สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสอดส่อง การใช้สื่อโซเชียลมีเดียของประชาชน และเรียกร้องให้ยกเลิกเพื่อไม่ให้ประเทศไทยไม่เข้าวงเวทีสากลของประเทศในระบอบประชาธิปไตย

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องยกเลิกมรดกบาปของ คสช. แล้วก็ยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะที่ผมอยากจะนำเสนอท่านประธานก็คือ คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ เนื้อหา มันเลวร้ายมาก แล้วก็ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างมาก คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ นี้ เป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการสอดส่อง การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของประชาชน ให้อำนาจ ๒ เรื่องที่น่ากลัวมากนะครับ ให้อำนาจปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมตั้งคณะทำงานนะครับ เป็นเกสตาโป (Gestapo) ตรวจสอบข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ นะครับ ทำตัวเป็นศาลนะครับ หากพบว่าข้อมูลใดเชิงปลุกระดมใช้วิจารณญาณของตัวเอง ได้เลยนะครับ ไม่ต้องขอหมายศาลใด ๆ นะครับ อะไรที่ยั่วยุและที่สำคัญคืออะไรที่เป็นการต่อต้าน คสช. สามารถสั่งระงับการเผยแพร่ได้เลย นี่คือความน่ากลัวที่สุดเลยของคำสั่งนี้ และคณะทำงาน ชุดนี้เป็นศาลหรือถึงกล้ามาแทรกแซงอำนาจตุลาการแบบนี้ มีอำนาจพิพากษาว่าอะไรยั่วยุ อะไรปลุกระดม อะไรเป็นพิษ อะไรเป็นภัย อะไรบิดเบือน อะไรจริง นี่คือสิ่งที่ขัดกับหลักนิติรัฐ ทั้งหมด ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศสหรัฐอเมริกาถึงไม่เชิญ พลเอก ประยุทธ์ ไปร่วม ประชุมด้วย และผมยืนยันครับว่า ถ้าสภาแห่งนี้ที่ประกอบด้วยผู้แทนราษฎรที่มาจาก ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยไม่ยอมที่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. จะเรียกว่าตัวเอง เป็นผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร และนี่ก็จะเป็นเหตุผลที่เวทีสากลของ โลกไม่เชิญประเทศไทยเข้าไปในวงเวทีสากลของประเทศในระบอบประชาธิปไตยอีก และจะ เป็นความอับอายของประเทศไทยไม่จบไม่สิ้นถ้าสภาแห่งนี้ยังมี ส.ส. แบบนี้อยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ นี้เกิดขึ้นมาเพื่อทำลายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) อย่างชัดเจน เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) เราต้องการความคิดสร้างสรรค์ เราต้องการให้สังคม กล้าที่จะพูดกล้าที่จะวิจารณ์ปัญหาในสังคมต่าง ๆ ที่เป็นเพนพอยต์ (Pain point) หรือเป็น ความเจ็บปวดเพื่อจะได้มีความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันในการคิดหาทางออกและเกิดนวัตกรรม ที่เป็นธุรกิจและเป็นการประกอบการใหม่ ๆ ใช่ไหมครับ ถามว่าความคิดสร้างสรรค์จะเกิดได้ อย่างไรครับ ถ้าสังคมนี้ไม่มีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ผมตั้งคำถามครับว่า ถ้ามีคำสั่งแบบนี้ เกิดขึ้นประเทศไปไหนไม่ได้ครับ เรารู้อยู่แล้วครับว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) เราพูดถึงอะไร แชริง อีโคโนมี (Sharing Economy) คือเศรษฐกิจที่เป็นการเติบโตร่วมกันของสังคม ไม่มีใครผูกขาด เป็นเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ณ ที่ที่ทุกคนได้แบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะ เป็นแกร็บฟูด (Grab food) ทุกคนรู้จัก ทุกคนรู้จักไลน์ (Line) ทุกคนรู้จักแอร์บีเอ็นบี (Airbnb) เกี่ยวกับธุรกิจทางด้านโรงแรมและที่พักใช่ไหม ทุกคนรู้ใช่ไหมครับเศรษฐกิจ สร้างสรรค์แบบนี้เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการส่งเสริมยูสเซอร์ เจเนอร์เรตเต็ด คอนเทนต์ (User Generated Content) หรือเนื้อหาสาระ หรือการรีวิว (Review) ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเอง บรรยากาศภายใต้คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ให้กับประเทศนี้ ได้เลย และยิ่งจะทำให้ประเทศนี้ล้าหลังไปเรื่อย ๆ ในสังคมโลก ท่านประธานที่เคารพครับ คำสั่ง คสช. แบบนี้ไม่แตกต่างอะไร สุดท้ายแปรรูปออกมาเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีแต่ สร้างความกลัว สังคมกลัว อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้ สุดท้ายมีแต่ความระแวงระแวง พอระแวงก็เกิดความเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเอง และที่สำคัญที่สุดพอประชาชนที่อยู่ภายใต้ ความหวาดระแวง ไม่กล้าที่จะพูด ไม่กล้าที่จะวิจารณ์ ไม่กล้าที่จะสื่อสาร ไม่กล้าที่จะถกเถียงกัน สุดท้ายก็จะเกิดปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เราไม่อยากเกิดขึ้น ซึ่งในวันนี้แม้แต่ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ถึงกับต้องบอกกับประชาชนว่าให้กล้าหาญที่จะยืนในโรง ภาพยนตร์ และผมเชื่อด้วยนะยิ่งถ้าประชาชนรู้ว่านี่คือคำสั่งหรือความคิดของ พลเอก ประยุทธ์ สั่งให้ยืนเขายิ่งไม่ยืน เพราะเขาต้องการที่จะต่อต้าน เขาต้องการที่จะไม่ให้ความ ร่วมมือกับคนอย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องการเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ที่สำคัญที่สุดการสร้าง ความปลอดภัยในระบบไซเบอร์ (Cyber) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทุกคน ในโลกไซเบอร์ (Cyber) สำคัญยิ่งกว่าการจับคนผิด เพราะบางครั้งการกระทำความผิดมัน เกิดในราชอาณาจักรอื่น เกิดในประเทศอื่นเราจับไม่ได้ แต่เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนได้ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ เกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาเรื่อย ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ ข้อมูลผู้ป่วย ๑๖ ล้านคน ที่หลุดออกไป ถูกแฮ็ก (Hack) ออกไป ล่าสุดไลน์เพย์ (Line Pay) ๑๓๓,๔๘๔ บัญชีรายชื่อก็หลุดออกไปอีก ขบวนการไอโอ (IO) ในยุคผมค่าจ้างถูกหน่อย ๓๐๐ ต้องหักให้นาย เหลือ ๑๐๐ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ทวิตเตอร์ (Twitter) แบนแอกเคานต์ (Ban account) ที่เขาเชื่อว่ามาจากหน่วยงานของรัฐไปถึง ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๒ กระทบกระเทือนที่สุด เพราะมีการแบน แอกเคานต์ (Ban Account) ของโรงเรียน จิตอาสาพระราชทานด้วย ด้วยข้อหาว่าอะไรครับ เป็นบัญชีสแปม (Spam) และทำผิด ข้อบังคับของทวิตเตอร์ (Twitter) ถามว่า พลเอก ประยุทธ์แก้ไขอะไรได้ไหม เว็บไซต์ พูโลนี บล็อกสปอต (www.pulonyblogspot.com) ที่คอยสร้างเนื้อหายุยงปลุกปั่นสร้าง ความแตกแยกให้กับประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติการอยู่ สื่อลาม เด็ก พนันออนไลน์ (Online) ท่านประธานเข้าไปเจอแน่นอนก็ยังอยู่ ไม่แก้ นี่คือ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ไม่ทำอะไรเลยปล่อยปละละเลย แต่เป็นเกสตาโป (Gestapo) มาส่องบัญชีส่องระบบคอมพิวเตอร์ของประชาชนแบบนี้ นี่คือผลพวงอันเลวร้ายของคำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ผมยืนยันนะครับข่าวแอปเปิล (Apple) ที่ส่งอีเมล (e-Mail) ถึงนัก กิจกรรมและนักวิชาการว่ามีความพยายามที่จะเจาะข้อมูลจากหน่วยงานที่สนับสนุน โดยภาครัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีดีอีเอส (DES) บอกว่าไม่รู้ ไม่มี จะก็อบปี (Copy) พลเอก ประวิตร มาทำไมครับ แสดงว่าในแอปเปิล (Apple) โกหก หรือครับ ตกลงแล้วผมมั่นใจว่าประชาคมโลกเขาเชื่อ ทิม คุกของแอปเปิล (Apple) มากกว่า เชื่อรัฐมนตรีดีอีเอส (DES) แน่นอน ผมว่าผมจึงขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็ขอเชิญชวน เพื่อนสมาชิกทุกคนในการร่วมยกมือเพื่อปลดคำสั่ง คสช. ให้ได้เสียที ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน