เบญจา แสงจันทร์ ขอให้รัฐบาลตรวจสอบการสลายการชุมนุมของชาวบ้านจะนะอย่างโปร่งใส และทบทวนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะอย่างรอบด้าน โดยเรียกร้องให้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนจริง พร้อมผลักดันกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ที่มีประชาชนมีส่วนร่วม ให้ระงับโครงการจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น ยกเลิกคดีกับผู้คัดค้าน และทบทวนมติ ครม. เพื่อให้การพัฒนาเป็นธรรม มีความโปร่งใส และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างทั่วถึง
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบกรณีการสลายการชุมนุม ชาวบ้านจะนะหน้าทำเนียบ เมื่อคืนวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ และตรวจสอบความผิดปกติ ของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ครบทุกมิติ และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย โดยให้มีกระบวนการการมีส่วนของประชาชนเข้าไปร่วมอยู่ด้วย โดยทั้งหมดนี้เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรมีมติส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนต่อไปด้วยค่ะ ท่านประธานคะ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะสงขลา หรือเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะนะ ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรง อีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีเยาวชนอายุ ๑๙ ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นลูกสาวทะเลจะนะที่ชื่อว่า น้องไครียะห์มานั่งอยู่หน้าทำเนียบเพียงลำพัง ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อทวงสัญญาที่รัฐบาลเคยให้ไว้เมื่อ ๑ ปีก่อน และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีชาวบ้านมากกว่า ๕๐ ชีวิตได้เดินทางจากจังหวัดสงขลาเกือบพันกิโลเมตร เพื่อเข้ามาร่วมเรียกร้องอย่างสันติ หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยขอให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่รัฐบาลเคยให้ไว้กับชาวจะนะ ในการตรวจนิคมอุตสาหกรรมจะนะด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอกล่าวถึงความเป็นมาของโครงการอุตสาหกรรมจะนะ ที่มีมาตั้งแต่สมัย คสช. เมื่อปี ๒๕๕๙ แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ เพื่อให้ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนรับทราบ โครงการนี้เริ่มต้นจริง ๆ แล้ววันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเรื่องการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต ซึ่งจะลงทุนโดยความร่วมมือของเอกชนรายใหญ่ ๒ รายค่ะ ที่ได้ซื้อที่ดิน ในบริเวณดังกล่าวประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ โดยเอกชนทั้ง ๒ รายจะร่วมกันพัฒนานิคม อุตสาหกรรมบริเวณนี้ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดสงขลา โดยแผนการลงทุน ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะมีโครงการก่อสร้างท่าเรือเพื่อการพาณิชย์ มีการสร้าง รางรถไฟเชื่อมโยงไปที่ท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ และมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานและมีนิคม อุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งโครงการนี้เองที่ส่งผลกระทบกับชายฝั่งทะเลทั้ง ๓ ตำบล คือตำบล นาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอมในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านประธานคะ ข้อสังเกตของโครงการนี้คือ การที่นายทุนกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาใช้ฐานทรัพยากรที่สำคัญ ของพื้นที่ในชายฝั่งทะเล ๓ ตำบลของอำเภอจะนะ ของคนจังหวัดสงขลา โดยจะทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จากแหล่งผลิตอาหารจำนวนมาก เปลี่ยนไปเป็นเขต นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ค่ะ มีข้อสังเกตอย่างนี้ ประชาชนหลายพันครัวเรือนจะต้อง เสียสละแหล่งผลิตอาหารทางทะเลและบนบก สภาพอากาศที่บริสุทธิ์ แหล่งสันทนาการ และแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อแลกกับ ความร่ำรวยของกลุ่มทุนแค่บางกลุ่มเท่านั้นค่ะ มีข้อสังเกตที่ว่าโครงการใหญ่ขนาดนี้ เป็นโครงการฉบับสอดไส้ขายฝัน เป็นโครงการที่นายทุนคิด ทหารดัน และนักการเมือง หาผลประโยชน์จนนำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจของเพื่อนสมาชิก คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ อย่างโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะที่ผ่านมา มีการพบข้อสังเกตที่มีความผิดปกติ หลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจของรัฐบาลและ ศอ.บต. ให้ไปดำเนินการ รวบรัดขั้นตอนโดยอนุมัติโครงการพร้อมกับอนุมัติงบประมาณทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการจัดศึกษา โครงการหรือดำเนินการศึกษาผลกระทบใด ๆ เลย ไม่มีการจัดรับฟังความคิดเห็นโครงการ ก่อนการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และยังสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น ต่างได้ด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหลังจากที่มีการอนุมัติโครงการโดย ครม. แล้ว ได้มีการพยายาม จัดให้มีเวทีชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็น โดยอ้างว่า ศอ.บต. และหน่วยงาน ได้มีความพยายามในการจัดรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เพียงเวที รับฟังค่ะท่านประธาน เพราะมันมีการจัดชี้แจงแต่ผลดีของโครงการและรีบจัด โดยไม่ได้ มีการพูดถึงผลกระทบของโครงการแต่อย่างใดเลยนะคะ โดยในเวทีนี้ผู้ที่สามารถ ที่จะเข้าร่วมเวทีได้ก็เป็นเพียงแค่ผู้นำท้องถิ่นหรือประชาชนที่ได้รับคัดเลือกให้มาร่วมประชุม เท่านั้น แล้วก็ปิดกั้นคนที่เห็นต่างในการที่จะแสดงความคิดเห็นไม่ให้พวกเขาเหล่านั้น ได้เข้าร่วมค่ะ หรือไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนที่ว่าผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ของโครงการนี้คือ กลุ่มทุนเพียงแค่ ๒ กลุ่ม แต่กลับมีการกำหนดให้ ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานของรัฐอาศัยกลไก และอำนาจของการบริหารราชการแผ่นดินและอาศัยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ใช้กลไกขับเคลื่อนด้วยวิธีพิเศษที่ไม่สนใจกฎหมายตามขั้นตอนปกติเลยค่ะ ท่านประธาน โดยต้องการที่จะให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ แล้วอ้างว่าดำเนินการตาม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานคะ กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดให้มี ระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนค่ะ ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ชี้แจงอยู่ค่ะ ซึ่ง ศอ.บต. อาจจะกำลังดำเนิน โครงการเกินอำนาจหน้าที่ของตนเอง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มจนเกินงาม อยู่หรือไม่คะ แล้วการกระทำครั้งนี้เป็นการเอาความเจริญด้านเศรษฐกิจของคนจะนะ และของประเทศ มาเป็นข้ออ้าง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการศึกษาข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่อย่างใดเลย นี่ถือเป็นการส่งเสริมแค่กลุ่มทุนบางกลุ่ม ที่อาจจะไม่ถูกต้องเท่าไรนัก ใช่หรือไม่ ท่านประธานคะ การดำเนินโครงการนี้ภายใต้รัฐบาลหรือภายใต้การดำเนินการ ของ ศอ.บต. เป็นโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต กระทบ ต่อชุมชน กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าข่ายที่เป็นโครงการ รัฐขนาดใหญ่ที่ต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน หรือจัดทำรายงาน อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) และต้องมีการ รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน รวมถึงชุมชนที่มีส่วนได้เสีย ในผลประโยชน์ด้วย เพื่อจะนำมาประกอบการพิจารณาในการดำเนินการ และอีกทั้ง โครงการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่ท่านประธานทราบไหม โครงการนี้ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการใด ๆ ในการศึกษาผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) หรือเอสอีเอ (SEA) ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนตามกระบวนการกฎหมายนี้ ก่อนที่จะมีการอนุมัติโครงการแต่อย่างใดเลย ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการ กำหนดทิศทางในการพัฒนา การมีส่วนร่วมของประชาชนควรจะเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการที่จะจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบกฎหมายผังเมืองร่วมกัน ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดสงขลาต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำ ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนและรัฐ ต้องมาร่วมกันในการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ค่ะท่านประธาน แต่โครงการนี้ ศอ.บต. กลับละเมิดกฎหมายผังเมือง ด้วยการดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดผังเมือง เพื่อให้เกิด โครงการนี้ให้ได้ โดยไม่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนร่วมอยู่ด้วยเลย ท่านประธานคะ ความไม่ชอบมาพากลทั้งหมดนี้ นำมาซึ่งการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนชาวจะนะ ที่เรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ ในการที่จะตรวจสอบโครงการ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยพวกเขาได้เดินทางจากสงขลามาเป็นระยะทางมากว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เพื่อเข้ามาเรียกร้องอย่างสันติ แต่พวกเขากลับถูกการสลายการชุมนุม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล และมีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีถึง ๓๗ คน นั่นนำมาซึ่งการอภิปราย และเสนอญัตติด่วนในวันนี้ เพื่อที่ดิฉันจะส่งข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกไปยังรัฐบาล ให้ดำเนินการตรวจสอบ กรณีการสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักการสากล และตรวจสอบความผิดปกติของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะใหม่ ให้ครบทุกมิติ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยข้อเรียกร้องของดิฉันที่จะเสนอต่อรัฐบาลมีดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ ดิฉันขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการของ ศอ.บต. ในเรื่อง ของกระบวนการและการที่จะเปลี่ยนสีผังเมือง และการจัดการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมให้ครบทุกมิติ
ประการที่ ๒ ดิฉันขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตรวจสอบโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ชุดที่คุณประยุทธ์แต่งตั้งเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ เนื่องจากกลไกดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่เคยตกลงกันไว้
ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องจัดให้มีการศึกษาโครงการในเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) แบบมีส่วนร่วมใหม่ และต้องดำเนินการโดยให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ หรือแม้แต่ต้องมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่ายเข้ามาร่วมด้วย
ประการที่ ๔ ในระหว่างนี้รัฐบาลเองจะต้องสั่งให้ยุติการดำเนินการทุกอย่าง ในโครงการนี้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการตามกระบวนการที่เรียกร้องมาทั้งหมดแล้วเสร็จ
ประการที่ ๕ รัฐบาลจะต้องยุติการดำเนินคดีและแสดงความรับผิดชอบ ต่อพี่น้องชาวจะนะทั้ง ๓๗ คน ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง เป็นผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิง โดยรัฐบาลต้องยกเลิกในการตั้งข้อกล่าวหาพวกเขา และกลับไป ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้กับพวกเขาไว้ พร้อมทั้งชดใช้และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ ๖ ที่ผ่านมา และให้หลักประกันกับการชุมนุมว่า การชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความเคารพ และคุ้มครองด้วยค่ะ
ประเด็นสุดท้ายที่จะฝากค่ะท่านประธาน คือประเด็นผลการประชุมจากมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ ๗ ที่ผ่านมานี้มีมติ ครม. มีรายงานความคืบหน้า ซึ่งมีการดำเนินการ จัดทำแผนแม่บทในพื้นที่และมีการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อรองรับเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ สงขลา ซึ่งมติ ครม. มีความขัดหรือแย้ง กับมติ ครม. ที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ ค่ะ ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนมติ ครม. ดังกล่าวนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ การทำโครงการนี้ที่ส่วนกลางคิด นายทุนทำแต่ประชาชนรับกรรม มีแต่จะสร้างปัญหาและสร้างผลเสียให้กับคนในพื้นที่ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นที่พื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) ที่กว่าเกือบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าโครงการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern seaboard) จนมาถึงอีอีซี (EEC) ได้ทำลายวิถีชีวิต ทำลายธรรมชาติ ทำลาย สิ่งแวดล้อมของคนภาคตะวันออกจำนวนมาก ให้ย่อยยับอย่างมากมายมหาศาลแค่ไหน ท่านประธานคะ ดิฉันยืนยันว่าดิฉันและพรรคก้าวไกลเราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาค่ะ เราไม่เคยต่อต้านความเจริญค่ะ แต่เราอยากเห็นการพัฒนาที่เห็นหัวพี่น้องประชาชน อยากเห็นดอกผลของการพัฒนา มีการจัดสรรแบ่งปันให้กับประชาชนคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ท่านประธานคะ ต่อเรื่องนี้ทำไม เรื่องนี้ดิฉันจะต้องลุกขึ้นมายืนหยัดและอภิปรายเพื่อต่อสู้เคียงข้างพี่น้องชาวจะนะ และสงขลา ทำไมดิฉันต้องออกมาช่วยเซฟ (Save) ชาวจะนะ ทำไมวันนี้พวกเราเองในฐานะ ผู้แทนราษฎรจะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องคนจะนะและทรัพยากรของคนจะนะ นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งค่ะท่านประธาน นี่ไม่ใช่เรื่องของคนชลบุรี นี่ไม่ใช่เรื่องของ คนเชียงใหม่ ไม่ใช่เรื่องของคนเชียงราย ไม่ใช่เรื่องของคนตราดเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของ คนขอนแก่น หรือโคราช หรือคนพัทลุง ภูเก็ตเท่านั้น เป็นเรื่องของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหน แต่ทุกคนสามารถที่จะลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ และทรัพยากรที่เป็นของคนทั้งประเทศ ร่วมกันได้ และนี่คือเหตุผลที่ดิฉันต้องลุกขึ้นมาเพื่อเซฟ (Save) จะนะ แล้วบอกว่า ดิฉันจะส่ง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ยกเลิกมติ ครม. ให้ชะลอโครงการ และกลับไปทบทวนโครงการนี้ก่อนค่ะ และต้องมีการเปิดให้ประชาชนคนในพื้นที่ได้เข้ามา มีส่วนร่วมกับกระบวนการนี้ รับฟังเสียงของพวกเขาค่ะ เชื่อมั่นในพวกเขา และดิฉัน เชื่อเหลือเกินว่าประชาชนทุกคนเห็นด้วยกับการพัฒนา ทุกคนเห็นด้วยกับความเจริญค่ะ แต่ความเจริญจากการพัฒนานั้น จะต้องนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาร่วมกัน ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลหันกลับมาทำกระบวนการการศึกษา ที่รอบคอบและรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางรอบคอบก่อน เพื่อหาบทสรุปอีกครั้ง ให้กับภาคประชาชนที่มาร่วมกันชุมนุมและยืนหยัดเพื่อปกป้องบ้านเกิด ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนี้ร่วมกัน โดยดิฉันจะขอส่งข้อเสนอแนะจากคำอภิปราย ของดิฉันและจากเพื่อนสมาชิกทุกคนในสภาแห่งนี้ให้กับรัฐบาลไปพิจารณาและดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจะนะต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน