อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ชี้ประเด็นความผิดปกติในการใช้งบประมาณของ กสทช. จากผลตรวจสอบของ สตง. ทั้งในส่วนเบี้ยประชุม งบเดินทางต่างประเทศ และงบประชาสัมพันธ์ที่ไร้ประสิทธิภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการทุจริตเบิกจ่าย ความไม่โปร่งใส และการมีทหารและอดีตนายพลจำนวนมากในคณะกรรมการ กสทช. จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เปิดเผยรายงานต่อสาธารณะ และผลักดันให้ กสทช. เคารพเสรีภาพสื่อ ส่งเสริมการถกเถียงสาธารณะอย่างเป็นธรรม และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้พบกับตัวแทนของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินที่เข้ามาชี้แจงในวันนี้ ดิฉันอ่านรายงาน ๒ ฉบับนี้ทั้งเล่มสีฟ้า แล้วก็เล่ม สีชมพู ด้วยความรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากนะคะว่าสามารถจัดทำรายงานได้อย่างละเอียด แล้วก็มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมาก โดยเฉพาะเล่มสีชมพูนี้ จริง ๆ แล้ว ดิฉันไม่อยากให้เรารับทราบกันเฉพาะในสภาเท่านี้ มีคำว่า ลับ อยู่ แล้วก็ไม่เปิดเผยต่อ สาธารณชน จริง ๆ แล้วประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรก็ควรจะได้รับทราบผลการ ดำเนินงานของ กสทช. ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วยค่ะ จากรายงาน ๒ เล่มนี้ทำให้ดิฉันได้ทราบว่า ในการทำงานของ กสทช. มีความผิดปกติของเบี้ยประชุมถึง ๕๐ ล้านบาท มีงบเดินทางไป ต่างประเทศที่มหาศาล แล้วก็ปีที่ไม่ใช่โควิด (COVID) คณะกรรมการบอร์ด (Board) ของ กสทช. เดินทางไป ต่างประเทศถึงมากกว่า ๑๒๐ วัน ใน ๓๖๕ วันต่อปี ก็ไม่ทราบว่าจะสามารถทำงานได้มี ประสิทธิภาพได้อย่างไรนะคะ ดิฉันได้ทราบถึงความผิดปกติในการใช้งบในการ ประชาสัมพันธ์ที่ สตง. ได้ระบุเอาไว้ในรายงานเล่มสีชมพูว่า มีความผิดปกติของการใช้ งบประชาสัมพันธ์ ๓๔.๖ ล้านบาท ที่บอกว่าไม่มีประสิทธิภาพและไม่ได้ผลคุ้มค่าค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง ดิฉันได้เห็นการทุจริตการเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยใบเสร็จ ปลอมถึง ๕ ล้านกว่าบาทในปีก่อน แล้วก็ได้ทราบว่ามีการลงโทษไปแล้ว ซึ่งอันนี้ก็ขอยก เครดิตให้กับ สตง. ที่ตรวจเจอ ดิฉันได้พบว่าเครือข่ายเน็ต (Net) ประชารัฐของปี ๒๕๖๑ จำนวน ๓๐ ล้านบาท โครงการเน็ต (Net) ประชารัฐ ๓๐ ล้านบาท มีความล่าช้ามากไปถึง ๑ ปีด้วย ดิฉันก็ได้ทราบจากรายงานฉบับนี้เช่นกันนะคะ รวมทั้งหลายปีที่ผ่านมาซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ๕ ปีที่ผ่านมางบประมาณของ กสทช. ก็ประมาณ ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท มีการเบิกไม่เต็ม เบิกจ่ายงบเพียง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าเป็นการเบิกจ่าย งบประมาณ ตั้งงบประมาณไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เบิกจ่ายได้สำเร็จแค่ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา น้อยที่สุดก็คือเบิกจ่ายได้เพียง ๕๒.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นับว่าเบิกจ่ายได้ต ่าสุดในรอบ ๕ ปี ทั้งหมดนี้สะท้อนอะไรคะ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการทำงานของ กสทช. ยังไม่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ยังมีความบกพร่อง มีรูรั่วอีกมากมายที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงและแก้ไข ท่านประธานคะ ผู้ใดครองสื่อ ผู้นั้นครองโลก ดิฉันคิดว่าคำกล่าวนี้เป็นความจริงอย่างที่สุดนี้ในยุค ๕ จี (5G) นี้ ยุคที่กิจการ การสื่อสารโทรคมนาคมมีความสำคัญระดับโลก ยุค ๕ จี (5G) ที่คนสามารถจะใช้คลื่นไปทำ ทุกอย่างในธุรกิจได้ ส่งผลให้กรมไปรษณีย์โทรเลขเดิมซึ่งปัจจุบันได้แปรสภาพมาเป็น กสทช. เป็นองค์กรที่มีผลประโยชน์ มีเครือข่ายมหาศาล เนื่องจากเป็นผู้จัดสรรคลื่นความถี่ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม ทั้งหมดอยู่ในมือของ กสทช. ๗ ท่านนี้ เรียกว่า เป็นอรหันต์ เพราะฉะนั้นหน้าที่หลักในการจัดสรรคลื่นความถี่นี้กับผลประโยชน์มหาศาล ดิฉันยังสนใจ น้อยกว่าหน้าที่รอง ซึ่งจริง ๆ แล้วประชาชนจะรับทราบไหมคะว่าจริง ๆ หน้าที่ที่สำคัญ ไม่แพ้ไปกว่าหน้าที่หลักคือการจัดสรรคลื่นความถี่ กสทช. จะต้องรักษาผลประโยชน์ในด้าน สิทธิเสรีภาพในการรู้ข้อมูลข่าวสารให้รอบด้านของประชาชน มีหน้าที่พิทักษ์และคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนเรื่องการสื่อสารด้วย ท่านประธานคะ เนื่องจากเป็นองค์กร ขนาดใหญ่ ผลประโยชน์มหาศาลก็จึงเป็นที่ที่ผู้มีอำนาจของเราจะส่งคนของตัวเองมานั่งเป็น บอร์ด (Board) เราจะเห็นว่าบอร์ด (Board) ตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดปัจจุบัน มีแต่ นายพล พลเอก พลโททั้งนั้นนะคะ เป็นสัดส่วนที่เป็นสาระสำคัญอยู่ในบอร์ด (Board) กสทช. ทุกชุด จนกระทั่งถึงทุกชุดปัจจุบัน ดิฉันก็ไม่ทราบว่าถ้าหากกองทัพก้าวก่ายแทรกแซงไม่ว่าจะเป็น บอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ หรือบอร์ด (Board) ทุกอย่าง รวมทั้ง กสทช. แบบนี้ เราจะมี มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลาย ๆ คณะไปทำไมคะ มีกองทัพอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วค่ะ อาชีพโบราณอย่างกองทัพนะคะ ทำไมถึงไม่ปล่อยวางแล้วก็ไปแทรกซึมอยู่ทุกองคาพยพ ดิฉันอยากให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเวลาที่ไปตรวจในงบขององค์กรอิสระ ในงบอะไร ช่วยสังเกตดูด้วยค่ะว่าบอร์ด (Board) ของทุกที่นั้นเป็นสัดส่วนของนายพลสักกี่เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งมีข้อครหาว่าบอร์ด (Board) ของ กสทช. เป็นที่รวมของตำรวจ ทหาร แล้วก็ นายพลที่เกษียณอายุ ท่านประธานคะทำอย่างกับว่าบ้านเมืองเรานี้จะเป็นอยุธยาที่สิ้น คนดีแล้ว ถึงจะต้องใช้อาชีพโบราณอย่างทหารเข้าไปแทรกซึมทุกองคาพยพทุกบอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ และรวมทั้ง กสทช. ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นด้วยค่ะ จริงอยู่นะคะบางครั้ง นายพล แม่ทัพนายกองก็อาจจะมีความรู้ด้านการสื่อสารบ้างดิฉันไม่เถียง แต่กรอบความคิด ของข้าราชการประจำตลอดชีวิตดิฉันว่ามันไม่ได้สร้างสรรค์ เรายังมีคนที่มีความรู้ ความสามารถในด้านอื่น ๆ ที่จะมาทะลายกำแพงทะลุกรอบ มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำพา กสทช. ให้สามารถเป็นจุดนำการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากกว่านี้ค่ะ เรื่องที่น่าตกใจนะคะท่านประธาน บอร์ด (Board) ของ กสทช. มีเงินเดือนมากกว่า ท่านประธานค่ะ ท่านประธานฟังอยู่หรือเปล่าคะ โดยเฉพาะประธานบอร์ด (Board) เงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะคะ มากกว่าท่านประธาน มากกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มากกว่าตุลาการศาลทั้งสิ้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทค่ะ แล้วก็ กสทช. ที่เป็นคณะกรรมการปกติก็เงินเดือน ๒๖๙,๐๐๐ บาท ไม่รวมค่าตอบแทนอื่น ๆ นะคะ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ว่าจะค่ารับรองอีกเดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้าเกินจากนี้สามารถจะเบิกจ่ายได้ตามจริง สามารถตั้งคณะอนุกรรมการ สามารถตั้ง ที่ปรึกษาส่วนตัว เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ บาท ดิฉันได้ไปรวบรวมค่าใช้จ่าย จากภาษีที่จะต้องจ่ายให้กับคณะกรรมการ กสทช. ชุดหนึ่งที่มี ๗ คนนี่นะคะ ต่อคนต่อเดือน เดือนหนึ่งข้อเฉลี่ยก็คือ เดือนหนึ่งไม่ต ่ากว่า ๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนค่ะ ท่านประธานคะ มีอีกหลายอย่างที่ดิฉันอยากจะฝากไปถึง กสทช. ไม่ว่าจะเป็นเบลอ (Blur) ภาพร่องอก เบลอ (Blur) ภาพเหล้า บุหรี่ แล้วก็อาวุธต่าง ๆ ในละคร รวมไปถึงในการ์ตูนด้วยค่ะ แม้กระทั่งร่องอกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการ์ตูนก็ตามไปเบลอ (Blur) ภาพ อันนี้รองเลขาธิการ กสทช. ได้เคยบอกกับดิฉันเป็นการส่วนตัวว่า มีผู้ร้องเรียนเรื่องนี้มาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วในเมื่อมีการร้องเรียนจำนวนมากดิฉันฝาก สตง. ด้วยค่ะ ช่วยให้ข้อสังเกต เพราะว่าการเบลอ (Blur) ภาพอย่างนี้นะคะ ในสื่อละคร ในสื่อทีวีต่าง ๆ ทำให้เสียอรรถรส ในการดู เด็กเล็กก็มาถามพ่อแม่ว่านั่นเขาเบลอ (Blur) อะไร จากที่ไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรก นะคะ ก็ต้องมาถามพ่อแม่ว่านั่นคืออะไร กลับกลายยิ่งเป็นจุดสังเกตเข้าไปใหญ่ และที่ดิฉัน อยากขอให้ สตง. ให้ข้อสังเกตกับ กสทช. อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ก็คือเรื่องที่เรียกสื่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ๑๐ ข้อ หมายถึงการล้มล้าง ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ก็มีการเรียกสื่อมวลชนทุกแขนงไปขอความร่วมมือ ไปหารือใช้ข้ออ้างว่าหารือ ไม่กล้าออกมาเป็นคำสั่ง เพราะว่ากลัวมีความผิดจึงใช้วิธีสร้าง ความเบลอ (Blur) เบลอ (Blur) สร้างพื้นที่ที่คลุมเครือให้สื่อไปเซ็นเซอร์ (Sensor) ตัวเองนะคะ ไม่ยอมให้มีการถกเถียงกันทั้ง ๒ ฝ่ายออกทีวีว่าฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กับการปฏิรูปสถาบันหรือกับการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพสื่อ ท่านประธานคะ เสรีภาพสื่อก็คือเสรีภาพของประชาชนเช่นเดียวกันค่ะ เราควร จะให้มีพื้นที่ในการถกเถียงทางปัญญาได้เพื่อความงอกงามของประเทศ กสทช. จะต้องหยุด ทำงานรับใช้อำนาจรัฐ ตั้งแต่สมัย คสช. ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง กสทช. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ ปิดจอดำทีวีตลอดมานะคะ ปิดทีหนึ่ง ๑๕ วัน ปิดตลอดมาทำงานรับใช้ คสช. รับใช้เผด็จการ ตอนนี้แม้นว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็คือรัฐบาลทรราชย์สืบทอดอำนาจ กสทช. เป็นหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระ รับค่าตอบแทนมากมาย เป็นที่หวังนะคะ ดิฉันหวัง ว่าจะทำงานในมาตรฐานสากลค่ะ หยุดรับใช้ระบอบประยุทธ์ หยุดรับใช้ระบอบทรราชย์ แล้ว ก็หันมาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการรับข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านของพี่ น้องประชาชน การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านจะนำสังคมเราออกจากวังวนแห่งความไม่รู้ ทะลุกะลาออกไปได้นะคะ แล้วก็จะสร้างความเจริญงอกงามทางเศรษฐกิจในที่สุดหยุดปิดกั้น สื่อนะคะ หยุดปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน เป็นข้อเสนอที่ดิฉันขอให้ สตง. ได้ไปตักเตือน กสทช. ด้วย ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ สวัสดีค่ะ