ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แสดงความยินดีต่อการอภิปรายของ ส.ส. และเรียกร้องให้สภาพิจารณาผ่านร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. โดยยกตัวอย่างกรณีความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ถูกจำคุกและประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิจากการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนประชาชน ผู้ริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งของ คสช. นะครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่เราได้รับฟังการอภิปรายของ ส.ส. หลายท่านจากหลายพรรคการเมืองในวันนี้แล้ว ก็ต้องขอแสดงความรู้สึกว่าดีใจแทนพี่น้องประชาชนทุกคนที่มีผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่นนี้นะครับ เท่าที่ฟังมาในวันนี้เราฟังด้วยความสบายใจมากนะครับ แม้ว่าเราจะได้ศึกษา เตรียมข้อมูลแล้วก็ทำการบ้านเกี่ยวกับปัญหาของประกาศคำสั่ง คสช. เหล่านี้มาเป็น เวลานาน นานกว่า ๗ ปีนะครับ แต่วันนี้เรามาแล้วเราไม่ได้ยินคำถามหรือข้อสงสัยให้เราต้อง เหนื่อยในการชี้แจงหรือว่าต้องไปทำการบ้านเพิ่มแต่อย่างใด เพราะว่าท่าน ส.ส. ทั้งหลาย ต่างก็ได้ตระหนักถึงปัญหาของประกาศ คสช. และการคงอยู่เอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งน่าจะ ตระหนักดีกว่าพวกเราในหลาย ๆ แง่มุม ไม่ว่าจะมีข้อเสนอจากประชาชนมาถึงมือท่านใน วันนี้หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านก็พร้อมที่จะทำการเพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งที่เป็นปัญหาเหล่านี้ อยู่แล้วนะครับ เท่าที่ฟังมาในวันนี้เราไม่ได้ยินข้อโต้แย้ง ข้อคัดค้านความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือว่าเหตุผลอะไรเลยที่ท่านใดจะลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. เอาไว้พิจารณาในวาระต่อไป ดังนั้นถ้าหากว่ามีการลงมติแล้ว มีท่านใดลงมติไม่รับ พวกเราก็คงทำความเข้าใจได้ลำบาก จริง ๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามการประชุมสภาอยู่ในวันนี้ก็คงไม่สามารถจะเข้าใจได้ ว่าท่านที่ลงมติไม่รับนั้นเป็นไปด้วยเหตุผลอะไร ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ในขณะที่เรากำลังประชุมอยู่ในวันนี้ คุณสมพิศ แท่นนอก เกษตรกรที่ทำไร่มันสำปะหลัง ในที่ดินที่เขาเชื่อว่าเป็นที่ดินของตัวเองอยู่ในเรือนจำ เขาเป็นเกษตรกรจากบ้านซับสะเลเต ตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ที่ถูกพิพากษาให้จำคุก ๒ ปี จากนโยบาย คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔ และฉบับที่ ๖๖ ที่บังคับใช้อย่างเข้มข้นในช่วงยุค คสช. ชาวบ้านเขา ไม่รู้หรอกครับว่าภาพถ่ายจากดาวเทียมของทหารจะตีเส้นตรงไหนเป็นเขตป่า ตีเส้นตรงไหน เป็นพื้นที่ที่ทำกินได้ แต่เขารู้เพียงว่าเขาต้องทำมาหากิน เขาต้องปลูกพืชผล เขาต้องหา รายได้ และที่ตรงไหนที่เขาเห็นว่าเป็นที่ที่เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิดเขาก็จะทำตรงนั้น ถ้าหาก ว่าร่างที่เราเสนอในวันนี้ถูกปัดตกไปโดยไม่มีเหตุผลอะไรมาอธิบาย ก็เท่ากับเป็นการหลงลืม ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณสมพิศ เท่ากับเรามองข้ามเขาไปนะครับ เมื่อปี ๒๕๑๘ คุณสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ถูกทหารจับกุมไปเข้าค่ายทหารเป็นเวลา ๗ วัน ด้วยอำนาจตาม คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ โดยไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม แล้วไม่รู้ว่าเกิด อะไรขึ้นกับเขาบ้างในเวลา ๗ วันนั้น เมื่อเขาออกมาจากค่ายทหารเขาเปิดเสื้อให้เราดู พบเป็นรอยแผลฟกช้ำเป็นรอยจ้ำแดง ๆ ที่ลำตัวและขา เขาบอกว่าเขาถูกชอร์ต (Short) ไฟฟ้าและถูกบังคับให้รับสารภาพ แต่เขาไม่รับสารภาพ เขาเชื่อว่าไม่ทำอะไรผิด และยังคง ต่อสู้คดีจนถึงวันนี้ และยังไม่มีคำพิพากษา ถ้าหากว่าร่างที่เราเสนอกันวันนี้ถูกปัดตกไป โดยไม่มีเหตุผลอะไรมาอธิบายก็จะเป็นการมองข้าม และหลงลืมความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น กับสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน
เมื่อปี ๒๕๕๘ อีกเช่นกัน คุณแหวน ณัฏฐธิดา มีวังปลา ถูกทหารบุกไปจับกุม ที่บ้านด้วยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ๓/๒๕๕๘ เช่นเดียวกัน ถูกเอาตัวไปเข้าค่ายทหาร ๗ วัน ถูกค้นมือถือ ยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ และถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีตามมาตรา ๑๑๒ หาว่า เธอส่งไลน์ (Line) เป็นข้อความบางอย่าง และถูกเอาตัวขึ้นศาลทหารตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่ศาลทหารเธอไม่ได้ประกันตัว มีกระบวนการพิจารณาคดีที่ล่าช้า เธอถูกขังโดยยังไม่มีคำพิพากษาอยู่เป็นเวลา ๓ ปีครึ่ง โดยศาลสั่งพิจารณาเป็นการลับ ไม่สามารถมีใครเข้าสังเกตการณ์การพิจารณาคดีของเธอได้ จนเมื่อคดีโอนกลับมาที่ศาลปกติ ศาลปกติใช้เวลาอีกไม่นานพิจารณาคดีและพิพากษาให้ยกฟ้อง เพราะว่าไม่มีหลักฐาน ที่จะพิสูจน์ความผิดของเธอได้ ถ้าหากว่าเรารีบปัดตกข้อเสนอในวันนี้ไปก็เท่ากับเรามองข้าม และหลงลืมความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณแหวน ณัฏฐธิดา ในการพิจารณาคดีที่ศาลทหาร
ท่านประธานครับ ข้อเสนอที่เรานำมาสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เราเสนอให้ ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ๓๕ ฉบับที่เราติดตามศึกษาแล้ว และเราเห็นว่าเป็น ประกาศคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะคงอยู่ไว้อย่างมากที่สุดอย่างชัดเจนที่สุด พวกเรา ในฐานะประชาชนธรรมดา เราเคยอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ประกาศคำสั่งเหล่านั้นเป็นใหญ่ ในประเทศ จนถึงวันนี้เราเห็นว่ามันควรจะต้องถูกยกเลิกไปทั้งหมดได้แล้ว แต่เราไม่ได้ มีเจตนาที่จะต้องยึดติดกับ ๓๕ ฉบับนี้เท่านั้น อาจจะมีฉบับอื่น ๆ ที่เป็นปัญหา และเราไม่ได้ เสนอมาด้วยในครั้งนี้ เราก็อยากจะฝากท่าน ส.ส. ที่อาจจะมีความรู้ความสามารถมากกว่า เราช่วยพิจารณา หรืออาจจะมีบางฉบับที่เราเสนอมา แต่ถูกยกเลิกไปแล้วในระหว่างทาง ระหว่างที่เราทำกิจกรรม ระหว่างที่เรารณรงค์และรอคอยการพิจารณาในวันนี้ ก็ฝากท่าน ส.ส. รับไปพิจารณาด้วยเช่นกัน เราหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ในการหยิบเอาประกาศและคำสั่งของคณะรัฐประหารมาศึกษาทบทวนดูในรายละเอียดว่า ฉบับใดที่สมควรที่จะยกเลิกหรือแก้ไข หรือถ้ามันจะต้องคงไว้ จะต้องคงไว้ด้วยเหตุผลอย่างไร ผมเข้าใจว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังมากเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่ยากจนเกินไปสำหรับสภา ผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งหลังการรัฐประหาร และเราคาดหวังว่านี่จะเป็นภารกิจ ธรรมดา ๆ สำหรับ ส.ส. ที่เข้าสู่สภาแห่งนี้หลังจากการรัฐประหารทุกครั้งที่จะต้องทบทวนและหยิบเอา ประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะพาระบบกฎหมาย ระบบ การปกครองของเรากลับสู่ระบอบปกติ คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และปกครองด้วยกฎหมายที่ออกโดยตัวแทนของประชาชนที่มีความชอบ ธรรมเท่านั้นนะครับ พวกเราจึงคาดหวังครับว่าจะไม่มี ส.ส. ท่านใดที่ถืออำนาจฝ่าย นิติบัญญัติอยู่ตอนนี้ที่กำลังทำหน้าที่ออกกฎหมายจะปฏิเสธการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจ ของคณะรัฐประหารในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ