กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในองค์กร สสส. โดยเชื่อมั่นในวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมจริยธรรม และเรียกร้องให้รับข้อร้องเรียนมาสู่การแก้ไขเชิงระบบเพื่อป้องกันความเสื่อมเสียขององค์กร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นรายงาน สสส. สานพลังสร้างชีวิต วิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ๓๔๐ หน้าของ สสส. ฉบับนี้ผมถือว่า มีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการสุขภาพของประเทศไทย ก็ต้องขอชื่นชมให้กำลังใจทีมงาน สสส. ทุกท่าน แต่ประเด็นที่จะมาหารือแล้วก็มาอภิปรายก็คือว่า สสส. คือการนำภาษีบาป มาใช้เพื่อสร้างสุขภาวะ ตอนนี้เรายกระดับมาถึงจนได้รับรางวัล ก็ขอชื่นชมและขอแสดง ความยินดีที่การประชุมองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ ๑๔๘ ได้ประกาศให้ สสส. ประเทศไทย ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน (Nelson Mandela for Health Promotion) ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลระดับโลก ซึ่งถือว่าคนไทยเราเป็นการใช้ภาษีบาป แล้วภาษี ของคนไทยมาใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างดียิ่ง ผมเชื่อแล้วผมก็ชื่นชมในกระบวนการ ของ สสส. นะครับ แต่กระบวนการที่เราทำมาผมคิดว่าเราต้องกลับมาคิดอีกครั้งหนึ่งว่า ทำอย่างไรเราจะดีกว่านี้ ทำไมเราจะเบรกทรู (Breakthrough) เข้าไปในระดับที่มากกว่านี้ ให้มันได้ผลได้มากกว่านี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการทบทวนประเด็นต่าง ๆ ผมว่า มีความสำคัญ แล้วก็ในส่วนของผมเองก็ต้องบอกว่า ผมมีประสบการณ์ตรงเพราะว่า ผมเคยเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม แล้วก็ทำงานร่วมกับ สสส. มา ๑๐ กว่าปี แล้วก็เคยเป็นถึงวิทยากรให้กับ สสส. ด้วยในโครงการประเพณีปลอดเหล้าต่าง ๆ นะครับ
ในส่วนของเทศบาล ผมเองเชื่อว่าพอผมเข้าไปด้วยความที่เราเข้าใจ กระบวนการคิดของ สสส. เราก็ให้เจ้าหน้าที่ของเราทำโครงการ โดยเฉพาะประเพณี ปลอดเหล้าของเทศบาลมหาสารคามมีลอยกระทงปลอดเหล้า สงกรานต์ปลอดเหล้า ซึ่งแต่ก่อนสงกรานต์อุบัติเหตุเยอะ ของผมนี่ถนนข้าวเม่า ปลอดเหล้าปลอดภัย ซึ่งถือว่า ได้รับความสำเร็จมาก ตอนนี้งานศพงานอะไรต่าง ๆ ของมหาสารคามไม่มีเหล้า ซึ่งถือว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของคนไทยมามาก แล้วก็แม้กระทั่งบุญบั้งไฟของเราก็ปลอดเหล้า โครงการน้ำมันเก่าแลกน้ำมันใหม่ ซึ่งของเทศบาลเมืองมหาสารคามก็ถือว่า เราไม่ได้ใช้เงิน เราใช้หัวใจทำ ก็คือเอาน้ำมันเก่า ๓ ขวด ไปแลกน้ำมันใหม่ ๑ ขวด น้ำมันเก่าเราไม่ใช่เอาเงิน ของเราไปซับซิไดซ์ (Subsidize) เราเอาน้ำมันเก่าไปขายเพื่อทำไบโอดีเซล (Biodiesel) ซึ่งอันนี้ก็ไม่ได้ใช้เงิน แต่ใช้กระบวนการในการคิดที่จะทำให้เกิดความยั่งยืน เรียกว่าเทศบาล ผมเรียกว่าเป็นเฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policy) เรียกว่า ทุกวัฒนธรรม ทุกนโยบายของเทศบาล มีวัฒนธรรมสุขภาพอยู่ในทุกนโยบาย ซึ่งอยากบอกว่าท้องถิ่น จากตัวอย่างเทศบาลเมืองมหาสารคาม ท้องถิ่นคือหัวใจ เพราะว่ามีความสำเร็จ มีงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราจะขับเคลื่อนในวิถีใหญ่ ๆ มันเหมือนสามเหลี่ยม เขาเรียกภูเขา เรื่องของผู้นำ เราก็เอาผู้นำจากเทศบาล จากผู้นำภาคประชาชนต่าง ๆ เข้ามาให้ข้อคิด ให้นโยบายของ สสส. เรามีองค์ความรู้ที่ดีอยู่แล้ว แล้วเราก็สร้างภาคีเครือข่าย ซึ่งเรามี ที่ท่านบอกมีน้ำมันหล่อลื่น งบกองทุนคือน้ำมันหล่อลื่นที่ทำให้กระบวนการการสร้างเสริม สุขภาพไปสู่ความสำเร็จ แล้วองค์ความรู้ ผู้นำ แล้วก็ภาคีเครือข่ายทำอย่างไรมันจะบาน ไปทั่วทั้งเรียกว่า ๕,๐๐๐ กว่าแห่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ซึ่งผมอยากให้การใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ ซึ่งกว่านายกรัฐมนตรี กว่าคนสำคัญจะเข้าใจนโยบายผมคิดว่าท่านต้องน็อกดอร์ (Knock Door) ไปคุยกับท่าน นายกรัฐมนตรี ผู้บริหาร แล้วก็เพื่อขยายความคิด แล้วก็เอาเขามาทำงานให้เรา เพราะเขา จะทำงานเพื่อประชาชนของเขา
ในประเด็นที่จะเพิ่มเติมเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ครอบคลุมแล้วก็งดงามดี แต่ประเด็นผมเพิ่มเติมก็คือ เรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง ผมเจอชาวบ้านเยอะ พอดีเราเป็นหมอเขาก็มาปรึกษา เดี๋ยวก็เรื่องนั้นเรื่องนี้ ส่วนใหญ่มันเกินจริง แล้วมันทำให้คน เสียประโยชน์ เสียประโยชน์จากอะไรครับ ๑. เขารักษาหลงทาง เป็นเบาหวาน เป็นความดัน ไม่กินยาแล้วไปกินอะไรก็ไม่รู้แล้วไม่ไปหาหมอ พอไม่ไปหาหมอ ความดันก็ไม่วัด เบาหวาน ก็ไม่ตรวจ จนไตพัง จนเส้นเลือดในสมองแตก ถึงมารู้ว่าเขาหลงทางนะครับ
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคอะไรที่เขาบางทีสิ้นหวัง บางทีกระบวนการพวกนี้จะมาโฆษณาชวนเชื่อ ไปทำอย่างนั้นสิ ไปกินอย่างนี้สิ แล้วราคาก็เกินจริง ทำให้เกิดความหลงเชื่อ ก็อยากให้ทาง ส.ส. เอาประเด็นนี้ ไปสร้างภาคีเครือข่าย เพื่อจะแก้ไขในเชิงระบบให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องกฎหมายการเจริญพันธุ์ ผมเป็นสูติแพทย์ เคยเป็น หัวหน้าแผนกสูตินารีเวชของโรงพยาบาลมหาสารคาม แต่ก่อนมหาสารคามท่านประธานครับ เป็นจังหวัดเยาวชน เป็นจังหวัดนักศึกษา มีอัตราการทำแท้งเรียกว่าเยอะในอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เรียกว่าหมอเรากลัว เราไม่ได้กลัวเรื่องทำแท้งอะไรเรากลัวคนตาย จากการทำแท้ง แล้วเรื่องการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายมาแล้วว่า สภาเพิ่งออกกฎหมายไปเมื่อต้นเดือนมกราคม เรื่องการทำแท้งที่ถูกกฎหมายก็จะมี กระบวนการคิด แล้วก็ให้ครอบคลุมให้มากขึ้น ก็อยากฝากว่าอันนี้ผมเห็นในหน้า ๑๖๑ อยู่ ก็อยากให้ขยายเรื่องของกระบวนการการทำแท้ง นิดหนึ่ง คือการเซฟเซ็กซ์ (Safe sex) คือป้องกันก่อนนะครับ ๒. ถ้ามีการตั้งครรภ์ ที่ไม่พึงประสงค์ ต้องมีการเคาน์เซลิง (Counseling) มีการแนะนำที่ได้ถูกกระบวนการ ผมคิดว่า ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทางภาคีเครือข่ายก็ต้องทำให้อย่างรีบเร่งนะครับ เพื่อให้เข้าถึงเด็กและเยาวชน แล้วก็ของคนไทย ตอนนี้ประเด็นของเยาวชนดื่มมากขึ้น ก็อยากเป็นประเด็นท่านด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายคือเรื่องความโปร่งใส ผมเชื่อนะครับในดีเอ็นเอ (DNA) ของ สสส. เรื่องของวัฒนธรรมองค์กรที่พวกท่านเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วเรื่องกระบวนการความโปร่งใสอยากให้รับ คือการทำงานมีปัญหาอยู่แล้วนะครับ แต่เอาปัญหานั้นรับข้อร้องเรียนนั้นมาสู่การแก้ไขในเชิงระบบ แล้วก็อย่าให้องค์กรของเรา เรียกว่าเสื่อมเสียจากเรื่องพวกนี้ ก็ขอให้กำลังใจชาว สสส. ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ