สฤษฏ์พงษ์ ยื่นญัตติด่วน ตรวจสอบจับกุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ยืนยันการเสนอญัตติด่วนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57-58 รวมถึงความขัดแย้งระหว่างข้อตกลงตัวแทนรัฐบาลกับมติคณะรัฐมนตรีที่สร้างความสับสนให้พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนประมงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างถูกต้อง

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมเห็นด้วย กับท่าน ส.ส. อาดิลันครับ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๕๔ (๑) ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อคิดเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมพี่น้อง ๓๗ ท่านด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านผมคงไม่ใช่เป็น ส.ส. ที่จะมาโหนกระแสจะนะ หรือว่าเห็น ในเรื่องของการพัฒนาทางภาคอุตสาหกรรม แต่ว่าในส่วนของจะนะผมเคยรับทราบและผม ก็มีเพื่อนมีญาติเป็น ผอ. โรงเรียนที่จะนะ สงขลา ผมเคยรับทราบในเรื่องของโรงไฟฟ้า ที่จะนะ และผมไม่เถียงนะครับว่าการพัฒนาประเทศให้เจริญนั้นส่วนหนึ่งในเรื่องของ การสร้างการนิคมก็ดี สร้างโรงไฟฟ้าก็ดีในภาคอุตสาหกรรมก็คงจะมีความจำเป็น แต่สิ่งเหนือ ความจำเป็นอันนั้นก็คงจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ซึ่งในประเด็นนี้ในส่วนของ ตามรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๕๘ ท่านประธานครับ การดำเนินการใดของรัฐหรือรัฐจะอนุญาต ให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน อันนี้ก็คือว่าสำคัญและจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมา ประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ วรรคสอง บุคคล และชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการ ดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ผมคงไม่อ่านทั้งหมด แล้วก็ยังมีมาตรา ๕๗ (๒) ก็ระบุด้วยกันในเรื่องของการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการและใช้ หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลาย ทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชน ในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการ และได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวด้วย ตามที่กฎหมายบัญญัติ อันนี้เป็นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ประเด็นก็มีอยู่ว่าภาครัฐท่านได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระดับใดบ้าง แล้วก็สิ่งที่ประชาชนกังขามา ผมฟังแล้วก็สับสนที่รัฐบาลให้ท่านรัฐมนตรีหรือว่าตัวแทน ของภาครัฐที่ลงไปพบชาวบ้าน รับปากชาวบ้านบอกว่าให้ยุติก่อน แล้วพอกลับมาที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าผลการที่ตัวแทนไปรับปากนั้นกับมติของ ครม. ที่ออกวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมานี้ปรากฏว่ามติของ ครม. ผิดไปจากที่ตัวแทนของรัฐบาลไปรับ แล้วท่านนายก บอกว่าคนที่ไปรับหรือตัวแทนที่ไปคุยนั้นไม่ใช่ ครม. อันนี้ก็ถูกต้องนะครับ แต่สิ่งที่ผมเข้าใจ หัวใจพี่น้องประชาชนนั้น พี่น้องประชาชนเขาเข้าใจไหมครับว่าตัวแทนของรัฐบาลที่ไปคุยกับ พี่น้องประชาชนในข้อความและข้อตกลงนั้นจะเป็นการทำแทนหรือรับรู้กับครม. หรือไม่ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เกิดความไม่เข้าใจกันนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นของผม ผมคงไม่พูดซ้ำตามเพื่อนสมาชิก ๒ ท่านที่ผ่านมา แต่ผมจะพูดในประเด็นที่ว่าในเรื่องของ ความตั้งใจของพี่น้องประชาชน เขาลงทุนค่ารถมาจากจะนะร่วมพันกิโลเมตรมาที่ทำเนียบ รัฐบาล กลางคืนก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ด้วยความหวังว่าจะมาทวงถาม จะมาดูสัญญาว่า ตามที่ตัวแทนของรัฐบาลลงพื้นที่นั้น มีสัญญาตรงไปตามข้อตกลงหรือไม่ ปรากฏว่าพอมาเจอ สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือมีมติ ครม. ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งอันนี้ก็น่าเห็นใจพี่น้องประชาชน ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่จะมาทวงถาม แต่ในขณะเดียวกันนะครับ อันนี้ก็คงจะพิสูจน์กันได้เราจะมาพูดกันว่า การทำอีไอเอ (EIA) การทำอีเอชไอเอ (EHIA) และการทำเอสอีเอ (SEA) ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ ยุทธศาสตร์จะทำถูกต้องโดยชอบธรรม และประชาชนส่วนใหญ่มีขั้นมีตอนในเรื่องของการ แจ้งให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เข้ามาร่วมหรือไม่ อันนี้ผมคงไม่ได้เจาะลึกลงไปในประเด็นนี้ แต่ผมสังเกตเห็นว่าที่อำเภอหาดใหญ่ที่สงขลานั้น นิคมอุตสาหกรรมที่สร้างเอาไว้แล้วนั้นวันนี้ ยังร้างเลยนะครับ วันนี้ยังมีพื้นที่ร้างและไม่สามารถดำเนินการขับเคลื่อนของการนิคม ไม่ว่า จะเป็นของเอกชนหรือของภาครัฐก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน โดยวิถีชีวิตที่อยู่จะนะแล้วก็อยู่ใน ๓ ตำบลในส่วนของ ๓ จังหวัดด้วย ทั้งปัตตานี ทั้งสงขลา ทั้งยะลาอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ วิถีชีวิตเขาทำการประมงนะครับ แต่ถ้าหากว่าจะมาทำเป็น อุตสาหกรรมและบอกว่าพี่น้องเชื่อเถอะครับว่า ถ้าสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแล้วพี่น้อง ที่อาชีพประมงนั้นจะมาทำงานในอุตสาหกรรม แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ทำการประมงอยู่นี่เขาจะมีความเชี่ยวชาญ และมีความประสงค์ที่จะมาทำรับจ้าง เป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมของนายทุนที่จะมาลงทุนต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการ ไม่ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเปรียบเทียบในเรื่องของโรงไฟฟ้าที่จะนะ ผมทราบข่าวว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขาเคยได้ทำหลายรอบแล้ว ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) นั้น ผลสุดท้ายผมทราบว่าการศึกษาของโรงไฟฟ้า เขาถอยนะ เขายอมเขาจะไม่ดำเนินการต่อ แต่ในขณะเดียวกันที่จังหวัดกระบี่ในส่วนตัวผม ผมเห็นด้วยในเรื่องของการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าใช้พื้นที่เดิมที่จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้น ในความเห็นผมที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องนี้ก็ยังมี ๒ มิติมุมมองว่าที่ที่เหมาะสม ผมก็แสดง ความเห็นด้วย แต่ที่ที่พี่น้องประชาชนยังไม่เคยสร้างไม่เคยทำ ผมก็เห็นด้วยกับประชาชน ที่จะนะ อย่างที่กระบี่ของผมเขาใช้ถ่านหินหมดไปตั้งนานแล้วครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ พี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ทนควันของถ่านหินลิกไนต์มาเป็นเวลานาน จนถ่านหินลิกไนต์ หมดแล้วเขาก็ใช้พื้นที่เดิมในการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าแบบใหม่ เราเห็นด้วยในการจะใช้ แก๊สธรรมชาติก็ดีหรือใช้อย่างอื่น แต่ขอให้ศึกษาให้เป็นที่เรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมาย และพี่น้องประชาชนในจังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาตท่านประธาน ยกตัวอย่างให้เห็นว่า ประชาชนเขามีข้อห่วงใย แล้วก็มีหลายพื้นที่หลายแห่งที่ประชาชนเห็นตัวอย่างแล้ว เกิดความกังวล อย่างกรณีที่อำเภอเหนือคลองเกาะฮั่ง ที่จังหวัดกระบี่ มีพี่น้องประชาชน ๑๖๒ ครัวเรือน ๕๐๐ กว่าชีวิต อยู่กันร้อยกว่าปีท่านประธานครับ ไม่มีไฟฟ้าใช้ในขณะที่ ห่างจากฝั่ง ๑ กิโลเมตรเศษ ๆ ห่างจากโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นทรัพยากร ของพี่น้องเขาเพียงสิบกว่ากิโลเมตร และเวลาเขาเดินเครื่องก็เห็นปล่องควันขึ้นล่องลอย และควันก็มาตกอยู่ที่บ้านเขาร้อยกว่าปี วันนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวประมง ในจังหวัดผมกับพี่น้องจะนะเขาก็เป็นพี่น้อง ในส่วนของมุสลิมเขาก็ถึงกัน เขาก็เห็นกันนะครับ เขาก็เป็นห่วงว่า สิ่งที่นายทุนพูด สิ่งที่ภาครัฐพูด แล้วก็จับมือกันโดยเฉพาะในพื้นที่จะนะ ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ของภาคเอกชนและมีการกว้านซื้อ แล้วก็มีการกว้านซื้อราคาต้นทุน ไม่กี่หมื่นบาทแล้วก็มาตั้งราคาขายเป็นหลักล้าน อันนี้เป็นประเด็นที่ผมก็ถือว่า เป็นความชอบธรรมผู้ที่หวังและผู้ที่มองเห็นการณ์ไกลว่า อนาคตล่วงรู้ข้อมูลว่าจะมาทำอะไร เพราะฉะนั้นคนที่รู้ข้อมูลก่อนก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ข้อมูล ก็ไปกว้านซื้อที่ดินกัน ราคาไร่ละไม่กี่หมื่นบาท แล้วก็มาขายนายทุนเพื่อที่จะปั่น สร้างราคาตั้งราคาใหม่เป็นไร่ละ เป็นล้าน ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำเชิงธุรกิจนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมเห็นใจก็คือ พี่น้องประชาชน ๓๗ คน และหนึ่งในนั้นก็คือ มีเด็กเยาวชน ชื่อน้องไครียะห์ที่โดนจับไปด้วย ผมเฝ้าสังเกตแล้วก็ตามประเด็นเท่าที่เพื่อน ส.ส. ในพื้นที่ ที่ใกล้เคียง ท่านณัฏฐ์ชนนก็เป็นห่วงเป็นใย ท่านคุณหมอเพชรดาวก็ไปถามข้อมูลก็เป็นห่วง เป็นใยพี่น้องทางใต้ว่า ประเด็นการจับกุมเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งผมดูแล้วพี่น้องเขามาด้วย ความบริสุทธิ์ใจอยากมาถามข้อมูลแค่นั้นละครับ เรียกว่าไม่ได้ไปขัดขืนอะไรทั้งสิ้น ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา แล้วก็ไปตั้งข้อหาเขาว่ารวมตัวกีดขวางการจราจร แล้วก็เป็นการแพร่ โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า ถ้าเราพิจารณากับม็อบ (Mob) อื่น ๆ อย่างกรณีกับม็อบ (Mob) ที่มาประท้วงโรงไฟฟ้าที่กระบี่มา ๓๐๐ กว่าคนก็ทำเช่นกัน เหมือนกันมาที่ทำเนียบที่เดียวกัน แล้วก็ในที่สุดก็ชนะก็เนื่องจากว่าม็อบ (Mob) เป้าหมาย ที่เขาสั่งมามีผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลังนั้นก็เป็นการชี้เป้าแล้วเขาก็ทำได้ และในที่สุดโครงการ ของการไฟฟ้าในเรื่องของจังหวัดกระบี่ก็ไม่สำเร็จ แล้วก็กลายเป็นโรงไฟฟ้าใช้แก๊สที่จังหวัด นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี อันนี้เช่นกันผมคิดว่าถ้าเราพิจารณาในเรื่องของความทุกข์ร้อน ความเดือดร้อนโดยความตั้งใจ ผมไม่เชื่อละครับว่า พี่น้อง ๓๖ คนจากทางใต้จะนะขึ้นมา ที่กรุงเทพฯ ที่เขานั่งรถกันมาลงขัน ลงเงินเติมน้ำมัน อดหลับอดนอน แล้วก็มาเรียกร้อง เพื่อที่จะรับฟังข้อมูล ผมคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ และเขาไม่ได้มองเห็นอนาคตว่ามาถึงสองทุ่ม สามทุ่มกว่าแล้ว เขาจะต้องถูกจับ และถูกคุมขัง ก็เกิดความลำบากในเรื่องของการที่จะไปหา หลักประกัน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ได้สืบหาข้อเท็จจริงแล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทั้ง ๓๗ คนด้วย ในความเห็นผมแล้ว ผมคิดว่าเขาขาดเจตนาก็ควรที่จะปล่อยเขาไป ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดข้อหาที่หนักเป็นการว่ากล่าว ตักเตือนหรือปรับเป็นโทษไม่กี่บาทอย่างนี้ ผมคิดว่าเราต้องอาศัยพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้าง ตัวอย่างให้เกิดโมเดล (Model) ที่ประชาชนเชื่อถือ ถ้าทางรัฐบาลท่านมีความจริงใจ กับพี่น้องประชาชน ท่านจะไปทำอะไรก็ตามในโครงการที่มีผลกระทบ ไม่ว่าในส่วนของอีอีซี (EEC) ที่มีโครงการลงทุนกันมหาศาล ผมคิดว่าประชาชนคงให้ความร่วมมือแน่นอน ซึ่งตรงนี้ ก็ใช้พื้นที่ตั้ง ๑๖,๐๐๐ ไร่ ๑๖,๐๐๐ ไร่ลงทุนร่วมหลายแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อที่จะต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อเชื่อมโยงกับท่าเทียบเรือ และเชื่อมโยงกับอีอีซี (EEC) นั้นผมคิดว่า วันนี้เรายังมีปัจจัย ที่ไม่พร้อมหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นรัฐบาลในการที่จะทำนั้นก็คงจะต้องเคารพและให้เกียรติ ให้โอกาสในสิทธิหน้าที่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตามพื้นฐานของรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ผมขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ