จิรายุ ห่วงทรัพย์ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายที่เสนอให้ศาลปกครองสามารถเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ โดยระบุว่าเป็นการเอื้อประโยชน์รัฐบาล สร้างความไม่เชื่อมั่นต่อนักลงทุน และทำลายหลักนิติธรรมของประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกลั่นกรองกฎหมายของฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยเลย กับกฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลเสนอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในห้วงเวลาที่จะมาเสนอเรื่องแบบนี้ในภาวะ ปัจจุบัน เนื่องจากรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำขาดดุลสะสมมาทุกปี จนเป็นนักกู้ แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว เขาจึงพยายามจะหาเงินเข้าประเทศกัน แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ อนุญาโตตุลาการนี้มันไม่ใช่มีแค่ประเทศไทยอย่างเดียว มันเป็นสถาบัน ที่ไประงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน เมื่อสักครู่ท่านพูดปานประหนึ่งเหมือนจะแก้ต่าง ให้กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อะไรที่เป็นคุณต่อรัฐบาลแก้ รัฐบาลจะได้ไม่ต้องเสียค่าโง่ ก็มันโง่มาจากรัฐมนตรี มันโง่มาจากข้าราชการที่ไปทำสัญญากับเขา พอเขาไปฟ้องศาล ไปฟ้องอนุญาโตตุลาการก็จะให้เข้าข้างรัฐบาล แล้วฝรั่งมังคุดที่ไหนเขาจะมาลงทุนละครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายเหล่านี้ที่มาพูดนี้ เป็นลักษณะการใช้ ความได้เปรียบที่คนในรัฐบาลจะได้ประโยชน์ต่อการแก้ไขกฎหมาย ท่านมาพูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ว่าอนุญาโตตุลาการได้เงินเท่านั้นเท่านี้ ปัดโธ่ เศษสตางค์ ถ้าท่านเห็นว่ามันเยอะ ก็ไปแก้ มันคนละเรื่องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาที่ท่านพูดถึงเรื่องของรัฐสูญเสีย ผลประโยชน์ สูญเสียค่าโง่ ผมถามว่าเอกชนที่เขามาลงทุนเขาไปโง่ด้วยหรือครับ ใครโง่ก็ต้อง เอามาตัดหู ไม่ใช่ปล่อยให้โง่กันอยู่ซ้ำซาก แล้วก็มาแก้ระบบอนุญาโตตุลาการ ผมจะอภิปราย อย่างนี้ครับท่านประธานว่า ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่าเวลาคนเข้าไปสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการมันคือรัฐกับเอกชน มันไม่ใช่รัฐต่อรัฐ มันไม่ใช่เอกชนต่อเอกชน มันเป็น ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนที่เขาหาข้อยุติไม่ได้ แต่เขารักนวลสงวนตัวไม่อยากจะฟ้องร้อง ให้เป็นคดีความมากมายนัก จึงต้องใช้อนุญาโตตุลาการ ผู้เสนอก็อยู่ในแวดวงกฎหมาย ผมเข้าใจ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ อนุญาโตตุลาการคือคำชี้ขาดระหว่างรัฐกับเอกชน ที่เป็นข้อตกลงที่ไม่ขึ้นสู่กระบวนการศาล มันก็คือศาลนี่ละครับ แต่ว่าไม่ไปฟ้องกันถึงขนาด โกรธกันชาตินี้ชาติหน้า ไม่ใช่ ท่านประธานที่เคารพครับ คู่ความทั้งสองมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เมื่อชี้หรือคำพิพากษาสูงสุดของอนุญาโตตุลาการเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนก็มีการผูกพัน ตามพันธะของคำพิพากษาครับ และท่านประธานที่เคารพครับ มันเป็นข้อผูกพันที่จะต้อง ปฏิบัติตามคำชี้ขาด แต่ท่านแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาในภาวะที่พวกท่านเป็นรัฐบาล กันไว้เผื่อรัฐบาลชุด พลเอก ประยุทธ์ จะโง่ จึงต้องแก้ไข เพราะเดี๋ยวอนุญาโตตุลาการชี้ว่า รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรมใดไปโง่กับเอกชนเขาต้องจ่ายค่าโง่ แล้วก็ไปบอกว่าประเทศสูญเสีย ถ้าทำอย่างรอบคอบท่านประธานครับ ไม่มีหรอกครับ ค่าโง่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ และท่านไปแก้ไขบอกว่า จะให้ศาลปกครองมีอำนาจไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ท่านกำลังทำศาลซ้อนศาล หมายความว่าอย่างไรครับ อนุญาโตตุลาการคือคำพิพากษาจบ แต่พอท่านไปให้อำนาจศาลปกครองต้องไปดูรายละเอียดอีกนะครับว่า วินิจฉัยเรื่องอะไร มันเป็นคดีทางปกครองไหม อนุญาโตตุลาการชี้ไปเรียบร้อย คำสั่งศาลปกครองมาชี้ทีหลัง ตกลงใครศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ละครับ และมันจะมีอนุญาโตไว้ทำไม ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีที่ให้คู่พิพาทของคดีอนุญาโตตุลาการ ยกตัวอย่างเช่น รัฐและเอกชน ไปให้ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาใหม่ได้ หากกรณีดังกล่าวพิพากษาแล้วไม่เป็นไปตาม บทบัญญัติตามกฎหมายนี้ และอะไรล่ะครับ อธิบายอย่างไรครับ มันไม่ใช่มีประเทศไทย ประเทศเดียว เพราะถ้าเกิดท่านทำลักษณะเช่นนี้ แก้กฎหมายในภาวะเช่นนี้ ท่านไม่ต้อง มาพูดอวดครับว่า นักลงทุนจะมาลงทุนสวยงามอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าผมเป็นฝรั่งมาลงทุนในไทย ผมเป็นผมมีข้อพิพาทและเจอสมาชิกในสภาจะแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับหน่วยงาน ของรัฐ ผมก็ไม่มาหรอกครับ ผมไปลงหุ้นลาวทำรถไฟความเร็วสูงดีกว่า ไม่ต้องทำถนนลูกรัง ให้หมดก่อนด้วย ผมไปลงทุนที่มาเลเซียดีกว่า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียดีกว่าไหม ท่านประธาน ที่เคารพครับ การแก้ไขกฎหมายนี้จะทำให้สถาบันอนุญาโตตุลาการของประเทศไทย และทั่วโลกสั่นสะเทือนครับ เขาเรียกว่าคดีไม่จบ ไม่จบอย่างไรครับ ท่านไปเปิด ให้ศาลปกครองพิจารณาคดีได้ใหม่หมด ต่อไปนี้ใครก็ไม่ไปอนุญาโตตุลาการ ไปทำไมล่ะครับ ไปก็เสียเวลา ท่านไม่ต้องไปยกเลิกเงินเดือนด้วยซ้ำ ถ้าเกิดท่านแก้กฎหมายแบบนี้ คนไม่ไป อนุญาโตตุลาการครับ และพันธะสัญญาที่ทำไว้กับทั่วโลก จะชี้หน้าด่าสยามประเทศ หรือไทยแลนด์ (Thailand) ครับว่า ตกลงเอากันอย่างนี้ใช่ไหม นักลงทุนจากอียู (EU) จากทั่วโลกไม่ต้องมาเมืองไทยครับ เพราะมีข้อพิพาทเมื่อไร เจ๊งกับเจ๊าอย่างเดียว ผมจึงบอก ท่านประธานครับ ที่บอกว่าไม่จบก็คือว่า ท่านกำลังทำให้อนุญาโตตุลาการกลายเป็น ศาลชั้นต้น เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำพิพากษาแล้ว มีการอุทธรณ์ได้ด้วยศาลปกครอง มีการฎีกาได้ด้วยศาลปกครองสูงสุด แล้วจะมีทำไมครับ คดีอนุญาโตตุลาการไม่ใช่ คดีถูกบังคับ เป็นคดีสมัครใจ เขาไม่ไปก็ได้ เขาไปฟ้องแพ่งกับรัฐก็ได้ หรือเขาจะฟ้องอาญา มาตรา ๑๕๗ ต่อข้าราชการขี้โกงก็ได้ ฟ้องรัฐมนตรีขี้โกงก็ได้ ท่านเข้าใจหลักการอย่างไรครับ ผมเลยไม่เข้าใจว่าวิธีคิดในการแก้กฎหมายฉบับนี้เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลชุดนี้อย่างเดียวหรือ และถ้ารัฐบาลคราวหน้าไม่ได้เป็นชุดนี้ละครับจะทำอย่างไรครับ ที่ผมเรียกว่าไม่จบก็คือว่า ท่านไม่เคารพตามเจตนารมณ์ของคู่ความที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ๑๐ กว่าปี ที่แล้ว ในยุคปฏิวัติรัฐประหารหลังปี ๒๕๔๙ ในยุค ๒๕๕๐ อนุญาโตตุลาการเคยมีคำชี้ขาด ในคดีสำคัญของประเทศไปแล้ว ผมไม่เอ่ยถึงครับ มีการไปร้องศาลปกครองจำได้ไหมครับ แล้วก็มีการเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจนเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่าไม่จบ ในต่างประเทศเขาไม่ทำกันครับ ในอังกฤษ ในยุโรปเขามีอนุญาโตตุลาการไว้ให้รัฐกับเอกชนที่ยังประนีประนอมกันได้ แต่มันมี ข้อกฎหมายที่อาจจะไม่ลงรอยกัน เขียนทีโออาร์ (TOR) ประมูลแล้วจัดซื้อจัดจ้างออกมาแล้ว มันอาจจะมีข้อพิพาทขัดแย้งกัน จึงเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเพื่อเคลียร์ความกัน แต่พอฝ่ายไหนไม่ได้ประโยชน์ พอรัฐแพ้ ท่านบอกว่าต้องมีศาลปกครองเข้ามาเกี่ยวข้อง เอาอย่างนี้พูดอย่างนี้ก็ได้ประโยชน์สิครับ และถ้าเกิดผมเป็นนักลงต่างทุนต่างชาติ ผมมาลงทุนมูลค่าหมื่นล้าน แสนล้านในประเทศไทย ถ้าผมฟ้องศาลโลกล่ะครับ หรือถ้าผม ฟ้องศาลระดับชาติละครับ ระดับอาเซียนละครับ ผมฟ้องอียู (EU) ฟ้องผู้ลงทุนต่าง ๆ ตามพันธะสัญญาที่ประเทศไทยทำไว้เป็นร้อย ๆ ฉบับ ท่านผู้เสนอกฎหมายรู้ไหมครับ รู้ แต่ก็พยายามจะหาวิธีการแก้ไขท่านประธานครับ ผมใช้เวลาเลยนิดหน่อยนะครับ ท่านประธานครับ ท่านจะระวังที่จะไปกระทบต่อ พระราชบัญญัติตั้งศาลปกครอง เมื่อปี ๒๕๔๒ ตามมาตรา ๗๕ เขาเขียนไว้ชัดว่าศาลปกครอง นั้นตั้งขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง พอท่านไปแก้ตรงนี้ มันจะต้องไปแก้อีกเยอะแยะมากมาย สุดท้ายแล้วก็จะมีคนเสียประโยชน์ หลักการมันมาแบบแปลก ๆ ผมรับไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ยิ่งท่านไปกล่าวหาว่าเขามีเงินมีทอง นี่ถ้าผมเป็นผู้พิพากษาศาลผมรีบฟ้องเลย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้มีแค่อนุญาโตตุลาการหรอกครับ ศาลที่ไหน คดีที่ไหนมันก็มี ถ้าท่าน เห็นว่ามันเยอะไปก็แก้ อะไรที่คิดว่ามันไม่ดีก็ลงโทษสิ คณะรัฐมนตรีบางคนไม่ดีหมายความว่าทั้ง คณะรัฐมนตรีหรือครับ อาจจะมีรัฐมนตรีไม่ดีบางคนก็เป็นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายปลายทางที่ท่านบอกว่ากรณีที่เราเสียค่าโง่ต่าง ๆ และอาจจะทำให้การส่งเสริม การลงทุนมีปัญหา ผมยืนยันครับว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้วันนี้มีใครรับญัตติเรื่องนี้แล้วเห็นด้วย ผมรับรองได้ครับว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศกะลาแลนด์ (Land) จะไม่มีใครเข้ามา เพราะเข้ามาไม่มีอะไรที่จะยืนยันได้ ผมถามท่านประธานจะไปลงทุนอะไรสักอย่าง ไปเจอนายอำเภอ ถ้าเป็นแบบฝรั่งเขาเรียก ไปเจอนายอำเภอเรียกรับส่วยก่อนแล้ว แล้วรับประกันบอกว่ากฎหมายไม่ต้อง เอากฎหมู่เป็นที่ตั้ง ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวล้ม ผมก็ไม่ไป ลงทุนครับท่านประธาน สุดท้ายปลายทางผมจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้เสนอว่า จริง ๆ แล้วกฎหมายบางอย่างเป็นกฎหมายที่มีความตั้งใจดี แต่กรณีดังกล่าวนี้ผมคิดว่า ภาษาอังกฤษเขาเรียก เซนซิทีฟ (Sensitive) กระทบกระทั่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบกระทั่งต่อความต้องการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะหาเงินลงทุนจาก ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยอย่างรุนแรง เมื่อเขาไม่มีอนุญาโตตุลาการ หรือท่านไปแก้ไข จนเขาเป็นศาลเพียงชั้นต้น มีการอุทธรณ์ได้ มีการฎีกาได้ อย่าลืม อนุญาโตตุลาการ ไม่ใช่ศาลชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ผมจึงไม่สามารถรับหลักการในชั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ ได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ