ซูการ์โน มะทา หารือปัญหาความขัดแย้งจากการดำเนินโครงการเมืองอุตสาหกรรมจะนะ โดยตั้งข้อสังเกตถึงการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่เป็นธรรมและการปิดกั้นประชาชนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอญัตติด่วนเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นในบันทึกข้อตกลง เผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใส และเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพและความสงบเรียบร้อยของพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณากรณีการไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง และผลการเจรจา ปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น และตัวแทนของรัฐบาลเพื่อเป็นข้อมูลนำเสนอต่อรัฐบาล เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะในโครงการ เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของรัฐบาลยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เมื่อปี ๒๕๕๙ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษ ด้วยการตั้งเป้าหมายว่า จะขยายรายได้และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน ในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของพื้นที่ที่จะใช้ในการดำเนินการของโครงการดังกล่าวเดิมตามผังเมือง เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกกำหนดไว้เป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ผลการศึกษาพบว่า หากมีการเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นพื้นที่ที่โครงการอุตสาหกรรม ก็ต้องมีการเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สีม่วงก่อน ประกอบกับต้องมีการทำการศึกษาถึงผลกระทบ ต่อด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อีเอชไอเอ (EHIA) ของประชาชนก่อน ดังนั้นจึงเป็นผลให้ประชาชนในพื้นที่ที่เห็นควร ให้รัฐจัดการต้องทบทวนดำเนินการโครงการดังกล่าว กระทั่งนำมาสู่การจัดทำบันทึก ข้อตกลง ผลการเจรจาการแก้ไขปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับตัวแทนรัฐบาล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ก็ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้า ณ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมานานเกือบหนึ่งปี แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่ตัวแทน ของรัฐบาลได้ลงนามไว้ในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งทำให้เครือข่าย จะนะรักษ์ถิ่นออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ในระหว่างที่กำลังเรียกร้อง ข้อตกลงนั้น ปรากฏว่าได้ถูกกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม และจับกุมตัวแทน ของกลุ่ม ดังนั้นผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาชาติทั้งหมด จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ซึ่งในรายละเอียดข้อ ๕๐ ก็คือในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นที่รีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงาม ของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือในทางใด ๆ ก็ตาม ในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ก็จะเสนอเป็นญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นการด่วนได้ การนี้เพื่อให้สภาได้พิจารณา ศึกษาว่า การไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงและผลการเจรจาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น กับตัวแทนรัฐบาลเป็นเหตุผล และรายละเอียดที่ผมต้องชี้แจงต่อท่านประธานต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ ปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะ เมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ต้องยอมรับว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวขึ้นมาทั้งหมดนั้น ก็ถูกจุดประกายขึ้นมา ในช่วงหลังการปฏิวัติรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้น ๒ ปี และหน่วยงาน ที่เป็นคู่ขัดแย้ง ผมยังเสียดายว่าหน่วยงานที่เป็นคู่ขัดแย้งไปรับใช้กลุ่มทุนสร้างความแตกแยกนั้น ก็คือศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือเรารู้จักกันในนาม ศอ.บต. ซึ่งสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ เป็นผู้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ศอ.บต. พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อให้หน่วยงานศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้นเป็นส่วนราชการส่วนหนึ่งที่ไปดูแลเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน แต่แล้วต้นปี ๒๕๕๙ ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการต้องการที่จะปรับเปลี่ยนต่าง ๆ นั้น ผมก็จำเป็นต้องกล่าวถึงในเรื่องของรายละเอียดเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผมอยากเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ทางคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งผมเองเป็นประธาน คณะกรรมาธิการนั้น หลังจากมีข้อขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรมจะนะเมืองต้นแบบ ผมและทางกรรมาธิการได้เดินทางเพื่อไปรับฟังสืบหาข้อเท็จจริง แล้วก็ได้พบกับผู้ที่สนับสนุน โครงการดังกล่าว และได้รับฟังความเห็นจากผู้ที่เห็นต่างที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนิคม อุตสาหกรรมจะนะ ท่านประธานที่เคารพ เท่าที่เราได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เราได้มีตัวแทนของพี่น้องจาก ๓ ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่จะตั้งเป็น นิคมอุตสาหกรรม คือตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม มาทั้ง ๒ ฝ่าย เราสามารถที่ไปรับฟังความเห็นได้ทั้งความเห็นด้วยและความเห็นต่าง แต่ในการเดินทาง ไปในครั้งนั้นเราได้ข้อสรุปว่า กระบวนการรับฟังความเห็นที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ เจ้าของงานก็คือศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้น เป็นการ ดำเนินการที่ไม่มีความเป็นธรรมและมีการปิดกั้น และอาศัยพระราชบัญญัติบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กองกำลังเป็นจำนวนมากหลายกองร้อยมาปิดกั้นเส้นทาง ระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนในตำบลนาทับ หรือกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งมีหลายกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไม่สามารถเข้าไปแสดงความเห็นในการรับฟังความเห็น ของศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนั้นได้ ซึ่งในการลงไปพบในครั้งนั้น เราได้ข้อสรุปว่า พี่น้องประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่างยินดีที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง หรือฉันทามติของพี่น้องประชาชนในการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับนิคมอุตสาหกรรมจะนะ แต่ขอให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่ของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอมนั้นมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ท่านประธานครับ หลังจากนั้นเกือบ ๑ ปี เราก็คิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วก่อนหน้านี้ ๑ สัปดาห์ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ เด็กสาว อายุ ๑๙ ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูแลกิจกรรมเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องประมงชายฝั่ง การรักษา สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม เป็นเด็กวัยรุ่นที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่ของบ้านเกิด ให้อยู่คู่กับพวกเขาตลอดไป ก็ได้เดินทางมาทวงสัญญาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผมเองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชาติได้เดินทางไปเยี่ยมน้องไครียะห์ ระหมันยะ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสอบถามว่าที่เดินทางมานี้ต้องการอะไร ทั้งหมดก็มีมูลเหตุที่จะต้องมานำเรียนต่อสภา แห่งนี้ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มันตรงกันและถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ทางกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ที่เดินทางมาทวงสัญญานั้นก็เกิดหลังจากคำสั่งมติของคณะรัฐมนตรีที่มีการแต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อไปหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ แต่ว่าเวลาเกือบ ๑ ปีก็ไม่มีความคืบหน้า แต่บังเอิญ พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น โดยเฉพาะนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ทราบมาว่ากลุ่มบริษัท ทีพีไอ โพลีน พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) ก็มีประกาศที่จะทำเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน หรือที่เรียกว่าการศึกษาตามกระบวนการอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ในโครงการย่อย จำนวนถึง ๔ ฉบับรวด ซึ่งเวทีรับฟังความเห็นนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ในขณะเดียวกันศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มอบหมายให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสงขลาดำเนินการเปลี่ยนสีผังเมืองจะนะ เพื่อรองรับเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบ ก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลานั้น พวกเขาในนามกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ก็มีความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตาม ข้อตกลงที่เคยตกลงไว้กับรัฐบาลและเครือข่าย ซึ่งข้อตกลงนี้ก็มีการทำขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวว่าเป็นการทำข้อตกลง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้มีการบันทึกข้อตกลงดังกล่าวกับรัฐบาลเพื่อหาทางออก เนื่องจากมีพี่น้องประชาชน ชาวจะนะรักษ์ถิ่น จำนวนหลายร้อยมาเรียกร้องอยู่ที่สะพานชมัยมรุเชฐเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีได้มีออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อสอบสวนการดำเนินการ โครงการดังกล่าวขึ้นในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ แล้วก็มีการให้สัมภาษณ์ พวกเราทุกคน ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ก็ได้รับฟังหลังจากมีข่าวที่ออกมาเกี่ยวข้องกับ การเรียกร้องทวงสัญญาที่หน้าทำเนียบ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดแล้วว่าไม่รู้เป็นใคร ไปตกลงสัญญาอะไรกับชาวบ้าน ถ้าจะไปต้องไปในนามความเห็นชอบของรัฐบาล ถ้าจะไป ต้องไปในนามของตัวแทนรัฐบาล สิ่งเหล่านี้มันทำให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งเกิดความสับสนกับผู้นำประเทศที่เซ็นคำสั่งแต่งตั้งระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ไปสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ตามมติความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่แล้วก็บอกว่าการดำเนินการของ ร้อยเอก ธรรมนัสนั้นเป็นบุคคลที่ไม่ใช่คนใน ครม. วันนี้ พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่นทั้งหมดก็เลยไม่สบายใจ เมื่อพี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่นไม่สบายใจ และมีความห่วงใยว่านางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ที่เดินทางมาทวงสัญญาอยู่เพียงคนเดียว ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลนั้นอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย จึงเดินทางเป็นพันกว่ากิโลเมตร เพื่อมาเป็นแรงสนับสนุนว่าการมาทวงสัญญาครั้งนี้ของนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ นั้น ไม่ใช่มาโดยพลการ แต่มาด้วยโดยอุดมการณ์ มาด้วยจุดยืน และมาด้วยสามัญสำนึกของคนจะนะ ว่าพวกเขาไม่ใช่ว่าไม่ต้องการพัฒนา แต่พวกเขาต้องการการพัฒนาที่เป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้น จากกรอบความคิดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ ตำบลของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เขาไม่ต้องการที่จะรับการพัฒนาที่ถูกชี้ หรือถูกกำหนดด้วยองค์กรของรัฐ โดยเฉพาะการพัฒนา ที่ถูกกำหนดขึ้น โดยศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผมกล่าวข้างต้น ก็คือว่า ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคนหนึ่งและท่านประธานคนหนึ่ง และเพื่อนสมาชิก อีกหลายคนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยตอนนั้นเห็นชอบอนุมัติให้มีร่าง พ.ร.บ. ศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมาเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง เพื่อให้เห็นว่าทำไมนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ เด็กอายุ ๑๙ ปี ซึ่งได้พบปะส่วนตัวกับผม ได้คุยกันส่วนตัว ผมบอกว่าผมเริ่มการเมือง สนใจการเมือง สนใจทำงานทางการเมืองปี ๒๕๒๒ เขาบอกว่า ตอนท่านประธานกรรมาธิการสนใจการเมืองนั้น เขาเพิ่งอายุ ๒ ขวบ แต่วันนี้พวกเรา อยู่ในสภาแห่งนี้ เขาอายุ ๑๙ ปี เขากำลังเดินรอยตาม อาจจะเดินรอยตามท่านประธาน ในการทำงานที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น เขาอาจจะเลียนแบบหรือดูแบบอย่าง จากตัวแทนของคนในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่เป็นตัวแทนของเขา ที่จะปกป้อง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเขา เขาจึงต่อสู้ และหลังจากที่มีมาตรการไปจับกุม ดังกล่าวแล้ว เจ็บปวดหรือไม่ครับท่านประธาน น้องไครียะห์ ระหมันยะ และลูกหลาน ของคนจะนะ ซึ่งมายืนอ่านแถลงการณ์ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และประกาศจุดยืนชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่เดินทางกลับ พวกเขาจะไม่หลงกลตัวแทนของรัฐบาลอย่าง ๑ ปีที่ผ่านมาแล้ว ถ้าหากรัฐบาลยังไม่เอาข้อตกลงบันทึกเอ็มโอยู (MOU) ที่ทำกับเขาเมื่อ ๑ ปีที่แล้วมาปฏิบัติ ให้เป็นที่พึงพอใจ พวกเขาประกาศถึงยอมตายเพื่อต่อสู้รักษาผืนแผ่นดิน รักษา สภาพแวดล้อม รักษาวิถีชีวิต รักษาอัตลักษณ์ที่เป็นอัตลักษณ์ที่ผมว่าหาดูได้ยากมาก วันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนได้เดินทางไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากเห็นความเป็น พหุวัฒนธรรม ท่านสามารถไปดูได้ในพื้นที่อำเภอจะนะ มีทั้งพี่น้องชาวพุทธ มีทั้งพี่น้อง ชาวจีน มีทั้งพี่น้องชาวคริสต์ที่อยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นอำเภอจะนะจึงเป็นอำเภอที่มีกลุ่มที่วิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ผมเคยไปดู วิสาหกิจชุมชนที่บ้านคลองเปี๊ยะไปดูเรื่องของสหกรณ์ มีสหกรณ์ยางอยู่ที่จะนะ สามารถ เก็บออมเงินหลายร้อยเป็นเกือบพันล้านบาท ด้วยกำลังของคนในพื้นที่ของอำเภอจะนะ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนได้ชี้แจงในบางประเด็น ผมก็อยากจะชี้แจง ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติในสภานี้ได้รับทราบว่า ในบันทึกข้อตกลง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น เรียกว่าบันทึกข้อตกลง ผลการเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่าง กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับตัวแทนรัฐบาล วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ วันนี้หมายถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นตัวแทนรัฐบาล ในการเจรจาหาข้อยุติเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีข้อยุติร่วมกันดังนี้ ๑. รัฐบาลต้องมีมติยกเลิก มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทุกฉบับ ข้อที่ ๑ ท่านประธาน ที่เขามาทวงสัญญา ตรงนี้ รัฐบาลต้องมีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเมือง ต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทุกฉบับ รวมทั้งยุติ การดำเนินโครงการจะนะเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งหมด ทั้งแก้ไขผังเมืองและการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ทันที นี่เป็นข้อตกลงที่ทำเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม เป็นข้อตกลงที่กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นยอมมาตากยุง ยอมมาตัวเปียก เพราะกลไกของรัฐที่ใช้ไปรบกวน เขามาอย่างสันติวิธี แต่ผมทราบมาว่า มีการใช้รถน้ำไปฉีดในที่นอน ที่พักแรม ที่พี่น้องประชาชนอยู่ ในข้อตกลงนี้ข้อที่ ๑.๑ ก็คือคณะกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องยกเลิก กระบวนการแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร จัดการรูปแบบพิเศษ รับเรื่องนี้ร้องเรียนจากกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นมาศึกษา เรียกทั้งตัวแทน ของศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการ และข้อ ๑.๑ นี้ ตัวแทนเกี่ยวกับผังเมืองนั้นรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้เดินทางมา และล่าสุด เมื่อวานนี้เองหลังจากที่ผมรับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ผมก็ได้เรียก รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมาถามว่า มีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงสีผังเมืองสีเขียวของอำเภอจะนะหรือไม่ ท่านรองอธิบดีผมขออนุญาต ไม่เอ่ยนามต่อท่านประธาน แต่ท่านก็ยืนยันกับพวกผม ต่อคณะกรรมาธิการว่าหลังจาก ๑ ปีที่แล้วกระทั่งถึงวันนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองไม่มีการเปลี่ยนผังเมืองรวมของจังหวัด สงขลาแต่อย่างใด ฉะนั้นเพื่อเป็นการสื่อให้พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น ผมเชื่อว่าวันนี้ คงติดตามรับชมการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในญัตติด่วนนี้ได้รับรู้ว่า การจะเกิด นิคมอุตสาหกรรมจะนะรักษ์ถิ่นหรือไม่ เบื้องต้นมันจะต้องเปลี่ยนสีผังเมืองของอำเภอจะนะ ในพื้นที่ ๓ ตำบล ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม จากพื้นที่สีเขียวให้เป็นพื้นที่สีม่วง เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมอุตสาหกรรมได้ แต่ท่านรองอธิบดีได้บอกว่าและทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนที่ติดตามชมการอภิปรายของผมวันนี้ว่า แม้ว่าผังเมืองที่เป็นสีเขียว เพื่อการเกษตร ก็สามารถที่จะสร้างเป็นโรงงานภายใต้กรอบกำหนดกติกาของผังเมืองได้ แต่มีข้อจำกัดมาก ดังนั้นอยากทำความเข้าใจเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนที่กำลัง รอคำตอบที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไรจากรัฐบาล
ข้อ ๑.๒ หน่วยงานรัฐและเอกชนเจ้าของโครงการภายใต้โครงการเมือง ต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตอำเภอจะนะ จะต้องไม่ดำเนินการกระบวนการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาประเมินผลกระทบ อีไอเอ (EIA) กระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีเอชไอเอ (EHIA) หรือการดำเนินการอื่นจนกว่า กระบวนการตามข้อที่ ๒ จะแล้วเสร็จ นี่ละครับที่ที่เขามาทวงสัญญากับรัฐบาล นี่ละครับ ที่เขามายืนตากแดด มานอนตากยุง มานั่งตากฝน อยู่วันนี้ก็เพื่อต้องการมาทวงสัญญา ตามข้อตกลงที่กระทำขึ้นในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความกระจ่าง เพื่อความถูกต้อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนเข้าใจว่า กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ไม่ใช่กลุ่มประชาชนที่หวังจะมาสร้างความรุนแรง หรือสร้างความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ ของเขตพระนครหรือเขตเมืองหลวงของประเทศ ฉะนั้นผมก็อยากให้ท่านประธาน หรือเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นคำสั่ง ผมเป็นห่วงกลัวว่าจะผิดพลาด ขออนุญาตท่านประธานอ่านคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ ได้ไหมครับท่านประธาน