ท่านเพชรดาวที่กรุณาติดตามงาน แจงความต่อเนื่องโครงการ สสส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

มีการชี้แจงความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินงานของ สสส. ที่ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องทั้งในด้านการสนับสนุนนโยบายสาธารณะ การร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยย้ำความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ผ่านระบบตรวจสอบภายในและภายนอกที่เข้มงวด ตลอดจนยกตัวอย่างความสำเร็จในการผลักดันนโยบายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แม้บางโครงการอาจไม่ปรากฏในเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการ

ท่านเพชรดาวที่กรุณาติดตามงาน สสส. ต่อเนื่องนะครับ แล้วก็บางเรื่องเอง เราอาจจะยังไม่ได้ใส่ลงไปบ้าง หลายท่านจะสงสัยว่างานนี้ปีที่แล้วอยู่ทำไมปีนี้ไม่อยู่ บางครั้ง เราทำงานต่อเนื่องไปครับ ไม่ได้นำมาเขียนนี่แปลว่าไม่ได้ทำนะครับ ยกตัวอย่างเช่น อีเอฟ เอฟเฟกทีฟ ฟังก์ชัน

(EF : Effective Function) ที่พัฒนามาหลายปีที่ผ่านมายังดำเนินอยู่ครับ แต่ก็ต่อยอดเป็นงานต่าง ๆ ที่อาจจะปรากฏในงานอย่างนี้ เป็นต้น

ท่านสฤษดิ์ที่ให้ตัวอย่างของไทรแองเกิล โมเดล (Triangle Model) หลายท่านเองก็เข้าร่วมให้ข้อมูลของภาคปฏิบัติจริงที่ท่านก็เข้าไปร่วมทำงานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณผ่องศรีที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้เล่าตัวอย่างของงานนายอำเภอร่วมรณรงค์ ปลอดเหล้าที่โพธิ์ศรีสุวรรณ หรือราษีไศล ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ ๑๕๖ อำเภอครับ ใน ๕๘ จังหวัดที่ได้ทำสิ่งนั้น หลายท่านส่วนหนึ่งก็เป็นประจักษ์พยาน ส่วนหนึ่งก็เป็น ผู้ร่วมมือที่สำคัญ ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่หลายท่านอย่างคุณพรรณสิริได้ยกตัวอย่าง งานร่วมมือกันที่สุโขทัย หรือท่านกิตติศักดิ์เมื่อสักครู่พูดถึงที่มหาสารคาม เป็นต้น นั่นเป็น ส่วนสำคัญที่ท่านได้นอกจากรายงานนี้ ท่านได้โยงถึงตัวอย่างจริงที่ท่านได้ร่วมปฏิบัติในพื้นที่ อยู่ครับ

ในอีกหลาย ๆ ส่วนบางเรื่องที่มีคำถามถึงระบบความโปร่งใส ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ สสส. เองก็ให้ความสำคัญนะครับ ถ้าท่านดูในรายงานท่านจะเห็นชัดเจนถึง สสส. เองเป็นระบบที่มีการตรวจสอบกำกับมากมาย ในเรื่องของออดิติง (Auditing) หรือการตรวจสอบ เรามีตั้งแต่ตรวจสอบภายใน โดยมีกรรมการบอร์ด (Board) ที่ตั้ง อนุกรรมการตรวจสอบภายในทำแผนตรวจสอบภายในอย่างเข้มงวดนะครับ รองรับกับการ ตรวจสอบภายนอก โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ในส่วนของการควบคุม เชิงประสิทธิภาพและระบบโดย กพร. แล้วก็คณะกรรมการกองทุนหมุนเวียนของภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สสส. ยังมีบอร์ด (Board) ๒ บอร์ด (Board) ไม่ได้ มีบอร์ด (Board) เดียว อีกบอร์ด (Board) หนึ่งก็คือบอร์ด (Board) ประเมินผล ตั้งโดยคณะรัฐมนตรีโดยตรงเป็น ๒ บอร์ด (Board) คู่ขนานกัน โดยการเสนอของ กระทรวงการคลังครับ ฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้เองก็ได้ริเริ่มการประเมินอย่างต้องเรียกว่า ก้าวหน้า หลาย ๆ อย่าง หลายอย่างจะเป็นผู้นำในการที่จัดพัฒนาระบบประเมิน อย่างเช่น เคพีไอ (KPI) การประเมิน สสส. ไม่ได้มีเคพีไอ (KPI) ชุดเดียวที่วัดเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) แต่ในส่วนของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล มีกรอบธรรมาภิบาลอยู่ และมีตัวชี้วัดเกือบร้อยตัวที่ประเมินทุกปี แล้วก็ได้คะแนนที่ทุกท่านเห็นอยู่ในรายงาน ๙ เศษ ๆ เต็ม ๑๐ นะครับ แล้วก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ นอกจากนั้นเองเราก็มีส่วนของการ ที่ประเมินโดยไอทีเอ (ITA) ของ ป.ป.ช. ค่าดัชนีของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ซึ่งก็ได้ระดับเอ (A) มาอย่างต่อเนื่องครับ เหลืออีก ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็น เอเอ (AA) ในส่วนนั้นเอง พาร์ต (Part) ที่หลายท่านสงสัยเรื่องว่าการเปิดเผยข้อมูล เราได้ ๑๐๐ คะแนนเต็ม ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ท่านอาจจะตรวจสอบได้จากระบบข้อมูลของเราทั้งในหน้าเพจ (Page) ได้เลย นะครับ

ทีนี้ส่วนสำคัญก็คือเรื่องของการที่อาจจะพูดถึงงานที่ทำ แล้วก็เครือข่ายที่มี ในเครือข่ายที่ท่านยกขึ้นมาในเรื่องเกี่ยวกับบุหรี่ ที่จริงท่านคงเห็นว่านั่นคือเครือข่ายที่ทำงาน อย่างกว้างขวาง แล้วเราก็ใส่ลงไปในรายงานอย่างเปิดเผยนะครับ ถ้าดูภาพรวมจะเห็นว่า มีเรื่องของภาคีเครือข่ายด้านวิชาการ ตั้งแต่ที่ศูนย์วิชาการก็ดี สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็ดี ราชวิทยาลัยหรือว่าแพทยสภา แพทย์สมาคมต่าง ๆ งานที่มีส่วนของภาคสังคมที่ขับเคลื่อน มีองค์กร มูลนิธิต่าง ๆ มีงานด้านองค์กรภาครัฐ แม้แต่ชื่อของกรมควบคุมโรคต่าง ๆ เหล่านั้น ฉะนั้นพอเอามาขึ้นผังก็อยู่ในผังนั้นทั้งหมดเลยครับ ทั้งหมดเขียนอยู่ในนี้ ตั้งแต่กรมควบคุมโรค มีชื่อท่านอนุทินอยู่ตรงนั้น ท่านอื่น ๆ อีกนะครับ ฉะนั้นทั้งหมดเป็นเครือข่ายที่ทำ อย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อเชื่อมงานนโยบายกับงานวิชาการ แล้วก็งานขับเคลื่อนสังคม ซึ่งก็เป็นยุทธศาสตร์ของ สสส. นะครับ

ในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเราก็ทำเหมือนเรื่องอื่น ๆ เราก็ใช้วิชาการนะครับ วิชาการ ของเราไม่ใช่วิชาการที่เจาะจงตายตัว รายชื่อของสถาบันวิชาการต่าง ๆ ที่ออกมาสนับสนุน เรื่องของการยังคงแบน (Ban) บุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นนักวิชาการที่ท่านคงรู้ว่า ใครไปซื้อก็ไม่ได้ องค์กรที่ออกมามีตั้งแต่แพทยสภา แพทยสมาคม ราชวิทยาลัยแทบจะทุกราชวิทยาลัย รวมถึงราชวิทยาลัยอุรเวชซึ่งเป็นแพทย์โรคปอดโดยตรง เป็นต้น นักวิชาการด้านอื่น ๆ ฉะนั้นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้างานวิชาการมันเยอะจริงครับ ต้องเรียกว่า เป็นหลักหลายพันที่มีทั้งโพร (Pros) ทั้งคอน (Cons) ต่าง ๆ แล้วก็ข้อยุติ ณ ขณะหนึ่ง ๆ ก็จะออกมาโดยองค์กรที่มีอำนาจที่จะต้องดูแลตรงนั้น ซึ่งไม่ใช่ สสส. นะครับ สสส. เอง เป็นเพียงผู้สนับสนุนครับ ในภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคหรือว่า คณะกรรมการชาติที่กรมควบคุมโรคเป็นเลขา คณะกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติ คคยช. ชื่อองค์กรราชวิทยาลัยและแวดวงต่าง ๆ ก็ได้ตัดสินใจที่จะแบน (Ban) หรือว่ายังไม่ให้บุหรี่ ไฟฟ้าเป็นบุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศไทย เข้าใจว่าข้อมูลเองมันมีความซับซ้อนหลายอย่าง แล้วการพิจารณาจะเปิดให้ประเทศรับผลิตภัณฑ์นี้มา มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เพียงแค่ว่า ถ้าหากมันอันตรายพอ ๆ กันกับบุหรี่ก็ให้มันมาขายด้วยกันอย่างนี้ เป็นต้น แต่มันยังมีมิติ ของการที่ว่า นี่คือผลิตภัณฑ์ที่เราจะเสพนิโคตินชนิดใหม่เข้ามาสู่ประเทศ แล้วก็บางประเทศ ที่เริ่มไปก่อนแล้วก็ให้ตัวอย่างที่เราต้องพิจารณา อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาเอง การสูบบุหรี่ ไฟฟ้าที่พอเริ่มต้นจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ การสูบในเยาวชนขึ้นไปถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แล้วก็มีข้อมูลที่ชัดว่า ทำให้เขานำประชากรไปสู่การสูบบุหรี่มากขึ้นด้วยมีผลิตภัณฑ์ทางเลือก ที่เข้ามาที่ไม่ใช่ไปทดแทนหรือไปลดนะครับ ฉะนั้นข้อมูลพวกนี้มีการเอ็นดอร์ส (Endorse) โดยองค์กรอย่างองค์การอนามัยโลก ซึ่งก็สรุปภาพใหญ่ออกมาหรือองค์การยูเอ็น (UN) ถ้างานวิชาการจะไปแก้ไขหักล้างอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องอนาคตที่ผมคิดว่า ทุกท่านที่เป็น นักวิชาการคงเข้าใจดีว่า เราใช้วิชาการตัดสินในแต่ละช่วงเวลาได้ ถ้าเรามีข้อมูล มีจริง ที่มากขึ้น แต่ในส่วนนี้เองนโยบายประเทศไทยปัจจุบันเป็นอย่างนั้นอยู่

ในบางคำถามสงสัยว่า บทบาท สสส. ในรายงานเล่มนี้ต่างจากหน่วยงานอื่น ที่เขาก็ทำงานนะ เช่น กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ จริง ๆ ส่วนนี้ สสส. เป็นผู้สนับสนุน งบประมาณ สสส. ที่หลายท่านพูดว่าเยอะ ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายภาครัฐเพื่อสุขภาพ งบประมาณของ สสส. มีสัดส่วนแค่ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ งบประมาณแผ่นดินก็คือน้อยกว่า ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน ฉะนั้น งบประมาณส่วนนี้เอง เราจะต้องพยายามใช้เกิดกระบวนการที่เป็นประโยชน์มากกว่า จะไปใช้จ่ายให้บริการโดยตรง ฉะนั้น สสส. เองจะต่างจากกระทรวง ทบวง กรมจำนวนมาก ที่ให้บริการกับประชาชน หรือไปซื้อครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้าง งบ สสส. จะได้ไม่เป็นส่วนนั้น เราพยายามจะเป็นน้ำมันหล่อลื่นไปขับเคลื่อนกระบวนการต่าง ๆ หลายท่านยกตัวอย่างว่า ส.ส. จะเป็นโซ่ข้อกลางที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ เข้ามาหาแล้วก็ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ ส่วนนั้น ก็น่าจะเป็นบทของเราที่ชัด ยกตัวอย่างเรื่องของความปลอดภัยทางถนนที่ท่านเอ่ยถึง สสส. เริ่มบทนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ นะครับ ร่วมเชื่อมคนที่ทำงานเยอะแยะเลย แต่ว่าตอนนั้น งานวิชาการชี้เลยว่า ส่วนประกอบทั้งหมดไม่ได้ประกอบร่างกันเป็นเหมือนวงออร์เคสตรา (Orchestra) ต่างคนต่างเล่น จากชุดผลักดันนโยบายนั้นทำให้เกิดศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยถนนขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๔๖ ด้วยมติ ครม. เท่านั้นเอง ก่อนจะผลักดันไปเป็นส่วนของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๕๒ แล้วก็เป็นโครงสร้าง ที่ท่านจะเห็นการทำงานต่าง ๆ เหล่านี้ บทของ สสส. เป็นน้ำมันหล่อลื่นส่วนนั้น เมื่อเกิดนโยบายภาพรวมที่เป็นวงออร์เคสตรา (Orchestra) แล้ว การผลักดันให้เกิดจริง ในระดับพื้นที่เราก็มีหน่วยงานพี่เลี้ยงที่ไปเชื่อมองค์กรหลัก ๆ อย่างน้อย ๕ กระทรวง ที่ทำงานในพื้นที่ที่เรียกกันว่า ๕ เสือ ในชื่อพี่เลี้ยงที่หลายท่านก็รู้จักในพื้นที่ว่า สอจร. ก็ทำให้ งานออร์เคสตรา (Orchestra) วงย่อยในพื้นที่ต่าง ๆ ขับเคลื่อนมากขึ้น ท่านจะเห็นตอนนี้ว่า เราลงไปถึงระดับตำบลสู่ตำบลปลอดภัย เป็นต้น บทบาทเหล่านี้ สสส. เองก็พยายามทำ

แล้วก็ในเรื่องใหม่ที่เมื่อสักครู่ท่านมานพพูดถึง หมอกควัน เราเองก็เข้ามา รับโจทย์นี้เต็มตัวครับ ใน ๓ ปีข้างหน้าเราจะมีแผนที่ชัดเจนขึ้นที่จะทำให้เป็นโซ่ข้อกลาง เชื่อมงานไม่ว่าจะเป็นภาคนโยบาย เราพูดถึงกฎหมายที่อาจจะต้องมีกฎหมาย ตอนนี้ เรียกชื่อเล่นว่า กฎหมายอากาศสะอาด ที่ทำให้โครงสร้างทั้งหมดมีประสิทธิผลมากขึ้น มีการขับเคลื่อน ทำนองสภาลมหายใจของหลาย ๆ จังหวัดที่จะจับมือกัน หรือต้นแบบ ของโครงการอย่างห้องเรียนสู้ฝุ่น ซึ่งขณะนี้ก็ได้เริ่มทำตัวอย่างไปแล้ว เป็นต้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เกิดศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนเพื่อป้องกันและแก้ไขมลพิษทางอากาศ เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาเลย แล้วก็จะรวบรวมนักวิชาการทั้งหมด สังเคราะห์ทิศทางที่จะเดิน ไปข้างหน้า เป็นต้น เราก็ยังทำเรื่องเหล่านี้นะครับ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ตัวอย่าง ให้คำชี้แนะในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเราขอรวบรวมไว้ทั้งหมด

มีคำถามถึงเรื่องเชิงการตรวจสอบนิดหน่อย มี ๒ กรณีที่ถูกถามก็คือ เรื่องของคดี สสส. ชนะคดีเจ้าหน้าที่ที่มีการทุจริตแล้วก็มีการเรียกเงินครับ ประมาณ ๑ ล้านบาท คิดว่าอยู่ในบังคับคดี เขาก็ยังไม่มีสตางค์นะครับ ก็กำลังจะบังคับให้เกิดการ อาจจะยึดทรัพย์ หรือว่าทำตามกระบวนการบังคับคดีไปนะครับ

เรื่องของบริษัทเอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ นี้ก็เป็นเรื่องของการสร้างอาคาร อันนี้เป็น ๑ ใน ๓ ของผู้รับเหมาก่อสร้าง แล้วก็ถ้าศัพท์ของทางเราก็คือทิ้งงาน ก็ทำให้ ต้องหาผู้รับเหมาเจ้าอื่นมาสร้างแทน และในส่วนที่เขาทิ้งไปเราก็ยังไม่ได้จ่ายสตางค์ เขาก็เลยฟ้องร้อง ตอนนี้เรื่องอยู่ในศาล แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ ภาพรวมวันนี้ ก็ขอขอบคุณทั้ง ๑๙ ท่านที่กรุณาให้คำแนะนำต่อเรา แล้วก็จะรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมด มาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นในปีต่อไป ขอบพระคุณครับ