ธีรัจชัย ชี้อนุญาโตตุลาการดีแต่ต้องแก้ปัญหาส่งเอกสารไม่ครบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔

ธีรัจชัย พันธุมาศ ชี้ประเด็นปัญหาการทุจริตและข้อบกพร่องในกระบวนการส่งเอกสารระหว่างข้าราชการ ซึ่งนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในคดีอนุญาโตตุลาการ พร้อมวิพากษ์ร่างกฎหมายที่เสนอให้ศาลปกครองทบทวนคำวินิจฉัยใหม่ ว่าขัดกับหลักความรวดเร็วและรักษาความลับของระบบ ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพและเชื่อมั่นจากนานาชาติ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ การระงับข้อพิพาทของเอกชนกับเอกชน เอกชนกับรัฐ รัฐกับเอกชน ระงับได้หลายวิธีครับ วิธีที่หนึ่งก็คือเป็นการเจรจากัน แล้วก็ตกลงกันว่าจะมีข้อยุติอย่างไร แต่ข้อนี้มีข้อเสียก็คือการไม่มีสภาพบังคับ วิธีที่ ๒ คือ การใช้อนุญาโตตุลาการ หลักที่ดีก็คือใช้คนกลางเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน แต่ละฝ่ายต่างเลือกคนของตัวเองขึ้นมา แล้วมาพิจารณา ข้อดีของมันก็คือ มีความรวดเร็วกว่าศาล เพราะศาลใช้ผู้พิพากษา ซึ่งรู้แต่กฎหมายแข็งตัว จะใช้ตามกฎหมาย หลัก ๆ และช้า มีศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ในส่วนของความซับซ้อนในการพิจารณา จะไม่ใช้ กระบวนการพิจารณา วิธีพิจารณาความแพ่งอะไรขึ้นมาเกี่ยว ตรงนี้มันทำให้การพิจารณา ได้ง่ายขึ้น ในเรื่องของความลับและรักษาชื่อเสียงของระบบอนุญาโตตุลาการนั้น สามารถลับ ชื่อเสียงทางการค้า ความลับต่าง ๆ ไม่ใช่ใช้วิธีเปิดเผยแบบศาล ซึ่งจะให้พิจารณาโดยเปิดเผย อีกทั้งในส่วนของการรักษาความสัมพันธ์ของคู่พิพาททั้ง ๒ ฝ่าย สามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อเสร็จแล้วตัดสินอย่างไร ข้อเท็จจริงอย่างไร ข้อกฎหมายอย่างไร ส่วนใหญ่ในแต่ละ ประเทศนั้นเขาจะมาให้ศาลนั้นวินิจฉัยเพื่อจะให้มีการบังคับ ถ้าเกิดมีการฝ่าฝืนไม่บังคับ นี่คือหลักการที่สำคัญของระบบอนุญาโตตุลาการ ขอเรียนอย่างนี้ เราอาจจะเห็นในประเทศ เรามีคดีค่าโง่ ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่สารพัดเลยที่เกิดขึ้นในประเทศเรา โดยส่วนใหญ่รัฐจะเป็น ฝ่ายเสียค่าโง่แล้วก็เสียหายอย่างมากมาย กรณีอย่างนี้ถามว่ามันเกี่ยวกับระบบ อนุญาโตตุลาการโดยแท้หรือไม่ ตอบโดยจริงว่ามันก็ไม่ใช่เสมอไป ระบบอนุญาโตตุลาการ โดยที่ผมอธิบาย ๓-๔ หลักการตรงนั้น เป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว มันสร้างให้เกิดการค้า และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่ระบบที่เราแพ้ ส่วนใหญ่ก็อาจจะพอมีหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น อย่างเมื่อสักครู่มีท่านผู้อภิปรายบอกว่าเราส่งเอกสารที่สำคัญในการเข้าไปสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการนั้นไม่ครบถ้วน การส่งต่อเอกสารจากข้าราชการจุดหนึ่ง มาสู่ข้าราชการ อีกส่วนหนึ่ง ไม่อยากจะมีใครรับผิดชอบในประเด็นที่ตัวเองต้องรับผิดชอบอย่างแรง ๆ แล้วส่งอย่างไม่ครบถ้วน ขาดไป ก็เลยแพ้คดีในการวินิจฉัย นั่นคือกรณีพูดถึงเรื่องสุจริตเลย แต่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือการทุจริต การซื้อตัวจากฝ่ายตรงข้ามของธุรกิจเอกชนที่ไม่สุจริต ก็มีการซื้อตัว แล้วให้ทำลายหลักฐานที่สำคัญออกจากสำนวนคดีในการวินิจฉัยอนุญาโตตุลาการ การแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายข้าราชการที่สูงกว่า เหนือกว่าที่ไปรับผลประโยชน์ จากฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามา แล้วก็มาจัดการดึงเอกสารสำคัญไป ทำให้เราแพ้คดี แล้วก็แพ้อย่างนี้ตลอดไป ประเด็นปัญหามันอยู่ที่กระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ผมดูแล้วไม่ใช่ครับ ประเด็นปัญหาคือการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันและระบบของ การตรวจสอบ ส่งต่อเอกสารที่ครบถ้วน เราไม่มีครับ และถามว่าแต่ละคดีที่เราเสียค่าโง่ไปนั้น เราได้ตรวจสอบหาคนผิดมาหรือเปล่า ไม่มีครับ นั่นเป็นเพราะคนที่มีอำนาจในประเทศเรานั้น สมยอมกับระบบอนุญาโตตุลาการแบบบิดเบี้ยวที่ให้คนฝ่ายรัฐเองนั่นละครับ ที่เอาเอกสาร ข้อมูลใส่ให้น้อย ๆ เพื่อให้แพ้ และได้ประโยชน์ส่วนน้อย ๆ กับบริษัทหรือคนคู่พิพาท ที่เกี่ยวข้องขึ้นมา และเอาตรงนี้เอาเงินภาษีของประเทศไปจ่ายค่าโง่ต่าง ๆ ขึ้นมา กระบวนการ ที่ท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล เสนอ ขออนุญาตเอ่ยนาม เข้าใจว่าอาจจะตกใจกับกระบวนการ ที่ค่าโง่ แต่กรณีอย่างนี้มันไม่ได้แก้ที่ตรงจุด แต่กรณีอย่างนี้คือเสนอให้ศาลปกครองนั้น สามารถทบทวนได้เหมือนเริ่มนับ ๑ ใหม่ นั่นคือทำให้ความรวดเร็วของหลักการของ อนุญาโตตุลาการนั้นสูญหายไปเลยครับ มันไม่มีการรักษาความลับ เท่ากับว่าอนุญาโตตุลาการ ของเรานั้นทำไปก็เสียเวลาเปล่า สุดท้ายก็มาฟ้องกันได้อยู่ดี และไม่มีเหตุเลย ข้อที่ท่านเสนอ มาตรงนี้ไม่มีเหตุเลยว่าจะต้องมีเหตุทุจริตเหตุอะไรขึ้นมาถึงจะต้องมีการทบทวนรายได้ ระหว่างที่จะเอาข้อมูลเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ นั่นหมายความว่าร่างฉบับนี้ สามารถร้องขอให้รื้อฟื้นและล้มคำวินิจฉัยอนุญาโตตุลาการได้เสมอโดยศาลปกครอง เท่ากับว่าฟ้องคดีใหม่ ทำไปปี ๒ ปี ๓ ปี มาฟ้องคดีใหม่อีก ๕-๖ ปี มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ในการที่จะระงับข้อพิพาทอะไรได้เลย ดังนั้นโดยหลักการของร่างแก้ไขฉบับนี้น่าจะ คลาดเคลื่อนต่อหลักที่ควรจะเป็น และไม่ตรงประเด็นในการที่จะแก้ไขปัญหาของความยุติธรรม ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ และการแก้ปัญหาค่าโง่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมจึงเห็นว่าในกรณีนี้ มันยังไม่สมควรแก้แบบนี้ เพราะถ้าแก้นั้นความเชื่อถือของไทยกับนานาอารยประเทศที่เขาใช้ ระบบการค้าแบบเสรีแล้วก็เชื่อถือในกระบวนการของอนุญาโตตุลาการที่มีหลักที่นึกถึง ความรวดเร็ว ลดความยุ่งยากซับซ้อนคดี รักษาชื่อเสียงความลับ และรักษาความสัมพันธ์ ของคู่พิพาทนั้นมันจะหายไปทันที มันเป็นการต่อสู้กันซ้ำแล้วซ้ำอีก ตรงนี้ผมคิดว่าหลักการ และเนื้อหาของร่างแบบนี้น่าจะไม่เหมาะสมที่จะมาใช้แก้ไขในขณะนี้ ผมจึงเห็นว่าผมไม่อาจ ที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ครับท่านประธาน