สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงความคืบหน้าการถ่ายโอนบริการสาธารณสุขในภูเก็ตและการพัฒนาเมดิคัลฮับที่หาดไม้ขาว พร้อมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพอาเซียนภายใต้รูปแบบพีพีพีและโครงการเอ็กโปสเปเชียลไลซ์ โดยเน้นการปรับปรุงระบบสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 11 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวผ่านการพัฒนาบริการแพทย์ฉุกเฉินและการเชื่อมโยงหน่วยงานในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอตอบคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านรังสิมันต์ โรม ว่าขอบคุณท่านมีความสนใจ และเข้าใจปัญหาเป็นอย่างดีของทั้งภาพรวมจังหวัดภูเก็ต สำหรับคำถามที่ ๒ นี้ผมไม่แน่ใจว่า เหลือเวลาเท่าไร อาจจะเหลือประมาณ ๓-๔ นาที การถ่ายโอนจะเสร็จประมาณไม่เกิน เดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๕ หรืองบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งอันนี้ท่านสบายใจได้ว่าภูเก็ตโอนย้าย ไปครบเกือบทั้งจังหวัด ๒๑ รพ.สต. ในส่วนของแผนการจัดการระบบสาธารณสุขที่จังหวัด ภูเก็ตเขามีแผนการจัดการอยู่แล้วของท้องถิ่นที่ทำร่วมกับทางจังหวัด บังเอิญทางท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเองและท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการผม ไปเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ได้มาปรึกษาทุกเรื่องและท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนจะทำอะไรก็ได้ให้คำปรึกษากัน ผมก็ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขก็ได้กำหนดแนวนโยบายและให้ความรู้ เขากำหนดแผนของเขาอย่างชัดเจน แน่นอนที่สุดครับ มีสิ่งที่ท่านต้องการทั้งหมดและจะขอเรียนว่าในส่วนของเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) นี้มีความคืบหน้าที่ผมพยายามที่จะให้เชื่อมโยง เพื่อที่จะเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ตรงหาดไม้ขาว อันนั้น ครม. สัญจรได้อนุมัติตรงนั้นจะเป็นเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นหลังโควิด (COVID) ซึ่งขณะนี้ได้ของบ รัฐบาลเป็นงบกลาง งบเงินกู้ ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิดก็ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้าน จะมีเริ่มต้น ด้วยการทำรั้ว แต่ว่าในตัวพื้นที่ขณะนี้กรมธนารักษ์ก็ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนการจะเชื่อมโยงกับการที่เราจะขอเป็นเจ้าภาพเอ็กโป สเปเชียลไลซ์ (Expo Specialized) ซึ่งเดิม ครม. ก็ยังจะไม่รับพิจารณา ผมนี่ละครับเป็นคนที่หยิบยกขึ้นใน ครม. สัญจร แล้วจน ครม. สัญจรยอมรับที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเราก็บอกว่าถ้าเราจะเสนอ ตัวเป็นเจ้าภาพนี้ เราจะต้องได้งบประมาณตรงนี้ที่จะต้องมีสถานที่จัดเพื่อไปเสนอตัว แข่งกับสหรัฐอเมริกา ครม. สัญจรเลยอนุมัติตรงนี้ แล้วก็จะเดินหน้าเพื่อที่จะขับเคลื่อน เมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ให้เกิดขึ้นจริงแล้วก็รองรับโอกาสที่นั่น ส่วนแผนการบริหาร จัดการ ทางทีมภูเก็ตจริง ๆ ท่านสาธารณสุขนิเทศเคยเป็นสาธารณสุขนิเทศในเขตนั้นนะครับ ก็รับทราบว่าแผนที่เขาเสนอมานี้จะเป็นแบบ พีพีพี (PPP) ถ้าให้ระบบราชการไปทำอาจจะ เป็นปัญหาได้ แต่ว่า พีพีพี (PPP) นี้จะต้องนำไปสู่คณะกรรมการ พีพีพี (PPP) ซึ่งอันนี้ ก็จะเดินหน้าต่อไป ที่ภูเก็ตเขามีแผนนี้ เขามีศูนย์พัฒนาระบบบริการสุขภาพชาวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพอาเซียน (ASEAN) อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาคมอาเซียน (ASEAN) ด้านการสาธารณสุข อันนี้ ก็จะเป็นการยกระดับให้ภูเก็ตเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะเป็นเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ หรือการบำบัด หรือการผ่อนคลายที่นักท่องเที่ยวเดินทางมา ตรงนั้นจะเป็นจุดที่สำคัญในการดูแล วชิระภูเก็ตก็จะเป็นแม่ข่ายใหญ่ของโรงพยาบาลชุมชน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าตองถลาง พวกนี้ก็จะเดินหน้าคู่กันไปกับเรื่องของการส่งเสริมป้องกัน แต่ว่าเราก็จะดูแลการรักษาให้กับพี่น้องชาวภูเก็ตและให้สร้างความเชื่อมั่น
สุดท้ายผมพยายามที่จะปรับเปลี่ยนเขตสุขภาพที่ ๑๑ ซึ่งเป็นเขตที่ต้อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว มีพังงา กระบี่ ถ้าผมจำไม่ผิดมีตรังด้วย ถ้าผมจำไม่ผิด เวลาได้งบประมาณในแต่ละเขตไปหารกันแต่ละจังหวัดและไปทำโรงพยาบาล ต่อไปนี้จะต้อง มีการพิจารณาแบบใหม่ว่า ทำอย่างไรจะไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เพราะโซน (Zone) นี้เป็นโซน (Zone) พิเศษจะต้องเป็นสาธารณสุขทางทะเล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้คนที่มาเที่ยว ไม่ว่าจะมาเกาะลันตา ไม่ว่าจะไปที่เกาะสมุยหรือว่าในพื้นที่ที่เป็นโซน (Zone) ๑๑ นี้ พูดง่าย ๆ นักท่องเที่ยวที่พังงาถ้ามาที่กระบี่ ถ้ามาปั๊บจะได้เห็นภาพว่า ระบบสาธารณสุขสร้างความเชื่อมั่นให้กับเขาได้ ยกตัวอย่างเช่นที่ลันตา ผมกำลังจะให้ไป ปรับปรุงหรือไปเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาล รพ.สต. ที่นั่น เพราะว่าเกาะลันตาเล็ก ๆ มีนักท่องเที่ยวไปปีละ ๑ ล้านคน มีรายได้ประมาณ ๑ แสนล้านต่อปี ถ้ามี รพ.สต. เล็ก ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ หรือถ้ามีเหตุฉุกเฉินต้องรีเฟอร์ (Refer) ไปที่จังหวัดนี้ อันนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปสร้างภาพความเชื่อมั่นว่า ถ้ามันต้องรีเฟอร์ (Refer) การรีเฟอร์ (Refer) ควรจะเป็นเครื่องบินหรือไม่ ต้องร่วมมือกับใครได้อย่างไร และเฮลิคอปเตอร์เครื่องบิน ต้องร่วมมือกับเอกชนหรือว่ากองทัพต่าง ๆ ที่มีเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้ว หรือว่าจุดจอด การบริหารงานระหว่างเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวกับพื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาล ที่จะต้องใช้ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินไปเป็นเจ้าภาพในการจัด ในการ วางแผนร่วมกัน ในอนาคตก็จะเห็นเขตสุขภาพที่ ๑๑ เป็นเขตสาธารณสุขทางทะเล ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ด้วย ก็ขอเรียนชี้แจงท่านรังสิมันต์ โรม ครับ