รังสิมันต์ ตั้งคำถามความน่าเชื่อถือ รธน. หลังทุจริตในศาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

รังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีทุจริตที่ถูกชี้มูลในสำนักงานศาล พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบ โดยเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลในรายงานอย่างชัดเจนเพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงและตรวจสอบได้

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ตลอดชั่วโมงกว่า ๆ ทุกท่านที่ขึ้นอภิปรายในเรื่องรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครชื่นชมท่านเลยนะครับ แล้วก็ไม่ต้องดีใจนะครับ ผมก็จะไม่ใช่คนแรกที่จะชื่นชมท่าน เพราะว่าผมก็รับอาณัติ จากประชาชนเพื่อมาตั้งคำถาม แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ท่าน เท่าที่ผมอ่านรายงานของท่าน อันนี้ผมไม่คิดว่าควรเรียกว่ารายงาน มันควรเรียกว่าโพรพากานดา (Propaganda) คือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ พูดแต่เรื่องดี ๆ ท่านอยากจะให้เรารับรู้ในฐานะที่เป็นตัวแทน ของประชาชน รู้ว่าท่านดีอย่างไรท่านก็เขียนมา แต่ท่านไม่ได้พูดเลยว่าท่านได้ทำอะไร ผิดพลาดไปบ้าง มีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแผ่นดินอะไรบ้าง ไม่ต้องอะไรอื่นไกลครับ รายงานเล่มนี้เป็นของสำนักศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเลขาธิการคือท่านเชาวนะ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม และต้องเรียนกับท่านประธานครับ ตัวท่านเลขาธิการก็ถูกชี้มูลในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ การทุจริตที่มีการชี้มูลกันเกิดขึ้น มูลค่าไม่เยอะ ๑๓ ล้านบาทเท่านั้น แต่ต้องเรียนกับท่านประธานตามตรงว่า การชี้มูลดังกล่าวมันเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า ถ้าในศาลยังมีการทุจริตคอร์รัปชันกันเกิดขึ้นด้วยเงินแค่นี้ แล้วเราจะเชื่อมั่นการทำหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ท่านประธานครับ กรณีนี้เป็นกรณีที่มีการชี้มูลโดย ป.ป.ช. เป็นกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ ซึ่งพฤติการณ์ตามที่ผมได้อ่านในบันทึกข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. ในรายละเอียดนั้นบอกว่า อย่างนี้ครับ มีการพบถึงความผิดปกติของคุณเชาวนะ ในฐานะเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เช่น มีการแก้ไขร่างขอบเขตงานทีโออาร์ (TOR) ใหม่ โดยให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบลงนามร่างใหม่ที่พวกตนร่างขึ้นมาเอง การส่งมอบขอบเขตงานต่อผู้ซื้อ ใบเสนอราคากันที่หน้าห้องคุณเชาวนะ ทั้งที่ควรกระทำโดยเปิดเผย การกำหนดคุณสมบัติ ผู้เสนอราคาในแบบที่เอื้อให้สมยอมราคากันได้โดยง่าย การให้เจ้าหน้าที่รายงานผลการขาย ใบเสนอราคาต่อตัวเองเป็นระยะ ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่เลขาธิการจะต้องทราบ การร่วมรู้ เห็นถึงการกดดันให้คณะกรรมการตรวจรับทำการตรวจรับให้แล้วเสร็จโดยเร็ว การให้ยกเลิก เวลาของประธานกรรมการตรวจรับที่ได้รับอนุมัติ เพื่อเร่งให้มาตรวจรับให้แล้วเสร็จ หรือการมีส่วนร่วมหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ประธานกรรมการตรวจรับกลับบ้าน ที่ผมพูดมาทั้งหมด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลรัฐธรรมนูญ รายงานเล่มนี้มีไหมครับได้พูดถึงความล้มเหลว ถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นที่น่าอับอายขายหน้าแบบนี้ไหมครับ แล้วถามว่าตัวเลขาธิการของสำนักงานศาล เจอข้อหาแบบนี้ ซึ่งผมไม่สรุปหรอกว่าท่านผิดจริง ท่านอาจจะพิสูจน์ก็ได้ว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ได้ แต่ต้องเรียนตามตรงว่า พอเจอข้อกล่าวหาแบบนี้อย่าว่าแต่จะเข้ามาในห้องนี้เลยนะ กระทั่งเป็นเลขา ผมไม่แน่ใจว่าท่านสามารถที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้อย่างไร ผมไม่ได้พูด ในเรื่องข้อกฎหมาย ใช่ครับ ท่านทำได้ แต่นี่คือการกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชน เขาจะมีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องนับในเรื่องของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่อง ต่าง ๆ ที่มีปัญหาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้วว่า เหมือนคุยกันอยู่คนละโลก เหมือนศาล รัฐธรรมนูญยังอยู่ในยุคของไอซ์ เอจ (Ice age) เป็นโลกยุคน้ำแข็งอยู่เลย ยังมีแมมมอธ (Mammoth) เดินกันอยู่เลยกระมังไม่ต้องพูดถึงแบบนั้น แต่เอาแค่ภายในศาลของท่าน ท่านยังจัดการให้ดีไม่ได้เลย แล้วท่านยังมีหน้ามาตรวจสอบอำนาจของประชาชนได้อย่างไร ภายในของท่านยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย

ทีนี้มาต่อเรื่องการคอร์รัปชันนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ซึ่งกรณีนี้ ป.ป.ช. ก็มีการไต่สวนเมื่อเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรายงานเล่มนี้ก็ไม่ได้ พูดถึงนะครับ คำถามก็คือว่า การคอร์รัปชันแบบนี้ ทำไมท่านไม่ทำให้เรียบร้อยก่อนที่ท่าน มาเจอหน้าสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกเรา แล้วท่านประธานทราบไหมครับ กรณีนี้ไม่ใช่ เป็นกรณีที่พัวพันแค่ท่านเลขาธิการคนปัจจุบันเท่านั้น แต่พัวพันกับอดีตรองเลขาธิการ ท่านหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นลูกน้องของท่านเชาวนะ แต่วันนี้เขาได้ดีครับ น่าเสียดาย เขาเป็น รองเลขาแล้วเขาได้ดี วันนี้เขาเป็นเจ้านายท่านแล้ว แล้วเขาได้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือท่านปัญญาครับ เมื่อท่านปัญญาได้เป็น เป็นได้อยู่ เป็นศาลรัฐธรรมนูญมาประมาณ ๖ ปี ก็ปรากฏว่าท่านปัญญาไม่ถูกชี้มูล ก็อาจจะเป็นคนที่บริสุทธิ์ก็ได้นะครับ ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ ณ วันที่มีการคอร์รัปชันที่เป็นมูลในการกล่าวอ้าง ท่านปัญญาเป็นรองเลขาธิการ ฝ่ายบริหาร ซึ่งทำงานอย่างใกล้ชิด และเป็นคนที่สั่งให้มีการหน่วงเหนี่ยวกักขังเกิดขึ้น ในศาลรัฐธรรมนูญ แต่นั่นละครับประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ อภินิหารทางกฎหมาย มันเกิดขึ้นได้เสมอ ผมก็ไม่รู้หรอกครับโดยตำแหน่งที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ เลยทำให้ท่าน หลุดไปไหม แต่ถ้าผมเป็นท่านเชาวนะ ผมคงอิจฉาท่านปัญญาอย่างมากเพราะท่านถูกชี้มูล แต่ท่านปัญญากลับไม่ถูกชี้มูล ดังนั้นท่านประธานครับ ผมจึงต้องเรียนต่อท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า การอภิปรายของผมทั้งหมดนี้ ผมพูดถึงรายงาน ผมอยากให้รายงาน ได้พูดถึงรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้น เวลาเราเป็นตัวแทนของประชาชน เราอ่านแล้ว เราจะได้รู้ว่าในศาลรัฐธรรมนูญมันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ศาลรัฐธรรมนูญที่เคารพ ที่บอกว่า การชุมนุมของประชาชนเมื่อวันที่ ๑๐สิงหาคมเป็นการล้มล้างการปกครอง เราจะได้ เห็นด้วยว่า คนหน้าตาแบบไหน คนที่มีพื้นฐานแบบไหน คือคนที่ชี้ถูกชี้ผิด แล้วตัดสิน ประชาชนเราจะได้เห็นกัน ขอบคุณครับท่านประธาน