จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยกเว้นผังเมืองให้กิจการพลังงาน โรงงานรีไซเคิล และการกำจัดขยะ โดยชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรุนแรง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาขยะพลาสติกและโรงงานรีไซเคิลที่ขยายตัวอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะที่ได้รับทุนจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้เกิดการท้าทายอำนาจในอดีตและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยเพื่อขับเคลื่อนกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อไป
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพื่อที่จะได้ยกเลิกคำสั่งจาก เผด็จการทั้งหลาย อย่างที่ทราบกันไปแล้วครับว่าเรามีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นคำสั่ง คสช. ยังไม่ได้ถูกยกเลิก แล้วก็ยังส่งผลกระทบอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ เรื่องที่ผมจะพูดถึง ก็คือ เรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่องการยกเว้นการบังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นการยกเว้นผังเมืองให้กับ กิจการบางประเภท นั่นก็คือกิจการประเภทลำดับที่ ๘๘ ครับ เกี่ยวกับพลังงาน ลำดับที่ ๘๙ โรงงานผลิตก๊าซ และก๊าซที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ลำดับที่ ๑๐๑ โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม เช่น บำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ ฝังกลบ ลำดับที่ ๑๐๕ ครับ เป็นการคัดแยกฝังกลบสิ่งปฏิกูล จากขยะรีไซเคิล (Recycle) ลำดับที่ ๑๐๖ โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการนำ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วมาทำเป็นวัตถุดิบ หรือเราเรียกว่า โรงงานรีไซเคิล (Recycle) นะครับ แล้วก็ลำดับที่ ๕๓ ที่เกี่ยวข้องด้วย นั่นก็คือโรงงานประเภทที่เกี่ยวกับ การผลิตพลาสติกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ท่านประธานครับ เราไปพูดถึงเรื่องของ โรงไฟฟ้าขยะก่อน ปัจจุบันนี้ยังมีพี่น้องประชาชนหลายจังหวัด หลายพื้นที่ก็ยังออกมา ต่อต้านอยู่ สร้างผลกระทบมหาศาลจริง ๆ อันนี้ต้องยอมรับว่า ๔๐-๕๐ โรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมา ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน อีไอเอ (EIA) ก็ทำกันหลอก ๆ แล้วก็อ้างคำสั่ง คสช. ที่บอกว่ายกเว้นผังเมือง เราเห็นตัวอย่างหลายที่ครับ ที่หนองแหน ที่หนองไข่น้ำ ที่หนองคาย ที่อำเภอโนนศิลา ขอนแก่น ที่อำเภอบัวใหญ่ ที่อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองราชบุรี มีอำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเมืองระยอง อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ อำเภอหาดใหญ่ สงขลา อำเภอย่านตาขาวที่ตรัง อำเภอเมืองที่พิษณุโลก แล้วก็มีที่นาเวียง มีอำเภอเสนานิคม ที่อำนาจเจริญอีก นี่แค่เบื้องต้นนะครับ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยคำสั่งนี้ อ้างอะไรครับ ตอนที่ออกนี่ท่านอ้างว่ามันเป็นความมั่นคงเกี่ยวกับพลังงาน แล้วก็เรื่องของ การกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติเลย ผมไม่ทราบว่าความมั่นคงด้านพลังงานมันไป ทำให้ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน มันหายไปหรือเปล่า คำถาม ก็คือท่านเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมกับโรงไฟฟ้า กับขยะหรือครับ ท่านมากำจัดความขัดแย้ง ท่านต้องการความสงบไม่ใช่หรือครับ ท่านไม่ได้ เข้ามาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หรือครับ ท่านไปยุ่งอะไรกับเรื่องเศรษฐกิจ ท่านไปยุ่งอะไร กับนายทุนนักหนา
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของพลาสติก ทุกวันนี้บ้านผมก็ยังมีรถขนขยะพลาสติก เข้ามาวิ่งผ่านหน้าบ้าน เห็นอยู่บ่อย ๆ แล้วส่งกลิ่นเหม็นมาก ถึงแม้จะไม่มีโควตานำเข้าแล้ว แต่ก็ยังมีการทำผิดกฎหมายอยู่เยอะ โรงงานรีไซเคิล (Recycle) หลังจากที่มีคำสั่งประกาศ ที่ ๔/๒๕๕๙ นี้ออกมาก็เพิ่มขึ้นครับ โรงงานเพิ่มขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นโรงงานรีไซเคิล (Recycle) ขยะพลาสติก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทุนจากจีนมาเปิด แล้วก็มาทำให้โรงงานรีไซเคิล (Recycle) ในไทยสู้เขาไม่ได้ ต้นทุนเราก็ต้องสูงกว่า เพราะว่าเขานำเข้าจากจีนด้วยความที่ จีนนโยบายที่จะไม่นำเข้าขยะพลาสติกอีกแล้ว อินเตอร์โพล (INTERPOL) ปี ๒๕๖๓ บอกว่า มีอาชญากรรมเกี่ยวกับการค้าขยะพลาสติก ผิดกฎหมาย เพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยเปลี่ยน จากยุโรป ทวีปอเมริกาที่จะโยกมาจีน กลายเป็นโยกมาที่มาอาเซียน (ASEAN) โยกมาที่บ้านเรา ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรมครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่อง ทั้งโรงไฟฟ้าขยะ และโรงงานพลาสติกนี่บ่อยมากเยอะมากจริง ๆ ผมถามว่าแล้วพวกเราจะมี เวลาไปพัฒนาประเทศชาติอย่างไรครับ มัวแต่ต้องมาสะสางปัญหาที่ คสช. ทิ้งเอาไว้แบบนี้ ท่านประธานครับ ความมั่นคงทางพลังงานนี่มันไปทำให้นายทุนหลายคนรวยหลายหมื่นล้าน ความมั่นคงทางด้านขยะ ก็ทำให้โรงงานประเภท ๑๐๕ ๑๐๖ โดยเฉพาะ ๑๐๑ เต็มไปหมด บ้านผมฉะเชิงเทรามี ๑๖๐ โรงงานที่เพิ่มขึ้นมา โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่ได้รับความเห็นชอบ จากประชาชน น้ำบาดาลดื่มไม่ได้มีสารปนเปื้อนก็ยังมีข่าวอยู่ทุกวัน ประชาชนก็ยังร้องเรียนอยู่ แล้วก็ยังไม่มีใครไปจัดการดูแล
ท่านประธานครับ สุดท้ายเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปหลายเรื่องนะครับ ทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของทั้งหลายที่เกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ที่ออกมาจากคำสั่งของเผด็จการ สรุปแล้วเผด็จการไม่ใช่เรื่องดีใช่ไหมครับ อันนี้เราเข้าใจ ตรงกันนะครับ ว่าเผด็จการไม่ใช่เรื่องดี สร้างสิ่งเลวร้าย สร้างความเสียหายกับประเทศนี้ มหาศาลแล้วไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไร ถึงจะรื้อกฎหมาย ๕๐๐ กว่าฉบับนี้หมด แล้วผม อยากทราบว่าทำไมเพื่อนสมาชิกหายไปกันหมดเลยครับ ที่สภาแห่งนี้ไม่เห็นมีใครอภิปราย สนับสนุนอีกเลยนอกจากฝ่ายค้าน แล้วก็ไม่เห็นมีฝ่ายรัฐบาลอยู่หลายคนครับ แต่นับหัวได้ ไม่ถึง ๑๐ ครับ อย่างนี้ท่านจะโหวตอะไรครับ ท่านเป็น ส.ส. นะครับ อันนี้ผมอยากฝากถึง เพื่อนสมาชิก ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเป็นผู้แทนราษฎรได้ก็ด้วย ประชาธิปไตย ด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านไม่ต่อต้าน คสช. ถ้าท่านไม่ต่อต้านเผด็จการ ถ้าท่าน ไม่ต่อต้านการทำรัฐประหาร ถ้าท่านไม่รื้อกฎหมายที่ไม่ได้ออกมาจากฝีมือของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มาจากประชาชน ท่านจะไปเป็น ส.ส. ทำไม อันนี้อยากเรียกร้องไปที่เพื่อนสมาชิกครับว่า นี่แค่วาระแรกเองครับ ยังจะมีธงว่าไม่รับแล้ว แล้วเราจะเดินหน้ากันอย่างไรครับ ประชาธิปไตยไทย ท่านไม่คิดจะอภิปรายสนับสนุนเลยหรือ หรือถ้าท่านจะไม่รับนะครับ ท่านก็อภิปรายสิครับว่าทำไมถึงไม่รับ บอกประชาชนสิครับ เหตุผลที่ไม่รับคืออะไร สภามีไว้ พูดครับ สภามีไว้พูดครับ ท่านต้องพูด ถ้าไม่พูดท่านจะมาอยู่สภาทำไม ก็อยากฝากถึงเพื่อน สมาชิกครับ แล้วก็อย่างไร ผมขอสนับสนุนญัตตินี้ครับ แล้วก็อยากให้ผ่านเข้าไปสู่วาระ ๒ แล้วไปว่ากันวาระ ๒ ครับ แล้วอย่างไรเดี๋ยวผมน่าจะเป็นคนสุดท้ายครับ อ๋อ ยังมีอีกท่านหนึ่ง ครับ อย่างไรเดี๋ยวให้ท่านวุฒินันท์เป็นคนปิดแล้วกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน