สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง อภิปรายเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลที่ใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับหลักสูตรอบรมหลักนิติธรรมที่อาจส่งผลให้ความยุติธรรมกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายศาลรัฐธรรมนูญ ที่มารายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ สิ่งที่ผมมีส่วนร่วมก็มีประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ อาจจะไม่เยอะนัก แต่ก็เชื่อว่าอาจจะต้องเป็นประเด็นที่เราควรมารับรู้ร่วมกัน ศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะไม่อยู่ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยเรื่องศาล ไม่ได้อยู่หมวด ๑๒ ว่าด้วย องค์กรอิสระ แต่จะอยู่ในหมวด ๑๑ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นก็มีอยู่ว่าทำไม ศาลรัฐธรรมนูญจึงแยกหมวด อันนี้ถ้าท่านเลขาได้ตอบก็จะดี แต่สิ่งที่ผมวิเคราะห์จาก รัฐธรรมนูญนั้นมันจะสะท้อนอยู่ในมาตรา ๓ วรรคสอง เขาบอกว่า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชน ทำไม มาตรา ๓ จึงไม่เขียนคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญไว้ ผมตรวจดูก็พบว่า เหตุที่ไม่ได้บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๓ เนื่องจากในมาตรา ๒๑๐ เขาเขียนแยกอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ก็คือว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือร่างกฎหมาย อันนี้ก็คือกฎหมายหรือร่างกฎหมายไปขัดกับรัฐธรรมนูญไหม

ข้อ ๒ พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหา หน้าที่ และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ

ข้อ ๓ หน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญ

นี่จึงไม่ได้เขียนไว้ในมาตรา ๓ วรรคสอง เพราะว่าในมาตรา ๓ วรรคสองนั้น รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตามกฎหมายด้วย เจตนาจริง ๆ ก็คือมาตรา ๒๑๐ ให้ท่านปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ใครจะขัดแย้งคำสั่งอะไร จะขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญถือว่า ไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ข้อบังคับ การกระทำแม้แต่การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าฝ่าฝืนไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญก็ถือว่าไม่ชอบ คราวนี้ผมมาดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่หน้า ๙๐ ท่านสมาชิกครับ ที่หน้า ๙๐ คือ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ที่ ๕/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามผู้ถูกร้อง ยุบพรรคอนาคตใหม่โดยใช้ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๒ (๓) แล้วก็ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ เพิกถอนสิทธิของผู้บริหารพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ ผมคิดว่าเราจะต้องพิจารณา กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร กฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรา ๕ เราเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใดขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติ หรือการกระทำนั้นเป็นอันไม่ชอบใช้บังคับมิได้ วันนี้เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เขียนให้อำนาจศาลไปยุบพรรคการเมืองได้ เพิกถอนสิทธิได้ ต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ใช้คำว่า อาจจะยุบพรรคหรือตัดสิทธิได้ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ให้อำนาจไว้ ผมมองอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไปใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญก็คือ ทำตัวเป็นรัฐธรรมนูญหรือพูดอีกครั้งหนึ่ง ทำตัว เหนือรัฐธรรมนูญ ผมก็อยากจะได้รับคำชี้แจงนะครับ เพราะว่าไม่มีประโยคใดเลยที่จะเขียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญไปปฏิบัติตามกฎหมายที่เล็กกว่ารัฐธรรมนูญ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผมคิดว่าเมื่อตามหลักนิติธรรม กฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรมีความชัดเจนในตัวเองแล้ว ผู้ร่างก็เขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๓ แล้วว่า ถ้าจะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ การที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเกินกว่ารัฐธรรมนูญนี้ มันส่อไปในทางที่เห็นว่า ทำให้อำนาจ ที่เป็นของประชาชนไปอยู่ในอุ้งมือของท่าน อันนี้คือข้อหนึ่ง

อีกข้อหนึ่งที่ผมมีข้อสงสัยก็คือ ในหน้า ๑๕๗ ท่านมีเรื่อง โครงการอบรม หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ในรุ่นที่ ๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับพิจารณา งบประมาณ เรามีความตระหนักว่า ศาล องค์กรอิสระ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควร จะมีหลักสูตรในลักษณะนี้ แต่ก็พบว่าในปี ๒๕๖๕ ท่านเลขาก็มาขอเงินอีก ๗.๒ ล้าน เพื่อไป อบรมหลักสูตรนี้ เมื่อถามว่าหลักนิติธรรม การธำรงไว้หลักนิติธรรมคืออะไร ท่านก็ตอบ เกือบครึ่งชั่วโมง โดยยังจับประเด็นไม่ได้ ถ้าใครสงสัยน่าจะเป็นนวัตกรรมที่ดีของหลัก นิติธรรม อบรมมา ๘ หลักสูตรแล้ว ๓ ศาลยังตอบไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า สังคมไทยจะดำรงหลักนิติธรรมได้อย่างไรครับ ผมเองก็ขอฝากในปี ๒๕๖๖ ผมขอร้อง ไม่ควรจะมีหลักสูตรที่สร้างความสัมพันธ์คอนเนกชัน (Connection) ขึ้นมา แล้วก็จะทำให้ ความยุติธรรม เป็นสมบัติส่วนตัวของคนที่มีความสัมพันธ์กับศาลครับ ขอบพระคุณมากครับ