คารม พลพรกลาง หารือผลการดำเนินงานของ สสส. โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างข้อมูลสถิติการดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลงกับสภาพจริงในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้เข้าดูแลปัญหาการดื่มสุราในครัวเรือนอย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม อีกทั้งเสนอให้ สสส. จัดซื้อหมวกกันน็อกแจกจ่ายประชาชนและนักเรียนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อลดอุบัติเหตุจราจรในพื้นที่ชนบท รวมถึงตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนทั้งสองคดี ทั้งที่สิ้นสุดและที่ยังดำเนินอยู่ โดยเน้นย้ำการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดการบริหารที่ "มามืดแต่ไปสว่าง"
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ผมขออนุญาต อภิปรายเพื่อเป็นข้อสังเกต และเพื่อเป็นประโยชน์ในการที่กองทุน สสส. มารายงานต่อสภา ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนปวงชนชาวไทย ผมมีเรื่องที่สนใจอยู่เพียงแค่ ๒ เรื่อง แล้วมีคำถาม และข้อคิดเห็นที่จะฝากอยู่สัก ๑-๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือตามรายงานฉบับนี้พูดถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ที่สถิติลดลง ผมออกพื้นที่ทุกสัปดาห์ แล้วพรุ่งนี้ก็กลับพื้นที่บ้านผมที่สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ที่ผมเห็นครับท่านประธาน ท่านผู้รายงานครับ การติดสุราเรื้อรัง โดยเฉพาะสุรา ๔๐ ดีกรี บ้านผมตำบลหัวโทน ไปบางทีก็สะท้อนใจครับ เจอ ส.ส. ก็ขอสุรา ไม่ใช่ สสส. นะครับ เจอ ส.ส. ก็ขอเหล้า แล้วก็ขออย่างอื่น แล้วการที่ดื่มสุรา ท่านประธานที่เคารพ คนจนดื่มสุรา กับคนรวยดื่มสุราแตกต่างกัน ไม่ดีเหมือนกัน แต่คนจนดื่มสุรา ถ้าอยู่ ๒ คนท่านประธานครับ ผัวกับเมียอยู่ สามีติดสุรา ครอบครัวนั้นแทบจะไม่มีงาน ผมเห็นแล้วก็เวทนา แล้วผมมีคำถาม กับชีวิตคนเป็น ส.ส. ว่าแล้วบ้านเมืองจะไปได้อย่างไร ถ้างานก็ไม่มีแล้วดื่มแต่สุรา เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า สสส. ควรจะเข้าไปดูแลเป็นครัวเรือนให้ดี ให้ลดให้ได้ นี่คือคำถามแรก และข้อฝาก
ประเด็นต่อไปในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคมนาคม เป็นรองอนุกรรมาธิการ ความปลอดภัยทางถนน ท่านมีตำบลความปลอดภัย ท่านประธานครับ ผมคนบ้านนอก ผมเห็นสัมผัสชัดเจนคือบ้านผม บ้านตากแดดชื่อมันแปลก ๆ ครับ เสียชีวิตในเขตหมู่บ้าน หรือ อปท. เยอะมากท่านผู้มาชี้แจง แล้วก็ที่เสียเยอะ ก็คือ ๑. ไม่ใส่หมวกกันน็อก (Knock) ๒. ก็คือป้ายจราจรมันไม่มี ในนี้ท่านบอกว่าในรายงานฉบับนี้นะครับ ในหน้า ๓๓ หมวกกันน็อก (Knock) ในเขตเมืองสวมถึง ๘๓ เปอร์เซ็นต์ ในเขตชนบทหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เวลาเรามีโรคอุบัติใหม่โรคโควิด (COVID) เราซื้อแมสก์ (Mask) แจกได้ ยืนแจกเลย ส.ส. ไม่ใช่ สสส. ก็แจกเหมือนกัน แต่ว่าทำไม สสส. ซึ่งดูแล เรื่องสุขภาพ ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกเขาได้ไหม ท่านประธานครับ ผมเป็น กรรมาธิการคมนาคม จัดสัมมนากรรมาธิการมีงบประมาณที่ให้ซื้อกระเป๋าได้ ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกไม่ได้หรือครับ อันนี้ประหลาดมาก เพราะฉะนั้นฝาก สสส. ว่าท่านไปคุย อบต. ที่เขาเพิ่งเลือกตั้งเข้ามาใหม่ สำรวจเลยครับ ข้อมูลมันมีอยู่แล้วครับ คนไหนที่ไม่มี หมวกกันน็อก (Knock) ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกเลย อบต. ในประเทศไทย ของผมก็ อบต. หัวโทน ห้วยหินลาด จำปาขัน บ่อพันขันอะไรแล้วแต่ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซื้อให้เขาเลย เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบ้านผม อำเภอโพนทรายเขตติดกัน เด็กนักเรียน ๓ คน ขับรถชนรถเกี่ยวหญ้าเสียชีวิตหมด ไม่ใส่หมวกกันน็อก (Knock) สักคน ผมก็ถามว่าเงินภาษีบาปหรือไม่บาปก็แล้วแต่ เอาไปใช้เรื่องนี้ได้ไหม เพราะเหตุว่าการที่ ครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตลงมันไม่ใช่แค่คนหนึ่งหายไป มันบั่นทอนสุขภาพ ผมทั้งทำคดี มาโดยอาชีพเดิมที่เป็นทนายความ แล้วมาเป็นนักการเมือง มองประเทศคนละมิติ ท่านผู้มา ชี้แจง เงินนี้เงินมาจากอะไรก็แล้วแต่ ถ้าท่านเอามาสร้างสังคม อุบัติเหตุถ้าจะเทียบกับโควิด (COVID) คนละเรื่อง อุบัติเหตุตอนนี้เริ่มแซงโควิด (COVID) อีกแล้ว ผมอยู่ในอนุกรรมาธิการ และเป็นในกรรมาธิการคมนาคม เรารับทราบและรับรู้ดีมากว่า ความเสียหายจากอุบัติเหตุ เยอะมาก ผมเลยมีข้อเสนอแนะว่า ณ วันนี้เพื่อบันทึกให้ประชาชนที่ฟังอยู่ว่า สสส. ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ผมเช็ก (Check) ราคามาแล้ว ให้กับ อบต. ให้กับนักเรียน ให้เขาได้ใช้ มันก็ไม่เท่าไร เงินงบท่านปี ๒๕๖๓ ๓,๕๕๐ ล้านบาท อันนี้ก็เรียน ฝากด้วยความเคารพว่า อย่างนี้สิครับถึงจะใช้เงินให้มันเป็นประโยชน์ในการปกป้องสังคม ในการสร้างท่านรู้ไหมท่านประธานครับ สถิติประเทศไทยคนเกิดต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ต่อปี เรื่อยมา แล้วคนตายจากอุบัติเหตุ จากโรคมะเร็งจากโน่นจากนี่ปีละเท่าไร คนมันน้อยลง เราถึงต้องพึ่งแรงงานพม่า เราถึงต้องพึ่งแรงงานต่างประเทศ ถ้าไม่ดูแลเรื่องนี้เราจะมีคนน้อย ไปเรื่อย ๆ อันนี้ก็เรียนฝากแล้วสอบถามด้วยทำได้ไหม
ประเด็นที่จะฝากสอบถามท่านอีกสักเล็กน้อย ในหน้า ๒๗๗ ในฐานะเป็น นักกฎหมาย คดีที่อดีตเจ้าหน้าที่ สสส. ยื่นฟ้องกองทุน คดีเสร็จไปตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๙ ฟ้องที่ปี ๒๕๕๕ คดีนี้เสร็จแล้วอยู่ในหน้านี้ สอบถามท่านว่าท่านเขียนว่า คดีนี้สิ้นสุดแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์ ฎีกาอยู่ระหว่างบังคับคดี อันนี้เป็นเงินของกองทุน ผมพยายามอ่านนะครับ ในเวลารวดเร็ว แต่ถ้าผมไม่เจอก็ขออภัยถ้ามีเนื้อหารายละเอียด แต่ผมเห็นว่าท่านไม่ได้ มีอะไรชี้แจง ช่วยตอบนิดหนึ่งว่ามันบังคับคดีไม่ได้ เพราะเหตุผลอะไร หรือว่ามันหนี้สูญแล้ว อันนี้คือคำถามที่ ๒ แล้วกัน
คำสุดท้ายในหน้าเดียวกันนี้ กรณีที่บริษัทแอลเอ็น ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องกองทุน กองทุนผู้ถูกฟ้องที่ ๑ แล้วก็บริษัทเอสแอล ผู้ฟ้องที่ ๒ อยู่ในนี้ อยู่แล้วนะครับ คดีดำที่ ๖๑๒/๒๕๕๙ ฟ้อง ๒๕ ล้านบาท สอบถามว่าคดีนี้อยู่ในระหว่าง การสู้คดีกันนี้มันเป็นเรื่องอะไรถึงต้องฟ้อง อันนี้เงินที่เราต้องบริหารด้วยความโปร่งใส แม้ว่ามาจากภาษีบาป ในเวลาที่จำกัดนี้อยากเรียนท่านครับว่า เงินที่ได้มาไม่สำคัญหรอกครับ จะมาจากไหน สำคัญที่ว่าเงินที่ได้มานั้นเราไปใช้ในการสร้างบ้านเมืองอย่างไร สร้างประเทศ ให้มันเดินไปถูกต้องอย่างไร มันมามืดแต่ไปสว่างได้ครับ ไม่ใช่มามืดแล้วไปมืด จึงฝากท่าน ประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงว่า ผมอยากให้ใช้เงินในหลักการมามืดแต่ไปสว่าง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ