เบญจา สนับสนุนยกเลิกคำสั่ง คสช. ชี้คืนความยุติธรรม-เสรีภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

เบญจา แสงจันทร์ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน โดยตั้งข้อสังเกตถึงการใช้อำนาจเกินขอบเขต การรัฐประหาร และนโยบายเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและกระทบต่อชุมชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนและสมาชิกสภาติดตามตรวจสอบท่าทีของผู้แทนในการผลักดันร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อยกเลิกมรดก คสช. ตามจุดยืนของพรรคก้าวไกล

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด ชลบุรี ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัด ต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ และประชาชน ๑๒,๖๐๐ กว่าเสียงเป็นผู้เข้าชื่อเสนอเข้ามา และอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นกับคณะเป็นผู้เสนอ ท่านประธานคะ การรัฐประหารไม่เพียงเป็นแค่การไม่มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ยังเป็นการ ทำลายการเมืองในส่วนของอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ และยัง เป็นการทำลายการเมืองภาคประชาชน ทำลายประชาธิปไตยทางตรง ทำลายการเมือง บนท้องถนนเสียจนย่อยยับค่ะ ด้วยการออกคำสั่งที่มีสถานะเป็นกฎหมายกดขี่พี่น้อง ประชาชนและคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมนี้ ท่านประธานคะ ภายหลังการรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คสช. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าได้อ้างอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ และใช้อำนาจพิเศษจากมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ ออกประกาศและคำสั่งฉบับต่าง ๆ มากกว่า ๕๐๐ ฉบับในช่วงเวลา ๕ ปีที่ครองอำนาจ และแม้ว่าปัจจุบัน คสช. จะหมดอำนาจไปแล้ว แต่ประกาศและคำสั่งก็ยังถูกรับรอง โดยมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ท่านประธานคะ ถึงแม้จะมีการ ยกเลิกหรือแก้ไขบางคำสั่งไปบ้างแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การยกเลิกทางเทคนิคเท่านั้น เพราะเนื้อหาและอำนาจต่าง ๆ ได้ถูกแปรรูปไปเป็นกฎหมายและนโยบายไปหมดแล้ว ซึ่งนโยบายเหล่านั้นยังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานคะ หลังจากรัฐประหาร คสช. ได้พยายามผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ นับเป็นเวลา ๕ ปีแห่งความเจ็บปวดของคน ภาคตะวันออก ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่อยู่โดยแนวรอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ให้ยกเว้นกฎหมายผังเมือง ที่ปล่อยให้ กลุ่มทุนบางกลุ่มไล่บีบ ไล่ยึด แล้วกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาถูก แล้วนำไปขายให้กับนายทุนกอบโกยหวังผลกำไรบนคราบน้ำตาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ให้ยกเว้นกฎหมายผังเมืองที่ปล่อยให้กองทัพเข้าไปแย่งยึดที่ดินชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการไล่ฟ้อง ไล่ยึด ไล่รื้อ เพื่อนำที่ดินมาพัฒนาแนวริมทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นการเวนคืนที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ เพื่อเอาไปทำเขต เศรษฐกิจพิเศษให้กับนายทุน แล้วทวงคืนผืนป่าเพื่อเอาไปให้กับกองทัพใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะ เป็นการเวนคืนที่ดิน ทั้งหมดนี้คือการออกคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ให้อำนาจรัฐไปจับมือกับ นายทุนแล้วเข้าไปยึดครองที่ดินของประชาชนอย่างเป็นระบบ ทำให้เราเห็นนายทุน แค่ไม่กี่กลุ่มถือครองที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) ซึ่งเราเห็นแค่กลุ่มทุน อย่างกลุ่มอมตะ กลุ่มเหมราช กลุ่มอีสเทริน์ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) กลุ่มซีพี (CP) กลุ่มเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษจากคำสั่งของ คสช. ทั้งสิ้นค่ะ รวมไปถึงการออกคำสั่ง คสช. เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ โดยให้หัวหน้า คสช. เป็นประธาน และแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษที่มีตัวแทนของรัฐและเอกชน เข้าไปนั่งแล้วเบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน แล้วใช้อำนาจเต็ม ในการกำหนดนโยบายอนุมัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยคำสั่งเหล่านี้ เป็นคำสั่งที่รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ คสช. โดยให้อำนาจไปเร่งรัดแล้วไปไล่รื้อ ไปไล่ฟ้อง แล้วไล่ยึดที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศอีก ๑๐ จังหวัดด้วยค่ะ ท่านประธานคะ นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลประยุทธ์ในสมัย คสช. และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่ทำให้ ผู้ที่เป็นกลุ่มทุน ผู้ได้รับประโยชน์เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศนี้เสียงดังกว่าเสียง พี่น้องประชาชนอีกหลายสิบล้านคนในประเทศนี้เช่นกัน อีกทั้งการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ ของรัฐบาลนี้ที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาล คสช. ที่เป็นผลมาจากซากเดนของการประกาศคำสั่ง เหล่านี้ไปกำหนดนโยบายเพื่อขยายปัญหา ให้เกิดปัญหารวยกระจุก จนกระจาย แล้วสร้าง ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนให้ถ่างสูงมากยิ่งขึ้น ท่านประธานคะ โครงการ เขตเศรษฐกิจเอสอีซี (SEC) เอสอีแซด (SEZ) โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจะนะที่กำลัง จะเกิดขึ้นในอนาคต โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ในแบบที่ คุณประยุทธ์และ คสช. ผลักดันมาตลอด มันไม่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน มันไม่สอดคล้องกับการพัฒนาที่เห็นหัวของประชาชนค่ะ มันทอดทิ้งประชาชนคนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้ แต่มีกลุ่มทุน กองทัพ แค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ มันไม่ได้กระจาย ความมั่นคง มั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ ไม่ได้กระจายความมั่นคงทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคเป็นธรรมเลยค่ะ

ท่านประธานคะ ด้วยเวลาที่มันมีอยู่จำกัดดิฉันยังมีประเด็นที่อยากจะพูดถึง อีกหลายประเด็น แต่ว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงไปแล้ว ดังนั้นดิฉันอยากจะขอใช้ เวลาในช่วงท้ายนี้กล่าวถึงเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้เล็กน้อย ดิฉันอยากจะส่งเสียงถึง เพื่อนสมาชิก ส่งเสียงถึงพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานสภาค่ะ หลังการอภิปรายในขณะนี้ จบลง ดิฉันอยากจะให้พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ที่นี่อย่านิ่งดูดาย ช่วยกัน ตรวจสอบ แล้วก็ยกเลิกรื้อมรดก คสช. ทั้งหมด โดยหลังจากนี้ดิฉันอยากจะให้พี่น้อง ประชาชนช่วยกันตรวจสอบผู้แทนที่ได้เลือกกันเข้ามาด้วยค่ะ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่พรรคไหน จะอยู่ฝ่ายไหน ให้ช่วยกันตรวจสอบว่าพวกเขาจะยืนข้างเดียวกับผลประโยชน์ของนายทุน หรือพวกเขามีประชาชนอยู่ในหัวใจหรือไม่ ช่วยกันติดตามว่าผู้แทนของท่านใช้เหตุผลและใช้ อะไรในการโหวตเพื่อรื้อมรดก คสช. หรือพวกเขาโหวตเพื่อทำตามคำสั่งของผู้ที่รักษาการ ผู้ที่รักษาอำนาจไว้เท่านั้น หรือพวกเขาลงคะแนนโหวตเพื่อใช้นายทุนเพียงเท่านั้น ส่วนดิฉัน และพรรคก้าวไกลเราเห็นด้วย และสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง และรื้อมรดก คสช. ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน