วิรัช เสนอร่างแก้กฎหมายอนุญาโตตุลาการ หลังชี้ปัญหาคดีรัฐ-เอกชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิรัช พันธุมะผล เสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฉบับปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดในการเพิกถอนคำชี้ขาดที่ส่งผลต่อรัฐและเอกชน โดยยกตัวอย่างจากคดีสำคัญหลายคดีที่เกิดข้อพิพาทจากการชดใช้เงินและขั้นตอนทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างค่าตอบแทนอนุญาโตตุลาการและเปิดทางให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อความโปร่งใสมากขึ้น

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลว่า โดยที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้มีบทบัญญัติ ที่ไม่เป็นผลดีต่อผลคดีของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง โดยเฉพาะการร้องคัดค้านคำวินิจฉัย ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ มาตรา ๔๐ ได้จำกัดอำนาจในการพิจารณาของศาลไว้ โดยศาลเพิกถอนในกรณีต่อไปนี้ คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนพิสูจน์ได้ว่า คู่สัญญาตามสัญญา อนุญาโตตุลาการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บกพร่องในความสามารถตามกฎหมาย

๒. สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายแห่งประเทศที่ผู้พิพาท ได้ตกลงไว้ หรือตามกฎหมายไทยในกรณีที่ไม่มีข้อพิพาทข้อตกลงดังกล่าว

๓. ไม่มีการแจ้งให้ผู้พิพาทขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบ

๔. คำวินิจฉัยนั้นไม่อยู่ในเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ

และอีกอันหนึ่งคือ ถ้าศาลเห็นว่าคำชี้ขาดนั้นไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย การยอมรับหรือขัดข้อบังคับนั้นจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน

ตามมาตรา ๔๐ ตามอนุญาโตตุลาการเป็นการจำกัดอำนาจในการที่จะยื่น คำขอยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่อศาล ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ยกตัวอย่างคดี ที่รัฐกับเอกชน ตัวอย่างที่ ๑ เรื่องทางด่วนบางนา-ตราด อนุญาโตตุลาการให้รัฐบาลจ่าย ๖,๒๐๐ ล้านบาท ศาลฎีกาได้พิพากษาว่าคู่สัญญาไม่สุจริต เรื่องนี้ผมขอกราบขอบพระคุณ ประธานศาลฎีกาที่เป็นคนตัดสินเรื่องนี้ด้วยตนเอง ท่านวิรัช ลิ้มวิชัย อดีตประธานศาลฎีกา ได้ตัดสินเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าคู่สัญญารู้เห็นเป็นใจซึ่งกันและกันและมีพฤติกรรมไม่สุจริต นี่ในคำพิพากษาศาลฎีกา

เรื่องที่ ๒ การปรับค่าผ่านทางโดยไม่ชอบ อนุญาโตตุลาการยกฟ้อง ต่อมาอนุญาโตตุลาการชุดเดียวกันอีกบอกว่ามีข้อมูลใหม่ สั่งให้รัฐจ่ายเป็นหลายพันล้าน แต่ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า อนุญาโตตุลาการไม่สามารถพิจารณาใหม่ได้ เพราะเหมือนเป็น การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว เพราะฉะนั้น จะวินิจฉัยใหม่ไม่ได้

เรื่องที่ ๓ เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน อนุญาโตตุลาการให้รัฐจ่าย หมื่นล้าน รัฐก็เผลอ ๆ จ่ายไป ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ คตง. ได้ยื่นต่อศาลว่ามีข้อพิสูจน์ใหม่ ในที่สุดศาลยกฟ้องครับ ไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดหมื่นล้าน แต่จ่ายไปแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้รัฐก็พยายามที่จะเอาเงินคืน ๖,๐๐๐ ล้านบาทที่จ่ายไปแล้ว

อีกคดีหนึ่งครับโฮปเวลล์ (Hopewell) พี่น้องประชาชนทั้งหลายคงเห็น เห็นเสาตอม่อ โดยเฉพาะอายุอย่างผม เหตุเกิดตั้งแต่สมัย ๔๐ ปีที่แล้ว แต่ว่าอนุญาโตตุลาการ ให้จ่ายหมื่นล้าน ทีนี้ท่านเชื่อไหมครับ ไปถึงศาล ศาลปกครองสูงสุดไปแก้จริง ๆ มันขาดอายุความ ขาดระยะเวลาที่ต้องฟ้องต่อศาลแล้ว แต่ศาลก็ยังบอกว่า ศาลได้ขยายเวลาแล้วว่าให้ขยาย ไปอีก ๕ ปี โชคดีครับ ศาลปกครองสูงสุดอุตส่าห์ให้รัฐจ่ายหมื่นล้านเหมือนกัน โฮปเวลล์ (Hopewell) ที่มันเป็นเสา ๆ ดำ ๆ ที่บางอันยังไม่ต่ออะไรเลย โชคดีมากครับ ผู้ตรวจการ แผ่นดินได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การขยายระยะเวลาของการให้ยื่นฟ้องผิดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นรัฐยังไม่ต้องจ่ายอีกหมื่นล้านสำหรับโฮปเวลล์ (Hopewell) คดียังคาราคาซังอยู่ เพราะว่าศาลปกครองให้จ่าย แต่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าคดีนี้ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ นี่มันเหตุหลายอย่าง ผมอยากจะชี้ว่าขั้นตอนของอนุญาโตตุลาการ สมมุติว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ฝ่ายรัฐบาลแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการคนหนึ่ง ฝ่ายเอกชนตั้งอนุญาโตตุลาการอีกคนหนึ่ง และอนุญาโตตุลาการ ๒ คนนี้ก็ไปตั้งคนกลางอีกคนหนึ่ง เป็น ๓ คน ท่านคิดดูครับ มัน ๓ คน เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นอัตราค่าตอบแทนทำให้ใหญ่ขึ้นได้ไหมครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านเห็นไหมครับ อัตราการค่าตอบแทนนี้ยิ่งรัฐเสียมากเท่าไร อนุญาโตตุลาการก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น ท่านดูจากในจอ ท่านเห็นไหมครับ ค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการนี่ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ คือถ้าอนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐแพ้เท่าไร อนุญาโตตุลาการก็ได้ค่าตัวนี้ อย่างนี้ไม่ชอบเลยครับ กระทรวงยุติธรรม นี่ของสำนักศาลยุติธรรมกำหนดค่าอนุญาโตตุลาการ ท่านเห็นไหมครับ ค่าตอบแทนนี่เป็นล้าน ๆ นะครับ เป็นล้านบาท ท่านคิดดูสิครับศาลตัดสิน ศาลไม่ได้เงิน พวกนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นอนุญาโตตุลาการในคดีรัฐกับเอกชน รัฐจะเสียเปรียบทุกที เพราะอะไรรู้ไหมครับ มันก็ธรรมดาละครับ เพราะว่าอนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐแพ้ อนุญาโตตุลาการก็กระเป๋าหนัก มันก็ทำให้แนวโน้มที่รัฐจะชนะมันก็น้อย ขณะเดียวกันเอกชน ก็ไม่รู้ ผมว่ามันก็มีวิธีการที่จะโน้ม นอกจากค่าตอบแทนแล้วยังมีค่าอะไรก็ไม่รู้ อย่างกรณี ศาลฎีกาตัดสินเรื่องคู่สัญญาไม่สุจริต เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะมีอนุญาโตตุลาการ คนหนึ่งได้หุ้นของทางด่วนไปด้วย เผอิญมีใครส่งข้อมูลให้ศาลได้ ศาลเลยยกฟ้องครับ นี่ยกตัวอย่าง อย่างตัวอย่างสุดท้ายโฮปเวลล์ (Hopewell) นี้ ศาลปกครองสูงสุดไปขยาย ระยะเวลายื่นฟ้องตามกฎหมายภายใน ๕ ปีนับแต่ตั้งศาล แต่มันเกิน ๕ ปีโฮปเวลล์ (Hopewell) ศาลก็ไปออกระเบียบว่าขยายระยะเวลาได้ แต่โชคดีครับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า การขยายระยะเวลานั้นผิดรัฐธรรมนูญ ทำไม่ได้ เพราะว่าไม่ผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎร เพราะมันเป็นกฎหมาย ไปขยายกฎหมายได้อย่างไร นี่คือเหตุผลต่าง ๆ ผมจึงรู้สึกไม่ไว้วางใจในคดีที่รัฐกับเอกชน แต่เอกชนผมไม่ว่าครับ เขาเป็นเอกชนต่อเอกชน สัญญาเอกชนต่อเอกชนท่านจะเอาอย่างไรก็ตามสบาย แต่ถ้าเป็นคดีรัฐกับเอกชน ผมยังอยากให้ ศาลเป็นคนตัดสินโดยได้อำนาจเต็มที่ ใช้อำนาจอธิปไตยเต็มที่ สามารถพิจารณาทั้งข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายทุกประเด็นเพื่อพิพากษา และถ้าเป็นไปได้ชั้นกรรมาธิการ โดยใช้ที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุด เพราะฉะนั้นการแก้กฎหมายนี้เป็นการรักษา ผลประโยชน์ของรัฐ เพราะฉะนั้นในกฎหมายที่ผมแก้คือ เพิ่มมาตรา ๔๐/๑ ว่า การคัดค้าน คำพิพากษา คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ผมย้ำเฉพาะว่าเป็นคดีรัฐกับเอกชน จะให้ในการพิจารณานี้ศาลสามารถที่จะใช้อำนาจไต่สวน พิจารณาพิพากษาได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีข้อพิพาท โดยไม่ต้องคำนึงถึง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการพิจารณาของชั้นอนุญาโตตุลาการได้ คือให้ศาลไทย มีอำนาจเต็มที่ บางท่านบอกว่ากลัวว่ากฎหมายนี้มันขัดกับนิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) หรือไม่ นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York convention) มันออกมาตั้งนาน แล้ว หลายปีแล้วครับ เป็นข้อตกลงเรื่องให้มีอนุญาโตตุลาการ แต่เขาไม่มีคำพูดที่ไหนเลยว่า ไม่ให้ศาลใช้อำนาจเต็มที่ อย่างที่ผ่านมาที่บางเรื่องศาลฎีกายกฟ้องก็ดี ศาลก็ใช้อำนาจเต็มที่ เพราะฉะนั้นบางคนก็บอกว่าขัดกับนิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) ผมว่าไม่ขัดครับ เพราะว่าผมอ่านแล้ว อ่านทุกคำด้วยครับ ไม่ขัด ผมให้กระทรวงการต่างประเทศ ช่วยแปลเป็นไทยให้ แล้วก็อ่านแล้วไม่มีตรงไหนบอกว่าจำกัดอำนาจศาลที่จะพิจารณา พิพากษาได้ และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการนี้ก็มีการแก้ไขมา ๒ หนแล้วครับ ก็ไม่เห็นขัด นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York convention) เลย เพราะฉะนั้นรัฐสภาเราก็ย่อมสามารถที่จะแก้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการได้ นอกจากนี้แล้ว ผมยังเพิ่มไปอีกมาตราหนึ่งว่า คดีที่ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาพิพากษาโดยไม่เป็นไปตาม มาตรา ๔๐/๑ คือไม่ได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้ว คู่พิพาทอาจขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาใหม่ภายใน ๒ ปีนับแต่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ คือรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ นี่คือเหตุผลในการที่เสนอ กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ รัฐจะเสียหายตลอดเวลาถ้าตั้ง อนุญาโตตุลาการขึ้นมา แล้วเราก็จะแพ้ตลอดเวลา บางท่านบอกว่าแล้วต่างชาติจะมาลงทุนหรือ ตอนนี้ไม่ต้องห่วงหรอก ต่างชาติจะแย่งวิ่งมาลงทุน เรามีจำกัดอย่างนี้ เราต้องมีอำนาจ อธิปไตย ไม่ใช่ไปอยู่ในอำนาจของเอกชนที่มาลงทุน ถ้าเราแก้กฎหมายนี้เขาก็ต้อง เห็นว่าเราใช้อำนาจอธิปไตยของเรานะ เราไม่ได้รังแกเขา เราใช้ข้อกฎหมายข้อเท็จจริง ให้ศาลใช้อำนาจเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และอีกอย่างหนึ่ง ผมฝากด้วยว่า อนุญาโตตุลาการอยากฝากสำนักงานศาลยุติธรรมที่เป็นคนกำหนด ค่าตอบแทน การกำหนดค่าตอบแทนอย่างนั้นเป็นแนวโน้มที่ทำให้อนุญาโตตุลาการ มีพฤติกรรมที่จะเข้าข้างเอกชนตลอดเวลา อันนี้ฝากอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ ผ่านเราจะได้มีข้อสังเกตในท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ให้สำนักงานศาลยุติธรรมที่เป็นคน กำหนดค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการให้น้อยลง ไม่ใช่ทีหนึ่งเงินเป็นล้านแล้วก็บวกกับ เปอร์เซ็นต์ของทุนทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอีก นี่เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอ ร่างกฎหมายนี้ โดยท่าน ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคอนาคตใหม่ในสมัยนั้นได้ร่วมลงชื่อ มาเป็นครั้งที่ ๒ คือครั้งแรกนี้มี ส.ส. พรรคอนาคตใหม่บางท่านขาดคุณสมบัติ ผมก็เลย ขออนุมัติพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ให้ความเห็นชอบทุกคน และเซ็นชื่ออีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัตินี้จึงผ่าน ส.ส. ทั้งพรรคอนาคต ใหม่และพรรคภูมิใจไทยเซ็นร่วมกันเป็นกฎหมายที่ผ่าน ๒ พรรคใหญ่เลย ขอบคุณครับ