒๕๖๒ แล้วก็ลำดับถัดไปปีถัดไปก็จะเป็นรายงานของปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นรายงาน ที่ทันเวลาแล้ว ก็ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ รายงานการเงินและรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช. กราบขอบพระคุณค่ะ