สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ โดยมีคำถามเกี่ยวกับระบบศาลและความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหานี้

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเชิญชวนสมาชิกของเรา กฎหมาย ฉบับนี้มันเป็นประเด็นสาธารณะที่น่าสนใจมาก แล้วก็ขอบคุณท่านวิรัชที่ได้เสนอเข้ามา ท่านเป็นนักกฎหมายท่านก็มองมุมของกฎหมายที่มันเกิดปัญหา ผมศึกษาดูแล้ว เพราะว่า กฎหมายเข้าสภาและเป็นกฎหมายใหม่ ซึ่งผมยังไม่เคยลุกขึ้นมาพูดในเรื่องนี้เลย ท่านครับ กฎหมายฉบับนี้ ปี ๒๕๔๕ ที่ท่านจะแก้มาตรา ๔๐ เพิ่มเข้าไปเป็นมาตรา ๔๐/๑ นี้ มันมีทั้งหมด ๔๘ มาตราครับ แล้วท่านแก้หมวด ๖ หมวด ๖ คือหมวดว่าด้วยการคัดค้าน คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ในหมวดนี้มาตรา ๔๐ เขียนไว้อย่างละเอียดว่า เราไม่เห็นด้วยนี้ เราจะทำอย่างไรบ้าง มีมาตราเดียว แต่ว่ามี ๒ วงเล็บ แต่ละวงเล็บก็มีหลายอนุ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) อย่างนี้ มันทำให้เห็นภาพว่าที่เขียนมามันชัดว่าเขาระมัดระวังและเขาก็คิดว่ามันควรจะ คู่กับหมวดอะไร ก็ไปคู่กับหมวด ๗ ครับ หมวด ๗ นี้หมวดว่าด้วยการยอมรับและการร้องขอ ให้บังคับคดีว่าเป็นอย่างไร ฉันชี้ขาดว่าฉันถูกแล้ว ถ้าฉันต้องการนี่ยังต้องไปฟ้องศาล การยอมรับ และบังคับตามคำชี้ขาด เห็นไหมครับ หมวดหลังนี่หมวด ๗ มีตั้งหลายมาตรา มาตรา ๔๕ ยิ่งเขียนไว้ว่า เมื่อศาลตัดสินอย่างไรแล้ว บังคับแล้วอุทธรณ์ยากมาก นั่นหมายความว่าต้องการสร้างความเชื่อถือ เพราะอะไรครับ เพราะว่าอนุญาโตตุลาการ นี่มันคือข้อตกลงบังคับก่อนระหว่างผู้ลงทุน ทีนี้เรามาดูเนื้อหาที่ท่านแก้ ท่านครับ มันจะทำ ได้ไหม ถ้าเราแก้ให้เฉพาะความขัดแย้งระหว่างกับเอกชน ระหว่างเอกชนต่อเอกชนไม่แก้ กฎหมายนี้จะมีช่องให้เราทำได้ไหม รัฐธรรมนูญบอกว่ากฎหมายต้องบังคับเป็นการทั่วไป ไม่ใช่บังคับเฉพาะคู่สัญญาระหว่างกับเอกชน เอกชนกับเอกชนนี่ถ้าไม่ทำแล้วเขาจะ คิดอย่างไร ทีนี้เรามาดูมาตรา ๑๕ เขียนอย่างไรครับ เขียนว่าคู่สัญญาระหว่างรัฐกับเอกชน เขียนไว้ว่า แม้เป็นคำสั่งทางปกครองหรือไม่ก็ตาม เขาก็สามารถจะตั้งคณะทำงาน คณะนี้ขึ้นมาไกล่เกลี่ยได้ นั่นก็แสดงว่าบางอย่างไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง และจะขึ้น ศาลปกครองได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ที่ผมมีคำถามขึ้นว่า ถ้าแก้แบบนี้แล้ว ความเป็นไปได้ ในการจัดการปัญหานี่มันจะไปยุติที่ตรงไหน ท่านครับ ความน่าเชื่อถืออย่างหนึ่ง ของคนต่างประเทศที่เขาจะมาลงทุนบ้านเราหรือว่านายทุนด้วยกันเอง คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งกันและกัน รัฐต้องมาเปิดโอกาสให้อำนาจเอกชน และรัฐนี่ตั้งคณะไกล่เกลี่ยขึ้นมา เรียกอนุญาโตตุลาการ ๒ ฝ่ายแล้วก็มาตัดสินกัน เมื่อตัดสินแล้วถ้าไม่ยอมรับก็เปิดหมวด ๖ ให้มาว่าคุณโต้แย้งได้ เมื่อรับแล้วนี่แพ้แล้ว รับแล้วจะบังคับอย่างไร ก็เปิดหมวด ๗ ขึ้นมา ให้เราทำงานต่อ ท่านครับ เราลองมาอ่านดูที่ท่านเขียน แนวคิดในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการมันมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น ท่านเปลี่ยนระบบศาลเป็นระบบไต่สวนเลย ให้ไต่สวน แล้วให้ยกหลักฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยังไม่ได้เคยมาพิจารณานี้ มาใช้ในศาล ชั้นสุดท้ายที่ท่านบอกว่าที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ ที่ให้โอกาสใหม่ ให้อำนาจศาลใหม่ขึ้นมาพิจารณา ได้ ณ จุดนี้ครับ ที่ผมมานั่งคิดว่านี่คือหลักการที่พวกเราต้องช่วยกันคิด หากเราจะแก้ปัญหา อย่างหนึ่งแล้วนี้ มันจะเกิดปัญหาใหม่ตามมาหรือไม่ ผมคิดว่าทุกคนที่นั่งในที่นี่ก็มีความคิด ที่แตกต่างหลากหลาย ความเห็นทางกฎหมายของพวกเรานี้มันยุติในสภานี้ไม่ได้ มันก็ไปยุติ ในชั้นกรรมาธิการถ้าเรารับหลักการไปแล้วนี้ แต่ถ้าเราไม่รับหลักการ รัฐบาลควรจะ ร่างเข้ามาใหม่ถ้าเหตุมันมีปัญหา ผมก็ตกใจหลายเรื่องท่านครับ วันนี้ในสังคม ในคณะกรรมาธิการ คณะผม คณะศาลนี้ครับ ชาวบ้านเขามาร้องว่าในหมวด ๗ เลื่อนนัดเพราะโควิด (COVID) ๗-๘ เดือนท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดขึ้นเพราะโควิด (COVID) ไปเช็ก (Check) ดูจริง ๆ ศาลก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเงินกู้ที่ท่านกู้เลย ผมพูดนอกประเด็นนิดหนึ่งในตัวนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาเรื่องนี้มีหรือไม่ มีครับ แต่มันไม่ได้หมายความว่ามีที่รัฐแพ้ตลอด ไม่ใช่ มันมีที่ว่าเอกชนต่อเอกชนจัดการปัญหากันแล้วนี้ต้องไปฟ้องศาลให้บังคับตามคำชี้ขาด ของอนุญาโตตุลาการ ยืดจนกระทั่งว่าฝ่ายที่ชนะแล้วนี้ยังไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราจะแก้ แก้ตรงนี้บ้างได้หรือไม่ แต่ถ้ามาแก้ตรงที่ท่านกำลังจะแก้นี้ ผมว่าแก้เสร็จแล้วนี้ น่าจะเกิดปัญหาตามมาครับผม ขอบคุณครับท่านประธาน