ปกรณ์วุฒิ ตั้งข้อสังเกต สสส. ค้านบุหรี่ไฟฟ้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตั้งข้อสังเกตต่อท่าทีของ สสส. ที่คัดค้านการถูกกฎหมายของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด โดยชี้ว่ามีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ขัดแย้งกับข้อสรุปของ สสส. และเรียกร้องให้มีการพิจารณาข้อมูลอย่างเปิดกว้างด้วยหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของทั้งสองฝ่ายว่าอาจได้รับอิทธิพลจากทุนข้ามชาติหรือการล็อบบี้จากฝ่ายตรงข้าม

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับรายงาน สสส. นะครับ สสส. มาสภาหลายครั้ง วันนี้ก็เป็นครั้งแรก ที่ผมได้อภิปรายในรายงานของ สสส. เรื่องที่ผมจะพูดเป็นหัวข้อที่ผมคิดว่า ผ่านมาสัก ๒-๓ ปีหลังนี้ ในสังคมค่อนข้างมีความเห็นที่แยกออกเป็น ๒ ทางอย่างชัดเจน ก็คือมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ในเรื่องนี้ สสส. ก็ดูว่าจะมีความเห็นที่ยืนยันกระต่ายขาเดียวมาตลอดเวลา คือการต่อต้านไม่ให้มีการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เปิดมาดูในรายงานก็ค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่ในหน้าที่ ๑๓ ก็บอกว่ามีการสำรวจความเห็น พบว่ากลุ่มนักศึกษา ๑ ใน ๓ คน อยากลองบุหรี่ไฟฟ้า และเกือบครึ่งหนึ่งมีความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ แบบมวน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดนี่คือการฟันธงอย่างชัดเจน และเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ สสส. พูดนั้นเป็นความจริง ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่านำข้อเท็จจริงจากที่ไหนมายืนยัน หรืออย่างในหน้า ๑๕ ก็มีการบอกว่า งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าผลการศึกษาพบว่า บุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูบและไม่ช่วยการลดการสูบบุหรี่ แต่กลับทำให้เกิดนักสูบ หน้าใหม่ และจะนำไปสู่การสูบบุหรี่มวนเพิ่มขึ้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าเอามาจากงานวิจัยไหนบ้าง แต่สิ่งที่ผมมั่นใจก็คือ สสส. พูดความจริงไม่หมด เพราะจริง ๆ แล้วทั้งโลกนี้ก็มีงานวิจัย อีกหลายงานที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ สสส. บอก อย่างเช่น งานวิจัยที่ผมคิดว่าน่าจะถูกพูดถึงบ่อย ๆ ก็คืองานวิจัยของเอ็นเอชเอส (NHS) ที่บอกว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถึงตอนนี้สหราชอาณาจักรกำลังศึกษาเพื่อใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำให้ผู้ที่ติดบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้ และนี่ก็เป็น ข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่ผมได้รับรู้มาจากข้อมูลของผู้ใช้จริง มิตรสหายของผมหลาย ๆ ท่าน รอบตัวสูบบุหรี่กันมาตั้งแต่วัยรุ่น และเขาก็บอกว่าเมื่อมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ในระยะเวลาหนึ่ง ถึงทุกวันนี้เขาไม่สามารถกลับไปสูบบุหรี่จริงได้อีกแล้ว เพราะเขารู้สึกเหม็นมาก แต่อันนี้ ก็เป็นจำนวนประชากรค่อนข้างเล็กคงจะพิสูจน์อะไรไม่ได้ ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรโลก ทั้งหมด ผมก็แค่แชร์ (Share) ให้ฟังว่ามันก็มีเรื่องราวอีกมุมหนึ่ง และมีงานวิจัยอีกหลายงาน ที่ สสส. ไม่เคยกล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย หรืออย่างเคส (Case) ที่เกิดกับผู้ป่วยปอดอักเสบ ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าประเภทที่เป็นเวป (Vape) จำนวนนับพันรายในสหรัฐตอนนั้น ข่าวค่อนข้างใหญ่ หลังจากการสอบสวนพบว่าเป็นไปได้สูงที่กรณีนี้น่าจะเกิดจากสารอื่น ที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปในบุหรี่ไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตบางรายที่พอไม่ได้มีการควบคุม เราก็ไม่สามารถ ทราบได้ว่าเขาใส่สารอะไรลงไปบ้างในน้ำยาต่าง ๆ แล้วสารนั้น อย่างเช่น วิตามินอี แอซิเตต (Vitamin-E acetate) ที่ผสมอยู่ในอุปกรณ์ที่ดัดแปลงเพื่อสูบกัญชา รวมถึงทีเอชซี (THC) ซึ่งถ้าหากมีการควบคุมมันก็จะสามารถทราบได้ว่า ในน้ำยามีสารอะไรผสมอยู่บ้าง แล้วถ้าเราลองนับสถิติปัจจุบัน ประเทศที่ห้ามถ้าดูข้อมูลจากศูนย์ธรรมาภิบาลนานาชาติ ในการควบคุมยาสูบปัจจุบันมี ๓๕ ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และมีประเทศที่ควบคุม บุหรี่ไฟฟ้า ขายได้ตามกฎหมายแต่อยู่ภายใต้การควบคุม ๗๓ ประเทศ ผมย้ำนะครับว่า ในโลกนี้ไม่มีประเทศที่เปิดเสรีบุหรี่ไฟฟ้า และไม่เคยมีใครเรียกร้องให้เปิดเสรีบุหรี่ไฟฟ้า มีแต่คนที่รณรงค์ให้มีการควบคุมเก็บภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรการที่เหมาะสม ในการควบคุมไม่ให้เข้าถึงเยาวชน ไม่ต่างจากบุหรี่มวน ไม่ต่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ สสส. ก็เอาเงินภาษีเหล่านั้นมาใช้ปีหนึ่งเป็นหลายพันล้านบาทเทียบเท่าหน่วยงานระดับ กระทรวงในทุก ๆ ปี แล้วการควบคุมสิ่งที่ทำให้เราควบคุมได้มันก็มีหลายอย่าง ทั้งการกำหนด อายุขั้นต่ำ การควบคุมผลิตภัณฑ์ ปริมาณ การควบคุมสารนิโคตินหรือสารต่าง ๆ ความปลอดภัย ความสะอาด บรรจุภัณฑ์ การขออนุญาตก่อนจำหน่าย การเก็บภาษี และการจัดประเภท ให้อย่างถูกต้อง ท่านประธานครับ ผมไม่เถียงครับ แล้วผมก็ยอมรับว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ต่อสุขภาพ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วผมก็ไม่ได้ฟันธงว่า ประเทศไทยจะต้องนำเข้าบุหรี่ จะต้องอนุญาตให้มีการนำเข้าบุหรี่และมีการควบคุมอย่างถูกกฎหมาย ผมไม่ได้ฟันธงเช่นนั้น แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ เมื่อโลกเรามันมีสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ที่เป็นทางเลือก สิ่งที่เราต้องทำ คือการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน นำผลวิจัย นำการศึกษามาถกเถียงกันบนเหตุผล ที่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วมาดูวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น จะทำอย่างไรไม่จูงใจให้เยาวชน มาทดลอง อย่างเช่น ควบคุมการแต่งกลิ่นในน้ำยา บางประเทศก็ทำแบบนี้ ห้ามแต่งกลิ่น ในน้ำยา ไม่ให้มีการจูงใจผู้ที่อยากสูบก็คือผู้ที่อยากได้รับสารนิโคตินจริง ๆ การศึกษาการวิจัย สารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดจากเครื่องมือในการสูบ เช่น โลหะหนักต่าง ๆ เป็นต้น นี่คือวิธีที่ถูกต้องครับ ทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ยกงานวิจัยของฝ่ายเดียวขึ้นมาพูด แล้วบอกว่างานวิจัยอื่นที่เป็นบวกกับบุหรี่ไฟฟ้า หรือที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ตนพูดนั้นได้รับทุน จากทุนข้ามชาติที่ได้ประโยชน์ นี่เป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ มาถึงตรงนี้ผมก็ต้องสอบถาม ถึงความโปร่งใสของ สสส. อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า มันจริงหรือไม่ที่มีการให้ทุน งานวิจัยต่าง ๆ โดยที่คัดเลือกจากหัวข้อวิจัยที่เป็นลบกับบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น บางงานวิจัย ที่พยายามจะวิจัยอย่างเป็นกลางว่ามันมีการฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) ได้หรือไม่นั้น ก็ไม่ได้รับทุน แต่งานวิจัยที่เหมือนแทบจะสรุปผลมาตั้งแต่ขอทุนว่าจะศึกษาถึงอันตราย ของบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้รับทุน นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ผมอยากจะให้มีการเปิดเผยโครงการงานวิจัย ที่มาขอทุน และโครงการงานวิจัยที่ได้รับทุนครับ

แล้วสุดท้ายผมก็อยากจะถามครับว่า งานวิจัยต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นบวกกับ บุหรี่ไฟฟ้าได้เงินจากทุนข้ามชาติ ๗๐ กว่าประเทศที่อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าขายได้ตามกฎหมาย เขาได้รับทุนจากบริษัทเหล่านี้ไหมหรือเขาถูกล็อบบี (Lobby) จากบริษัทเหล่านี้ไหมครับ ซึ่งถ้าท่านคิดว่าเป็นเช่นนั้น ผมก็ต้องถามครับว่า สสส. ที่ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าขณะนี้ถูกล็อบบี (Lobby) จากใครครับ ขอบคุณท่านประธานครับ