ณัฐวุฒิ บัวประทุม เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เหลือ 16 ฉบับ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเรียกร้องให้สภาพิจารณากฎหมายที่กระทบสิทธิอีกกว่า 400 ฉบับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ผมขออนุญาตที่จะสรุปร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ในนามของนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ และพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรค อนาคตใหม่กว่า ๖,๓๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เหตุที่ผมเลือกที่จะใช้คำนั้น เพราะเป็นคำที่อยู่ในญัตติที่ได้มีการยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรกับเพื่อนสมาชิกพรรคอนาคต ใหม่อีกกว่า ๘๐ ท่าน เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๒ แน่นอนครับเราเสียดาย ที่ร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่มีการเข้าชื่อเสนอโดยตัวแทนประชาชน เสนอโดย พี่น้องประชาชนหลายฉบับนั้นถูกใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่าที่ควรจะเป็นในการที่จะได้รับ การพิจารณาในสภาที่มาจากตัวแทนประชาชนแห่งนี้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทั้ง ๒๓ คน และเพื่อนสมาชิกพรรค ฝ่ายรัฐบาล ๑ คนที่มีส่วนในการอภิปราย และผมเองมีความเห็นที่คล้อยตามกับตัวแทน ประชาชนคุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ที่เห็นว่าเกือบทั้งหมดหรืออาจจะเรียกได้ว่าทั้งหมด ทั้งมวลนั้น เห็นด้วยว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นมีปัญหาทั้งในเชิงเทคนิคในการ ออกกฎหมาย ในเชิงสภาพบังคับ และในเชิงที่ไม่มีความจำเป็นที่จะยังมีผลอยู่ และผลนั้น ไปละเมิดต่อสิทธิของพี่น้องประชาชน ผมอาจจะใช้สถานการณ์และเวทีแห่งนี้ครับ ส่งกำลังใจไปให้อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ ในฐานะผู้ริเริ่มและเป็นตัวแทนของประชาชนกว่า ๑๒,๐๐๙ คนที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับประชาชน แน่นอนครับ จำนวนรายชื่อ ที่เข้าชื่อนั้นมากกว่านั้น แต่สภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ๔๐๐ กว่ารายชื่อที่ตกหล่นไปนั้น อาจจะมีคุณสมบัติหรือความไม่ครบถ้วนของในเอกสาร ทราบว่าท่านอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ ตั้งใจที่จะมาเสนอในสภาแห่งนี้ด้วยตัวของท่านเอง ในยามที่วัยของท่านชราภาพลงมาก พอสมควร แต่ไม่อาจมาที่สภาแห่งนี้ด้วยปัญหาทางสุขภาพได้ ท่านประธานครับ หากเรานับ ระยะเวลาของการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ ถ้าลูกผมเกิดเมื่อวันนั้น วันนี้ลูกผมจะมีอายุ ๗ ปี ถ้าเด็กที่อายุ ๗ ปีเมื่อวันนั้น วันนี้เขาจะมีอายุ ๑๔ ปี ถ้าเขาอายุ ๑๔ ปีเป็นวัยที่เรียกว่าเด็ก ไม่ใช่เป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง วันนี้เขาจะบรรลุนิติภาวะที่อายุ ๒๑ ปี แต่ถ้าเขาอายุ ๒๑ ปีในวันนั้น วันนี้เขาจะเริ่มเข้าสู่วัยความเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ก็คือ ๒๘ ปีและมากกว่านั้น แน่นอนเพราะผมไล่ช่วงอายุไปเรื่อยสำหรับพวกเราที่อายุ ๔๐ กว่า เราก็ผ่านการรัฐประหารมามากกว่า ๕ ครั้ง แน่นอนครับ ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการ รัฐประหารเมื่อตุลาคม ปี ๒๕๑๙ เมื่อปี ๒๕๒๐ เมื่อกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๔ เมื่อ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนมีระยะเวลาการครองอำนาจของผู้นำ ในการรัฐประหารที่มิได้ยาวนานนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าคำสั่งและผลพวงที่เกิดขึ้นจากการ รัฐประหารหรือการยึดอำนาจในทุก ๆ ครั้งยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางประชาธิปไตย ของประเทศไทย และที่สำคัญคือการส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน คนเล็ก คนน้อย อย่างที่คุณยิ่งชีพได้กรุณาเอ่ยชื่อมา ขณะเดียวกันสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ ณ ขณะนั้นยกร่างในการนำเสนอ ๔ มาตราของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมด้วยบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติมีตัวประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอยู่ทั้งหมด ๑๗ ฉบับด้วยกัน แน่นอนครับว่าวันนี้เราได้ตรวจสอบแล้วเราพบว่ามีอยู่ ๑ ฉบับที่มีการ ยกเลิกไปแล้ว ยังเหลืออีก ๑๖ ฉบับที่ยังคงมีผลผูกพันต่อการจำกัดสิทธิและละเมิดสิทธิ ของพี่น้องประชาชน ผมเองก็มีคำถามไม่แตกต่างจากผู้นำเสนอว่า ยังมีอีกหรือไม่และอาจจะ ไม่ใช่แค่ตัวคำสั่งของ คสช. เท่านั้น แต่อาจจะมีกรณีของร่างกฎหมายที่ผ่านสภานิติบัญญัติ ที่มากกว่า ๔๐๐ ฉบับที่ไปกระทบและมีผลพวงที่ตามมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกรรมาธิการที่ท่าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้เอ่ยถึงก็เคยศึกษา และผมคิดว่าเสียดายที่สภาแห่งนี้ไม่ได้มีโอกาส ที่ยกเลิกไปเสียทั้งหมด
ผมแบ่งร่างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งของหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติออกเป็น ๓ หมวดหมู่ด้วยกันครับ
หมวดหมู่ประการที่ ๑ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านใช้คำว่า เป็นกฎหมายที่ คณะรัฐประหารต้องใช้ในการควบคุมสถานการณ์ ผมไม่ทราบว่าสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นมาจากใคร เป็นจากคณะรัฐประหารหรือเป็นจากพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ พวกผมใช้นั่นไม่ใช่กฎหมายหรือคำสั่งที่มาควบคุมสถานการณ์ครับ แต่เป็นคำสั่งที่ไปละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งที่ ๗/๒๕๕๗ ที่ ๒๕/๒๕๕๗ ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ที่ ๒๙/๒๕๕๗ ที่ ๔๑/๒๕๕๗ ที่ ๔๙/๒๕๕๗ และรวมถึงที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ผลกระทบนั้นส่งผลถึงตัวเขา ครอบครัวและ ผลกระทบต่ออนาคตของประเทศชาติในระยะยาว นั่นคือหมวดที่ ๑ ที่เราต้องการยกเลิกครับ
หมวดที่ ๒ เป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกิจการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น กรณีที่ ๑๗/๒๕๕๘ ที่ ๓/๒๕๕๙ ที่ ๔/๒๕๕๙ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านไม่ว่าจะเป็น ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ได้พูดถึง เพราะกฎหมายที่ท่านอ้างว่า เพื่อออกมาเป็นการดำเนินการเป็นการเฉพาะนั้น ผมไม่ทราบว่ามันไม่เฉพาะแค่ช่วงเวลานั้นหรือ แล้วมันยังมีผลจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผังเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่านไม่รู้หรอก ครับว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วพวกผมเองก็เคยมีส่วนร่วมในการคัดค้านโครงการท่อก๊าซจะนะ และไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดวันนี้พวกผมถึงต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการ คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดสงขลาที่เรียกว่า โครงการจะนะอีกครั้งหนึ่ง
คำสั่งประการที่ ๓ หรือหมวดหมู่ประการที่ ๓ ครับ คือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านอาจจะใช้คำว่า นโยบายทวงคืนผืนป่า แต่ผมใช้คำว่า นโยบาย การทำร้าย ทำลายหัวใจของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งที่ ๙/๒๕๕๙ คำสั่งที่ ๓๑/๒๕๖๐ ส.ส.มานพ คีรีภูวดล ส.ส.อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.คำพอง เทพาคำ ทั้งสัมผัสเองและลงพื้นที่ ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้มีผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุด ๙,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คดี มีผู้ได้รับ ผลกระทบจากการถูกดำเนินคดีมากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ท่านอาจจะไม่ทราบชะตากรรมของ พ่อเด่น คำแหล้ ที่หายไปในการปกป้องผืนป่า แล้วต่อมาถึงทราบว่าเสียชีวิต ทั้งหมดทั้งมวล ที่เป็นเรื่องของเนื้อหาผลพวงของการรัฐประหารและคำสั่งที่ตามมานั้น มันมีคนเจ็บจริง มีคนเสียชีวิต มีคนต้องหายตัว มีคนที่วันนี้ยังต้องอยู่ในคุก แล้วไม่รู้ชะตากรรม หมายรวมถึง ผลกระทบต่ออนาคต แล้วมันฝังรากลึกให้เยาวชนคนหนุ่มสาวเห็นว่าบ้านเมืองนี้อาจจำเป็นที่ จะต้องย้ายออกจากประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมเองยอมรับ โดยส่วนตัวว่าผมไม่เคยที่จะนั่งมองหน้าแล้วสัมผัสดวงตา แววตาของพี่สาวของคุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้เต็มตาสักครั้งหนึ่ง เพราะพวกผมละอายใจที่จะบอกว่า รัฐบาลและรวมถึง พวกเราเองอาจจะมีความพยายามไม่มากพอในการติดตามว่า วันนี้คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาเองเป็นแค่หนึ่งตัวอย่างเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากผลพวง ของการรัฐประหารและคำสั่ง คสช. ที่เกิดขึ้นทั้งหมดครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมจะนำเสนอมา ทั้งหมดนี้ เพื่อกำลังจะบอกกับสภาแห่งนี้ว่าวันนี้สิ่งที่พวกเรากำลังจะอภิปราย แล้วจะนำไปสู่ การลงมตินั้น ผมขอเอ่ยชื่อเพื่อนสมาชิก ๑๐ ท่านที่ท่านไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมในการอภิปราย แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าวันนี้ท่านยังเป็นสมาชิกอยู่ แล้วท่านจะลงมติรับหลักการ และเห็นด้วยกับสิ่งที่ประชาชนและพวกเราเสนอ ไม่ว่าจะเป็นคุณปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่า จะเป็นคุณพรรณิการ์ วานิช ไม่ว่าจะเป็นคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ไม่ว่าจะเป็น พลโท พงศกร รอดชมภู ไม่ว่าจะเป็นคุณเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณไกลก้อง ไวทยการ อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง คุณนิรามาน สุไลมาน อาจารย์เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจารย์สุรชัย ศรีสารคาม ซึ่งทั้ง ๑๐ รายชื่อ ที่ผมเอ่ยขึ้นมานั้น ล้วนเป็นหนึ่งในผู้ที่เสนอให้มีการยกเลิกคำสั่ง และประกาศของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งนี้ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องผ่านเพื่อนสมาชิก พรรคฝ่ายค้าน เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ผมขออนุญาตที่จะไม่เรียกว่าท่านอยู่ในฝ่ายใด และนี่ไม่ใช่การเหมารวมครับ แต่สิ่งที่ท่านกำลังจะลงและยกมือที่จะรับหรือไม่รับ ร่างหลักการของพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนั้น ท่านต้องยอมรับผลที่จะมาตาม ในอนาคต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่ต้องการให้สภาแห่งนี้จารึกแต่เพียงชื่อของคนที่รับหรือไม่รับ แล้วอยู่ในใบประมวลผลอยู่ในบันทึกปูมประวัติศาสตร์ ซึ่งขออนุญาตฉายนะครับว่า พิพิธภัณฑ์รัฐสภาของเราก็พร้อมที่จะทำการให้พวกท่านได้เข้าเรียนรู้ว่า เพื่อนสมาชิก ส.ส. สมาชิกวุฒิสภา พฤฒสภาในอดีตนั้นมีความกล้าหาญ ทั้งในเชิงจริยธรรมและการต่อสู้ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับประเทศนี้มาเป็นอย่างไร ผมไม่เรียกร้องให้เรื่องของท่านถูกจารึกในลักษณะแบบนั้นครับ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอก ก็คือว่า พวกท่านในฐานะตัวแทนประชาชน อยู่กับพี่น้องประชาชนมาทั้งประเทศ อยู่กับ การเมืองไทยมา ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ ๕๐ ปี ท่านจะยอมรับกฎหมายและคำสั่งที่กดหัวพวกท่าน อยู่แบบนี้อีกหรือ ท่านอยากจะยอมรับด้วยเงื่อนไขหรือเหตุผลที่แตกต่างกันครับ เพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทยท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า วันที่ถูกเรียกตัวโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ เขานั่งมองหน้าลูกแล้วตัดสินใจที่จะมอบตัวแทนที่จะหลีกหนีหายไป โดยเส้นทางที่เตรียมการไว้ เพราะเขาห่วงและกังวลต่อลูกของเขาที่จะเติบโตมาแล้วไม่รู้ว่า พ่อเป็นตายร้ายดีอย่างไร ฉะนั้นในมาตรา ๔ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ของพรรคก้าวไกล ซึ่งในขณะนั้นเป็นพรรคอนาคตใหม่ จึงเขียนตอนท้ายไว้ครับว่า ให้ถือว่าจำเลยที่เคยต้อง คำพิพากษาตามประกาศและคำสั่งที่ถูกยกเลิกไม่มีความผิด เพราะเขามิใช่อาชญากร หรือคนที่ทำผิดมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการใช้คำสั่งหรือเงื่อนไข ทางกฎหมายทำให้เขากลายเป็นผู้ผิดต่อกฎหมาย ยามใดที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มตัว ประชาชนเข้าใจเราจะไม่มีการรัฐประหารและการรัฐประหารย่อมไม่เป็นรัฏฐาธิปัตย์อีกต่อไป ซึ่งผมคาดหวังแบบนั้นจากศาลหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ และรวมถึงสภาผู้แทนราษฎรของเรา ฉะนั้น ณ นาทีนี้ผมไม่มีอื่นใด แต่ด้วยหัวใจของคนที่เป็นพ่อ เราไม่ได้ต้องการให้ชื่อของเราถูก จารึกว่าเราลงมติอย่างไร แต่ท่านเห็นอนาคตของลูกหลานของท่านหรือไม่ ท่านอยากเห็น บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ตลอดไปหรืออยากเห็นบ้านเมืองที่เบ่งบานเป็นประชาธิปไตย คนมีสิทธิ ที่จะแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่มีใครที่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เป็นเหลือบไร ที่เกาะกินแผ่นดินนี้อีกต่อไป ถ้าท่านเชื่อแบบเดียวกับที่พวกผมเชื่อ ก็ขอเรียกร้องการยอมรับ หลักการและลงคะแนนรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะ ยืนยันและอภิปรายต่อสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน