พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการประเมินผลการดำเนินงานของ กสทช. โดยเสนอให้ขยายขอบเขตการตรวจสอบBeyondตัวเลขการเงิน ไปสู่การวิเคราะห์ผลกระทบเชิงนโยบาย เทคโนโลยีดิจิทัล และการเข้าถึงบริการของประชาชน เพื่อให้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายอย่างแท้จริง พร้อมท้วงติงความล่าช้าในการนำเสนอผลการตรวจสอบงบประมาณที่ยังใช้ข้อมูลเก่าและเรียกร้องให้มีความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านกระบวนการประกวดราคาอย่างเปิดเผย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณทาง สตง. ที่ได้รับเป็นเจ้าภาพในการมาชี้แจงในคราวนี้ ที่จริงในการที่จะมาชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างในกรณีของเรานะครับในสภาผู้แทนราษฎร คนที่ควรจะมาชี้แจง ผมยังอยากจะให้เป็นคณะกรรมการของ กสทช. มากกว่าที่จะเป็นตัว สตง. เอง เพราะว่าจริง ๆ งบการเงินเป็นเรื่องของหน่วยงานนะครับ แล้ว สตง. ก็ได้รับหน้าที่ มาเป็นผู้ประเมินตามมาตรา ๖๙ ก็จริง แต่จริง ๆ แล้วงานเป็นของคณะกรรมการทั้ง ๗ ท่าน ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ อย่างที่สมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายไปหลายท่าน ส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องของการทำงานที่เราอยากจะได้มีการเสนอแนะให้เกิดการปรับปรุง เพราะฉะนั้น ในครั้งต่อไปอยากจะเรียนว่าขอให้มีกรรมการของ กสทช. มานั่งประชุมกับพวกเรามากกว่านะครับ ในเรื่องของการทำหน้าที่ของ สตง. ตามมาตรา ๖๙ ผมก็ยอมรับนะครับว่าท่านก็คงจะเป็น นักบัญชี แล้วก็ตรวจเงินต่าง ๆ ตรวจการใช้ตามตัวหนังสือนะครับ แต่ผมคิดว่าผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อปี ๒๕๕๓ เกี่ยวกับเรื่องของการให้ กสทช. มีการ วิเคราะห์ประสิทธิผล ผมคิดว่าเขามองมากไปกว่านั้นนะครับ ผมคิดว่าเขาคงจะอยากให้เรา ช่วยดูสิว่าเราอุตส่าห์ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา หน่วยงานนี้ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศอย่างไร บ้าง ในเรื่องของการเสริมสร้างให้มีเทคโนโลยี ทางด้านสื่อสารทาง ด้านดิจิทัล (Digital) เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดูแลตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเป็น ธรรมให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงนี่ก็ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็คือดูแลให้ประชาชน ผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะในที่ห่างไกลได้มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้แล้วก็อยากจะให้ มีการไปประเมินว่าได้มีการทำอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นที่ผมอยากเห็น อยากเห็น รายงานฉบับนี้พูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล ทางด้านสื่อสารว่าประเทศไทยของเรา ทุกวันนี้มีความก้าวหน้าหรือมีความล้าหลังตรงไหนบ้าง อย่างไรบ้าง อยากจะให้มี การประเมินครับว่าสิ่งที่ กสทช. ทำไปแล้วประชาชนได้เกิดประโยชน์อย่างไรโดยตรงนะครับ มีสักกี่หมู่บ้าน กี่ครัวเรือน ประชาชนกี่คนที่มีโอกาสได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เข้าถึงโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโรงเรียนและปรากฏว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ได้ตราขึ้นมา ๑๐ ปีเศษแล้ว เราก็เกิดปัญหาเรื่องของโควิด (COVID) ทำให้ต้องมีการทำงานที่บ้านหรือเวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home) มีความจำเป็นที่ต้องใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล หรือสื่อสารให้มากขึ้นก็อยากเห็นมีรายงานแบบนี้ ถ้าท่านยังอยากที่จะดู เปรียบเทียบเป็นตัวอย่าง อยากจะให้ท่านไปดูตัวอย่างรายงานของ สสส. ว่า สสส. เขาพูดถึง เรื่องของการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนอย่างไร ดูแลเรื่องของการกินการรับประทาน การใช้ชีวิตให้สุขภาพดีอย่างไร อันนั้นคือการทำรายงานที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นไปตาม เป้าหมายของกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ตำหนิท่านนะครับ แต่ผมคิดว่าสโคป (Scope) ของงานมันไม่ใช่จำกัดแต่เฉพาะไปตรวจดูตัวเลขว่าทรัพย์สินมีเท่าไร มีการประมูลอย่างไรเท่านั้น อันนั้นก็เป็นเรื่องของการตรวจสอบธรรมดา แต่การที่จะทำตามมาตรา ๖๙ นี้นะครับ ท่านควรจะต้องให้พวกเราในสภาแห่งนี้ก็ดีหรือว่าประชาชนทั้งประเทศก็ดีได้เข้าใจครับว่า เทคโนโลยีสื่อสารหรือเรื่องของโทรคมนาคมต่าง ๆ ที่ท่านรับผิดชอบ ณ เวลานี้ประเทศไทย อยู่ในอันดับใดของโลก เราจะต้องทำอย่างไรที่จะให้เราเป็นประเทศที่มีความทันสมัย ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สิ่งนี้ เพราะผมเชื่อว่าเทคโนโลยีสื่อสารจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด ความสามารถในการแข่งขัน ก่อให้เกิดความสามารถในการมีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดี ของประชาชนอย่างถ้วนหน้า ถ้าเกิดเราได้มีการกระจายเทคโนโลยีนี้ได้อย่างทั่วถึง ไม่ไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้นนะครับ อันนั้นคือประเด็นหลักที่อยากจะเห็น ท่านนำไปปรับปรุงนะครับ
สำหรับในเรื่องของการทำงานของท่านนะครับ ผมก็อยากจะขอท้วงติงนิด หนึ่งนะครับว่า เวลานี้เราอยู่ในปี ๒๕๖๔ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเป็นปี ๒๕๖๕ แต่สิ่งที่ท่านไป ตรวจสอบมาหรือไปประเมินผลมามันเป็นของเก่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จริง ๆ แล้วเมื่อปีที่แล้ว สภาแห่งนี้ก็ได้ดูงบของปี ๒๕๖๒ ของ กสทช. ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ท้วงติงว่า งบปี ๒๕๖๒ ทำไมจึงยังไม่ได้รับการรับรองแล้วนำมาเสนอสภา กสทช. ก็นำมาเสนอ และให้เหตุผลว่าเงื่อนเวลาไม่ตรงกัน ผมก็แปลกใจมากครับว่าทำไมเอกสารที่ท่านนำเสนอ ครั้งนี้จึงเป็นแค่ของปี ๒๕๖๑ และเมื่อไปตรวจดูเวลาที่ท่านไปทำงาน ท่านทำงานตรวจสอบ เมื่อปี ๒๕๖๓ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จนถึง ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ แล้วก็ค่อยมานำเสนอเรา นะครับ ใช้เวลาเกือบปีกว่าจะมาถึง ผมอยากจะให้เวลานี้สั้นลงนะครับ ผมเชื่อว่า ณ เวลานี้ เราอยู่ในช่วงธันวาคม ๒๕๖๔ ท่านคงกำลังตรวจงบของปี ๒๕๖๒ และปีข้างหน้า ถึงจะเอามาให้เราดูอีกทีหนึ่ง ผมคิดว่าอันนี้มันช้าไปครับ อย่างน้อยงบที่เข้าสภาควรจะต้องปีต่อปี ไม่ใช่เว้นห่างไปตั้ง ๓ ปีนะครับ ก็อยากจะ ขออนุญาตท้วงติงตรงส่วนนี้ไว้
แล้วก็ในประการสุดท้ายก็คือ ในการตรวจของท่านในรายงานที่ท่านนำเสนอ หน้า ๓๔ ก็อยากจะท้วงติงผู้บริหารของ กสทช. ว่าเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างท่านยังคงใช้ วิธีการแบบตกลงราคา หรือเฉพาะเจาะจงเป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ ๖๓ เป็นวิธี แบบนี้ วิธีการแบบสอบราคา หรือวิธีการแบบประกวดราคาทั่วไป มีไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้แสดงถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เครื่องไม้เครื่องมือที่มีมูลค่ามหาศาลก็ขอให้ ท่านได้สื่อไปยังผู้บริหารของ กสทช. ว่าองค์กรควรจะมีความโปร่งใส แล้วก็จัดการ จัดซื้อจัดหาต่าง ๆ ซึ่งใช้เงินเป็นหลักร้อยล้าน พันล้านโดยวิธีการที่ประกวดราคา เป็นการทั่วไปน่าจะถูกต้องมากกว่าครับ ขอบพระคุณมากครับ